“วางดาบลงเสียไอ้คนขายชาติ... มิเช่นนั้นหัวของเจ้าจะหลุดจากบ่าก่อนที่ตะวันจะลับเหลี่ยมพระปรางค์!”
เสียงคำรามของขุนอินทร์ดังกึกก้องข่มทับเสียงความโกลาหลภายในห้อง แต่กล้าไม่หวั่นไหว เขายืนนิ่งอยู่หลังเงาร่างในชุดคลุมสีดำที่ขวางกั้นคมดาบของทหารยามไว้อย่างสงบนิ่ง ชายชุดดำผู้นั้นไม่ได้เอ่ยปากทักทาย เพียงแค่ตวัดดาบอาญาสิทธิ์ในมือเป็นวงกว้าง สร้างประกายไฟแลบแปลบปลาบเมื่อกระทบกับเหล็กกล้าของฝ่ายตรงข้าม
“เจ้าเป็นใคร?” กล้ากระซิบถามพลางประคองแม่หญิงบัวที่สั่นเทาอยู่ข้างหลังให้ถอยไปทางช่องลับ
ชายชุดดำไม่ตอบ หากแต่สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวใต้ผ้าคลุมนั้นเหลือบมองกล้าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะพยักพเยิดไปทางประตูทางออกที่เชื่อมต่อสู่ตรอกแคบหลังเรือน กล้าเข้าใจในทันทีว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะพาบัวออกไปให้พ้นจากวงล้อมของขุนอินทร์
พวกเขาวิ่งฝ่าความมืดของตรอกแคบ กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นไหม้ของฟางข้าวอบอวลในอากาศ เสียงฝีเท้าของทหารยามนับสิบไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด หัวใจของกล้าเต้นรัวดั่งกลองรบ เขารู้ดีว่าหากถูกจับได้ที่นี่ มิใช่แค่ชีวิตของเขาที่จะจบสิ้น แต่ความลับเรื่องเอกสารลับที่อยู่ในอกเสื้อของเขาจะเป็นอันตรายต่อแผ่นดิน
“กล้า... ทางนั้น!” บัวชี้มือไปทางตลาดหัวรอที่เวลานี้เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน เป็นที่เดียวที่ความมืดและฝูงชนจะช่วยอำพรางตัวได้
เมื่อทั้งคู่โผล่พ้นตรอกออกสู่ตลาดหัวรอ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังจัดร้านยามค่ำคืนเงียบกริบลงทันที เมื่อทหารในชุดเกราะของขุนอินทร์กรูออกมาจากตรอก กล้าสอดส่ายสายตาหาทางหนีทีไล่ แสงคบเพลิงจากด้ามดาบของเหล่าทหารสาดส่องเข้ามาเป็นวงล้อม บีบให้กล้าและบัวถอยไปจนมุมที่แผงขายเครื่องทองเหลืองเก่า
“หนีไปไหนไม่พ้นแล้วไอ้กล้า!” ขุนอินทร์ก้าวออกมาจากฝูงทหาร ใบหน้าอาบไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “ส่งม้วนจารึกนั้นมา แล้วข้าจะยอมให้แม่หญิงบัวได้กลับไปตายดีที่เรือน”
กล้ากระชับมีดสั้นในมือแน่น เขามองไปรอบตัวเห็นสายตาของชาวบ้านที่หวาดกลัว แต่ในนั้นก็มีความโกรธแค้นต่ออำนาจมืดซ่อนอยู่ กล้าไม่ได้เป็นเพียงช่างเขียนตัวเล็กๆ อีกต่อไป นามปากกาที่เขาสั่งสมมาจากการจดบันทึกประวัติศาสตร์ในเงามืด กำลังจะถูกจารึกด้วยเลือดของเขาเอง
“ขุนอินทร์... ท่านเรียกตนเองว่าผู้รักษาแผ่นดิน แต่สิ่งที่ท่านทำอยู่เวลานี้ มิใช่การปกป้อง แต่มันคือการทำลายสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างมากับมือ!” กล้าตะโกนก้อง เสียงของเขาดังพอที่จะให้คนทั้งตลาดได้ยิน
ทหารคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะรวบตัวกล้า แต่ด้วยทักษะที่เรียนรู้จากการสังเกตจังหวะชีวิตคนในตลาด กล้าเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับใช้ด้ามมีดกระแทกเข้าที่ขมับของทหารคนนั้นจนทรุดลงกับพื้น แต่กระนั้น วงล้อมก็ยิ่งบีบกระชับเข้ามา ทุกย่างก้าวของกล้าถูกปิดตาย
“จับมันไว้!” สิ้นคำสั่ง ขุนอินทร์ชักดาบยาวออกมาหมายจะฟันเข้าที่หัวไหล่ของกล้า เพื่อป้องกันไม่ให้เขามีโอกาสใช้แขนข้างนั้นวาดลวดลายฝีมือ
กล้าขยับตัวจะสวนกลับ ทว่าเขาสัมผัสได้ถึงแรงกระตุกที่ชายเสื้อจากมือของบัว เขาหันกลับไปมองหญิงสาวที่ตอนนี้ยืนตัวตรง สายตาที่เคยอ่อนโยนกลับมีความเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชายชาตรี
“อย่าปล่อยให้เขาเอาไปได้...” บัวกระซิบเบาๆ ก่อนจะคว้าตะเกียงน้ำมันจากแผงใกล้ๆ แล้วขว้างลงพื้นทันที!
เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นกั้นกลางระหว่างกล้ากับทหาร กล้าอาศัยจังหวะชุลมุนถอยกรูดไปด้านหลัง แต่ทว่า... เมื่อเขาก้าวถอยหลังไปจนถึงสุดทางเดินของตลาด มือหนาของใครบางคนกลับคว้าต้นคอเขาไว้จากด้านหลัง แรงบีบนั้นมหาศาลจนกล้าแทบหายใจไม่ออก
ท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ เงาร่างของชายคนเดิมที่ช่วยเขาไว้ในเรือนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับทหารองครักษ์กลุ่มใหม่ที่สวมเครื่องแบบแปลกตาซึ่งกล้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน คนผู้นั้นโน้มตัวลงมาข้างหูของกล้า กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกชัน
“เจ้าไม่ใช่คนเดียวที่ถือครองดาบอาญาสิทธิ์... และขุนอินทร์ก็เป็นเพียงหมากตัวเล็กๆ ที่ข้ากำลังจะกวาดทิ้งในคืนนี้”
กล้ามองเห็นขุนอินทร์ที่หยุดชะงัก สีหน้าของขุนนางผู้นี้เปลี่ยนจากความกระหายเลือดเป็นความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นตราประทับที่เอวของชายปริศนาผู้นี้ กล้าไม่รู้เลยว่าเขากำลังถูกช่วย หรือกำลังตกอยู่ในกับดักที่ลึกและอันตรายกว่าเดิมกันแน่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกล้าในเงามืดของอยุธยามาจนถึงตอนนี้นะครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 11
นักเลงหัวไม้
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!