รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 29

แผนที่ดาว

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
แรงบีบที่หัวไหล่จากมือหยาบกร้านของสมุนขุนอินทร์ไม่ได้ทำให้กล้ารู้สึกเจ็บเท่ากับความตระหนักรู้ที่แล่นปราดเข้ามาในหัว สมุดบันทึกที่เขาอุตส่าห์ซ่อนความลับเรื่องทิศทางของเส้นทางเดินทัพลับไว้ในลายเส้นวิจิตรบัดนี้ถูกฉกไปจากมือโดยง่าย “เจ้าคิดว่าการซ่อนนัยไว้ในลายกนกจะตบตาข้าได้งั้นหรือ ช่างเขียน?” ขุนอินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นสาบของบุหรี่ฉุนกึกเตะจมูก เขากระตุกยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “เจ้าทำหน้าที่ได้ดีมาก แต่เสียดายที่ข้าต้องการ ‘แผนที่ดาว’ ตัวจริง ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อถ่วงเวลา” กล้ากัดกรามแน่น เขาพยายามรวบรวมสติ ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่แผ่ซ่าน เขามองเห็นโอกาสในความมืดมิดของหอสมุดหลวงที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า แสงคบเพลิงสลัวที่ปลายทางเดินสะท้อนให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์สองคน แต่สิ่งที่ขุนอินทร์ไม่รู้ คือกล้าไม่ได้เพียงแค่ ‘เขียน’ แผนที่ แต่เขาสลักมันไว้ในใจ “ถ้าท่านต้องการมันจริงๆ ก็ปล่อยข้า” กล้าเค้นเสียงลอดไรฟัน “สิ่งที่ท่านถืออยู่ในมือนั้นคือคำหลอกลวง แผนที่ดาวที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในกระดาษ แต่มันถูกบันทึกไว้ในตำแหน่งของดวงดาวที่ปรากฏบนเพดานของหอสมุดหลวงแห่งนี้ในคืนเดือนดับเท่านั้น” ขุนอินทร์ชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นจางหายไปแทนที่ด้วยความสงสัย เขาโบกมือให้สมุนคลายแรงบีบ “เจ้ามีเวลาถึงยามสาม หากคำพูดของเจ้าเป็นเพียงลมปากที่หวังเอาตัวรอด... จงเตรียมใจรับโทษฐานกบฏได้เลย” กล้าถูกผลักเข้าไปในห้องโถงกลาง หอสมุดหลวงแห่งนี้เก่าแก่และขลัง กลิ่นกระดาษข่อยหมักดองนับร้อยปีโชยออกมาปะทะจมูก ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่บรรพบุรุษไทยเคยใช้คำนวณทางดาราศาสตร์เพื่อการสงครามและการชลประทาน กล้าเงยหน้ามองเพดานไม้สักทองที่ถูกแกะสลักเป็นรูปกลุ่มดาวดาราจักรอย่างประณีต เขาทรุดตัวลงนั่ง หยิบเข็มทิศทองเหลืองเก่าคร่ำที่แอบเก็บไว้ในสาบเสื้อออกมา ขุนอินทร์เฝ้ามองดูอย่างไม่คลาดสายตา สมุนอีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง กล้ารู้ดีว่าความตายอยู่ห่างจากตัวเขาเพียงแค่ก้าวเดียว เขาเริ่มขีดเขียนลงบนพื้นไม้กระดานด้วยชอล์กหิน คำนวณองศาของดวงดาวที่สัมพันธ์กับตำแหน่งที่เขายืนอยู่ “ดวงดาวไม่ได้โกหกใคร” กล้าพึมพำกับตัวเอง “เหมือนกับที่ความจริงมักซ่อนอยู่ในสิ่งที่คนมองข้ามเสมอ” ทันใดนั้น แม่หญิงบัวที่แอบเร้นกายอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุ ก็ขยับตัวเข้ามาเงียบเชียบ เธอส่งสัญญาณมือบางอย่างให้กล้าเห็นโดยที่ขุนอินทร์ไม่ทันสังเกต นางถือกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุผงหมึกสีพิเศษเอาไว้ นี่คือความเสี่ยงที่เดิมพันด้วยชีวิต เพราะสิ่งที่กล้ากำลังจะทำคือการ ‘เปิด’ กลไกล็อกของพื้นไม้หอสมุดเพื่อให้เผยความลับที่ถูกปิดตายมานานนับทศวรรษ “ขุนอินทร์ ท่านถามหาแผนที่ดาว” กล้าพูดพลางหมุนเข็มทิศไปที่ตำแหน่งหนึ่งบนพื้น “แต่ท่านลืมไปว่าอยุธยาไม่ได้ถูกสร้างขึ้นตามโชคชะตา แต่มันถูกสร้างขึ้นตามการจัดวางของดวงดาวในจักรวาล” เขากดเข็มทิศลงบนรอยแตกของไม้พื้น จังหวะที่กลไกฟันเฟืองใต้พื้นดินทำงาน เสียง ‘แกร๊ก’ ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโถง ผนังหอสมุดฝั่งที่มืดมิดที่สุดค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นห้องลับที่ไม่มีใครล่วงรู้การมีอยู่ของมันมานานข้ามยุคสมัย ภายในห้องนั้นไม่ได้มีเพียงแค่แผนที่ แต่มี ‘ศิลาจารึกแผนที่ดาว’ ที่ระบุพิกัดแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและจุดยุทธศาสตร์ทั้งหมดของแผ่นดิน ขุนอินทร์เบิกตากว้าง ความละโมบฉายชัดในแววตา เขาปรี่เข้าไปที่หน้าประตูห้องลับนั้นโดยไม่ทันระวังตัว กล้าสบตาแม่หญิงบัว ทั้งคู่สื่อสารกันด้วยใจ “ตอนนี้แหละ!” ทว่าในจังหวะที่ขุนอินทร์กำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปนั้น เงาของชายอีกผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากมุมมืดด้านในห้องลับ ร่างนั้นดูสง่างามทว่าทรงอำนาจน่าเกรงขามในชุดขุนนางโบราณที่ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากยุคสมัยที่ล่วงลับไปแล้ว เขาถือดาบโบราณที่ใบดาบวาววับด้วยแสงสลัว “ขุนอินทร์...” เสียงทุ้มต่ำดังกังวานขึ้น “เจ้าล้ำเส้นที่บรรพชนขีดไว้เกินไปแล้ว” ขุนอินทร์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากความละโมบเป็นความหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เป็นไปไม่ได้... เจ้า... เจ้าควรจะตายไปตั้งแต่คราวน้ำท่วมใหญ่คราวนั้นแล้วไม่ใช่หรือ!” บุรุษลึกลับก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูคล้ายคลึงกับกล้าอย่างน่าประหลาด ราวกับเป็นเงาสะท้อนในกระจกที่โตกว่ากันนับสิบปี เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่คือชายที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น ‘ผู้พิทักษ์จารึก’ ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของราชวงศ์ กล้าแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นชายผู้นั้นหันมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ขณะที่ขุนอินทร์ชักดาบออกมาหมายจะสังหารทุกคนที่ขวางหน้า แต่ชายผู้นั้นกลับเหวี่ยงด้ามดาบกระแทกพื้นเพียงครั้งเดียว ความมืดมิดรอบตัวพลันดับวูบลงพร้อมกับเสียงกริ่งที่ดังระงมไปทั่วหอสมุดหลวง แสงคบเพลิงมอดดับลงสนิท เหลือเพียงกลิ่นกำยานจางๆ ที่ตลบอบอวลไปทั่วห้อง และเสียงกระซิบที่ข้างหูกล้าว่า... “เจ้าเขียนความจริงได้ดีนักกล้า... แต่เจ้าพร้อมที่จะรับภาระของความจริงนั้นแล้วหรือยัง?” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%