“ลายมือเยี่ยงนี้... ข้าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหนอ?”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารดังขึ้นเหนือหัว กล้าหยุดปลายพู่กันที่กำลังจรดลงบนกระดาษข่อยอย่างมั่นคง หัวใจในอกเต้นรัวเป็นจังหวะกลองศึก แต่ใบหน้าของเขาปรากฏเพียงความสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับขุนอินทร์ ชายผู้กุมอำนาจมืดในราชสำนักอยุธยา ขุนนางผู้นี้ไม่ได้เพียงต้องการแค่เอกสารชิ้นนี้ แต่เขากำลังมองทะลุเข้ามาในดวงตาของกล้าเพื่อเฟ้นหาความพิรุธ
“ใต้เท้าคงจำผิดกระมังขอรับ ข้าเป็นเพียงช่างเขียนต้อยต่ำ อาศัยอยู่ในย่านวัดพนัญเชิง รับจ้างเขียนฎีกาและอักษรตามสั่งไปวันๆ ไม่เคยได้เข้าใกล้ราชสำนักจนถึงขั้นที่ท่านจะจดจำได้” กล้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก้มศีรษะลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม แต่อยู่ในระดับที่สายตายังคงจับสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายได้อย่างถนัดตา
ขุนอินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนกล้าได้กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่ตามเนื้อตัว อีกฝ่ายคว้ากระดาษแผ่นที่กล้าเพิ่งเขียนเสร็จขึ้นมาพินิจ ก่อนจะใช้นิ้วชี้กรีดไปตามรอยหมึก
“ผู้คนในอยุธยามักบอกว่า ‘ลายมือคือลายแทงแห่งจิตวิญญาณ’ คนใจคด ลายมือย่อมยุ่งเหยิง คนขี้ขลาด ลายมือย่อมสั่นคลอน... แต่เจ้า...” ขุนอินทร์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็ง “ลายมือของเจ้าช่างนิ่งสงบ ราวกับคนที่กำลังกุมความลับของแผ่นดินไว้ในกำมือ”
กล้าไม่ตอบ เขารู้ดีว่าหากเปิดปากพูดมากไป ความตายจะมาเยือนเร็วกว่ากำหนด เขาใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำบรรยากาศในห้องโถงกว้างของเรือนขุนอินทร์ กระทั่งเสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้ดังขึ้นทำลายความตึงเครียด ขุนอินทร์จึงเบนสายตาออกไปอย่างขัดใจ
“งานชิ้นนี้ต้องเสร็จภายในยามสอง” ขุนอินทร์วางกระดาษแผ่นใหม่ลงตรงหน้ากล้า น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นคำสั่งที่แฝงด้วยความกดดัน “เนื้อหาในนี้คือรายชื่อหัวเมืองที่คิดจะแปรพักตร์... หากเจ้าทำพลาดแม้แต่ตัวอักษรเดียว อย่าว่าแต่หัวเจ้าเลย แม้แต่ชีวิตของคนในครอบครัวเจ้าที่เหลืออยู่ ข้าก็จะไม่ปล่อยให้ได้เห็นตะวันในวันรุ่งขึ้น”
กล้าชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจบีบรัดด้วยความโกรธแค้นที่พยายามกดทับไว้ใต้จิตสำนึก 'ครอบครัว' คือแผลเป็นที่ขุนอินทร์จงใจหยิบขึ้นมาขยี้ กล้าสูดลมหายใจเข้าลึก จรดพู่กันลงบนหน้ากระดาษอย่างหนักแน่น ในหัวของเขากำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว ข้อมูลในเอกสารนี้คือรายชื่อขุนนางที่จงรักภักดีต่อองค์รัชทายาท หากเขาส่งรายชื่อนี้ให้ขุนอินทร์ไป พวกเขาจะต้องถูกกำจัดก่อนถึงวันผลัดแผ่นดินอย่างแน่นอน
เขาต้องทำอะไรสักอย่าง... ต้องเปลี่ยนลายแทงนี้ให้กลายเป็นกับดัก
ขณะที่กล้ากำลังคัดลอกเนื้อหาอย่างบรรจง เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่มุมห้อง บานหน้าต่างที่ปิดสนิทไหววูบตามแรงลม มีรอยนิ้วมือเปื้อนฝุ่นดินติดอยู่ที่ขอบหน้าต่าง กล้ารู้ทันทีว่าแม่หญิงบัวต้องแอบเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ข้างนอกนั่น เธอส่งสัญญาณเตือนเขาผ่านการขยับของเงามืดที่ทอดลงมาบนพื้น
กล้าตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาแกล้งทำหมึกหกใส่เอกสารต้นฉบับจนเปรอะเปื้อนขยายวงกว้าง
“ตายจริง! ข้าประทานโทษขอรับใต้เท้า ข้า... ข้ามือสั่นเพราะความตื่นเต้นที่ได้รับใช้ท่านแท้ๆ” กล้ารีบวางพู่กันแล้วก้มลงกราบกรานอย่างรวดเร็ว ขุนอินทร์สบถออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด เงื้อเท้าขึ้นหมายจะเตะชายหนุ่มที่ทำลายงานสำคัญของเขา
“ไอ้คนไร้ค่า! แค่คัดตัวอักษรยังทำไม่ได้หรือ!”
ทว่าก่อนที่ปลายเท้าของขุนอินทร์จะถึงตัวกล้า เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วดังขึ้นจากหน้าเรือน ตามด้วยเสียงของนายทหารคนสนิทที่ร้องเรียกด้วยความร้อนรน “ใต้เท้า! เกิดเรื่องแล้วขอรับ! มีคนพบศพสายสืบที่ใต้เท้าส่งไปดักจับกลุ่มกบฏถูกทิ้งไว้ที่กลางตลาด! และที่สำคัญ... ในมือนั้นมีตราประทับของใต้เท้าติดอยู่ด้วย!”
ขุนอินทร์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากเกรี้ยวกราดกลายเป็นความตระหนกสุดขีด เขาหันกลับมามองกล้าด้วยแววตาที่สับสนระหว่างความโกรธแค้นกับการเอาตัวรอด
“เก็บกวาดให้สะอาด! ถ้าข้ากลับมาแล้วเห็นคราบหมึกแม้แต่หยดเดียว เจ้าตายแน่!” ขุนอินทร์ตะโกนสั่งทิ้งท้ายก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้อง ทิ้งให้กล้าอยู่ลำพังกับเอกสารที่เปรอะเปื้อน
กล้าไม่ได้เก็บกวาดตามคำสั่ง ทันทีที่เสียงฝีเท้าของขุนอินทร์ห่างออกไป เขาก็รีบหยิบกระดาษที่เปื้อนหมึกขึ้นมาดู ลายมือที่เปรอะเปื้อนนั้นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือตัวอักษรลับที่แม่หญิงบัวเคยสอนไว้ กล้าใช้ปลายพู่กันแตะหมึกแล้วรีบแก้ไขข้อความบางจุดอย่างชำนาญ ข้อมูลที่เป็นรายชื่อขุนนางถูกเปลี่ยนเป็นรายชื่อสนามซ้อมรบของพรรคพวกขุนอินทร์เอง นี่คือการสลับตัวเลขและพิกัดที่จะทำให้ขุนอินทร์ตกที่นั่งลำบากหากเอกสารนี้หลุดไปถึงมือผู้ตรวจการ
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นจากงานชิ้นสำคัญ เขาก็พบกับเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างที่เปิดค้างไว้ บัวไม่ได้เข้ามาในห้อง แต่เธอกำลังใช้พัดในมือชี้ไปที่มุมมืดของห้องซึ่งมีคนลึกลับในชุดดำยืนจ้องมองเขาอยู่
คนผู้นั้นไม่ใช่บ่าวรับใช้ของขุนอินทร์ แต่คือชายที่มีรอยแผลเป็นที่ข้างแก้ม... ชายคนเดียวกับที่เคยสังหารครอบครัวของกล้าในคืนที่ไฟเผาเมือง!
ความลับที่กล้าพยายามซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผย พร้อมกับการเผชิญหน้ากับศัตรูที่เขาตามหามาตลอดชีวิต ในวินาทีที่ชายชุดดำชักดาบออกมาจากฝัก กล้าตัดสินใจหยิบเหล็กแหลมที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเขียนหนังสือขึ้นมาเตรียมพร้อมรับมือ แต่ทว่าเสียงประตูด้านหน้ากลับถูกถีบพังเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับทหารองครักษ์นับสิบคนที่กรูกันเข้ามาล้อมตัวเขาไว้แน่นหนา!
ขุนอินทร์เดินตามหลังเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น “ข้าลืมบอกไปเจ้าช่างเขียน... ข้าไม่ได้แค่ให้เจ้าเขียนงาน แต่ข้าให้คนเฝ้าดูว่าเจ้าจะใช้วิชาชีพที่ซ่อนไว้อย่างไร... จับตัวมันไว้!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกล้าในครั้งนี้นะครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 28
เผชิญหน้าขุนอินทร์
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!