รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 4

กลิ่นอายอำนาจ

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"ใต้เท้า... เรื่องส่วยน้ำตาลจากเมืองท่าตะวันออก เหตุใดตัวเลขในสมุดบัญชีกับจำนวนที่เข้าคลังหลวงจึงไม่ตรงกันเล่าขอรับ?" กล้าเอ่ยถามในขณะที่พู่กันในมือยังคงจรดลงบนกระดาษข่อยอย่างมั่นคง แสร้งทำเป็นจดจ่ออยู่กับการคัดลายมือตามคำสั่ง แต่หูและสมาธิทั้งหมดกลับจดจ่ออยู่กับการตอบสนองของขุนอินทร์ที่นั่งอยู่เบื้องหน้า ภายในห้องโถงกว้างของจวนขุนนางชั้นผู้ใหญ่ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากหลังคากระทบพื้นดินด้านนอกเป็นจังหวะ ขุนอินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอกเหล้าสีอำพัน ทว่ามุมปากของชายผู้มีอำนาจกลับกระตุกขึ้นเล็กน้อย—เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "เจ้าเป็นเพียงช่างเขียน อย่าริอ่านเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี" เสียงของขุนอินทร์แหบพร่า ทว่าทรงพลังอำนาจจนกล้าสัมผัสได้ถึงแรงกดดันในอากาศที่หนาแน่นขึ้น "สมุดบัญชีนั้นมีไว้เพื่อบันทึกสิ่งที่ควรจะเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเห็นด้วยตาเปล่าในตลาดมืด" กล้าหยุดมือ พู่กันชะงักค้างอยู่เหนือแผ่นกระดาษ ดวงตาคมกริบก้มมองรอยหมึกที่เริ่มซึมกระจาย เขาจำได้ดีถึงเศษซากของหมู่บ้านที่ถูกเผาทำลายในสงคราม กลิ่นควันไฟและเลือดที่เคยเป็นบทเรียนว่า 'ความเพิกเฉยของคนตัวเล็กคืออาหารอันโอชะของผู้มีอำนาจ' แต่ในยามนี้ สงครามไม่ได้มาในรูปแบบทหารศัตรูที่ถือดาบ แต่มันมาในรูปแบบของตัวเลขและอำนาจที่กัดกินอยุธยาจากภายใน "กระผมเพียงแต่เกรงว่า..." กล้าเอ่ยเบาๆ ขณะค่อยๆ วางพู่กันลง "หากตัวเลขไม่ตรงกันนานเข้า รอยร้าวเล็กๆ นี้อาจทำให้คลังหลวงพังทลายลงได้ในวันที่บ้านเมืองมีศึก" ขุนอินทร์วางจอกเหล้าลงเสียงดัง 'ปัง' เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดผ้าไหมชั้นดีเดินอ้อมผ่านโต๊ะเขียนหนังสือมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังกล้า ความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากตัวชายผู้นี้จนกล้ารู้สึกถึงขนอ่อนที่ลุกชัน "เจ้ายังเด็กนัก กล้า" ขุนอินทร์กระซิบข้างหู "อยุธยาไม่ได้ดำรงอยู่ได้ด้วยความซื่อตรงของช่างเขียน แต่ดำรงอยู่ได้ด้วยผลประโยชน์ที่ลงตัว... หากใครสักคนพยายามจะรื้อปมเชือกที่ผูกไว้จนแน่น ก็จงระวังให้ดีว่าเชือกนั้นอาจจะรัดคอเจ้าเสียเอง" กล้าไม่หันไปมอง เขาทำเพียงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ในหัวของเขาภาพของ 'แม่หญิงบัว' แวบขึ้นมา นางเคยเตือนเขาว่าที่นี่ไม่ใช่สนามรบที่มีข้าศึกอยู่ตรงหน้า แต่เป็นเขาวงกตที่ซ่อนคมมีดไว้หลังรอยยิ้ม เมื่อขุนอินทร์เดินจากห้องไปแล้ว กล้าจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก เขาหยิบกระดาษแผ่นที่จดข้อมูลเมื่อครู่ขึ้นมาพินิจดูอีกครั้ง สิ่งที่ขุนอินทร์ไม่รู้คือ กล้าไม่ได้เพียงแค่คัดลายมือตามคำสั่ง แต่เขามีทักษะการ 'จำแนก' ที่ฝังอยู่ในสายเลือด ช่างเขียนที่ดีต้องอ่านคนออกเหมือนอ่านลายมือ และลายมือของขุนอินทร์ในบัญชีเหล่านี้... มันคือการสารภาพบาปที่ถูกซ่อนไว้ในตัวเลข ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เก็บหลักฐานนั้น เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู กล้าขยำกระดาษไว้ในกำมือแน่น แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เขากลับพบกับดวงตาคู่สวยที่คุ้นเคย "ท่านกำลังเอาตัวไปขวางทางรถม้าที่กำลังพุ่งมานะ" เสียงของแม่หญิงบัวดังกังวานแผ่วเบา นางก้าวเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ "ขุนอินทร์ไม่ได้แค่ยักยอกเงินหลวง แต่นางกำลังเตรียมการบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น... การเคลื่อนไหวของขบวนเสบียงที่หายไปไม่ได้ไปที่คลัง แต่กำลังถูกส่งออกไปยังค่ายกักกันชายแดน" กล้าเบิกตากว้าง ค่ายกักกันชายแดน? นั่นคือจุดที่นักโทษทางการเมืองถูกนำไปเก็บไว้ การที่เสบียงหายไปที่นั่นหมายความว่าขุนอินทร์กำลังสร้าง 'กองกำลังส่วนตัว' โดยใช้อำนาจของทางการบดบังไว้ "เราต้องเปิดโปงเรื่องนี้" กล้าพูดด้วยความมุ่งมั่น "ด้วยกระดาษใบเดียวเนี่ยนะ?" บัวแค่นหัวเราะขมขื่น ก่อนจะหยิบจดหมายปิดผนึกฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ "ข้ามีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น... จดหมายลับจากขุนนางในวังหลวงที่ส่งถึงขุนอินทร์โดยตรง ข้าไปขโมยมาจากห้องส่วนตัวของเขาเมื่อครู่" กล้ารับจดหมายมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาค่อยๆ แกะตราประทับขี้ผึ้งออก ทันทีที่คลี่กระดาษอ่าน ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนไร้เสียง จดหมายฉบับนั้นไม่ได้ลงชื่อผู้ส่ง แต่มันกลับระบุชื่อของบุคคลที่ไม่ควรจะร่วมมือกับขุนอินทร์ได้เลยแม้แต่น้อย มันคือตราประทับประจำตัวของ 'พระมเหสี' ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ประตูถูกถีบออกอย่างแรงจนบานพับแทบหักกระเด็น ขุนอินทร์ยืนตระหง่านอยู่หน้าทางเข้า พร้อมด้วยองครักษ์ดาบเปลือยในมือ สายตาของเขาเปลี่ยนจากขุนนางผู้สูงศักดิ์กลายเป็นสัตว์ร้ายที่หิวโหย "ในเมื่อพวกเจ้าอยากรู้ความลับของอยุธยามากนัก..." ขุนอินทร์แสยะยิ้ม มองดูคนทั้งสองที่ติดอยู่ในมุมอับ "ข้าก็คงปล่อยให้คนถือความลับที่มีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้" *ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับรอยจารึกแห่งอยุธยาตอนที่สี่นี้ครับ - นักเล่าประวัติศาสตร์*
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%