คมมีดเย็นเฉียบแนบสนิทอยู่ข้างลำคอ ลึกลงไปจนผิวเนื้อสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวของชีพจรตัวเอง
“อย่าแม้แต่จะกระดิกปลายนิ้ว อ้ายช่างเขียน... หากมึงยังเสน่หาลมหายใจ และยังอยากใช้มือคู่นี้จับพู่กันไปจนแก่เฒ่า”
เสียงกระซิบนั้นแหบพร่า ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา กลิ่นสาบเหงื่อเค็มปร่าระคนกลิ่นใบพลูแห้งโชยเข้าปะจมูกของกล้า ไอร้อนจากลมหายใจของคนเบื้องหลังเป่ารดกกหู แต่ร่างกายของช่างเขียนหนุ่มกลับเย็นเยียบดั่งถูกแช่ในลำน้ำลพบุรียามหน้าหนาว
บนโต๊ะไม้เตี้ยตรงหน้า แสงริบหรี่จากตะเกียงน้ำมันมะพร้าวกำลังทอดเงาวูบวาบ สมุดไทยดำเล่มหนึ่งกางแผ่หรา ตัวอักษรสีรงทองที่กล้าเพิ่งจารลงไปไม่ถึงครึ่งหน้ายังไม่ทันแห้งสนิทดี น้ำหมึกทองคำเปลวผสมกาวกระถินยังสะท้อนประกายวาววับ ล้อเล่นกับความมืดมิดในเรือนแพซอมซ่อริมคลองคูจาม
กล้าไม่ขยับ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งแน่น แต่สายตาของเขามิได้มองที่คมมีด เขากวาดมองเงาที่ทาบทับอยู่บนฝาขัดแตะ
*มือขวาถือมีดเหน็บด้ามงาช้าง น้ำหนักการลงเท้าเงียบกริบจนกระดานเรือนไม่ลั่น... คนผู้นี้เป็นมือสังหารที่ผ่านการฝึก หรือไม่ก็เป็นทหารกองอาทมาต*
“ข้ามิรู้ว่าท่านต้องการสิ่งใด” กล้าเอ่ยอย่างสุขุม แม้เสียงจะแห้งผากไปบ้าง แต่ไม่มีรอยสั่นไหวในน้ำเสียง “เรือนแพช่างเขียนจนๆ หลังนี้ มีเพียงเศษกระดาษข่อยกับหมึกเขม่าไฟ ไม่มีแก้วแหวนเงินทองให้ท่านปล้นชิงดอก”
“มึงอย่ามาเล่นลิ้น!” คมมีดกดลึกขึ้นอีกนิด คราวนี้กล้ารู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ซึมผ่านรอยแยกของผิวหนัง “สิ่งที่กูต้องการ มิใช่เศษเบี้ยของมึง... แต่เป็น ‘กระดาษเพลา’ แผ่นนั้น แผ่นที่มีรอยประทับตราชาดรูปบัวบานแปดกลีบ ที่มึงคัดลอกออกมาจากหอศาสตราคมเมื่อวานซืน!”
หัวใจของกล้ากระตุกวูบ ภาพเปลวเพลิงที่เคยแผดเผาเรือนชานในวัยเด็กแล่นวาบเข้ามาในมโนสำนึก—เพลิงสงครามที่พรากพ่อแม่และพี่น้องไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งเขาไว้เพียงลำพังกับรอยแผลเป็นในใจ ความกลัวตายมิใช่สิ่งที่เขากังวล แต่เป็นความลับที่เขาถือครองอยู่ต่างหาก
เอกสารแผ่นนั้น... แม่หญิงบัวเป็นผู้เสี่ยงชีวิตนำออกมาให้เขาถอดรหัส มันคือบัญชีส่วยลับและรายนามขุนนางที่สวามิภักดิ์ต่อขุนอินทร์ แผนการร้ายที่อาจสั่นคลอนไปถึงราชบัลลังก์ในเพลาที่พระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนัก
หากตกไปอยู่ในมือของคนผู้นี้ ทุกอย่างที่แม่หญิงบัวพยายามปกป้อง... จะพังทลาย
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว” กล้าลอบผ่อนลมหายใจเข้าช้าๆ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ นิ้วชี้ข้างซ้ายของเขาค่อยๆ ขยับบนตัก สัมผัสเข้ากับ ‘เหล็กจาร’ ด้ามสั้นที่เขาแอบเหน็บไว้ใต้ผ้านุ่ง “กระดาษแผ่นนั้นมิได้อยู่ที่นี่ ข้าเพียงรับจ้างคัดลอกใจความสำคัญลงในสมุดข่อยเล่มนี้ ส่วนต้นฉบับ... ผู้ว่าจ้างนำกลับไปตั้งแต่ยามย่ำค่ำแล้ว”
“มึงโกหก!” ชายชุดดำตวาดรอดไรฟัน มือซ้ายของมันเอื้อมผ่านไหล่กล้ามาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของเขา กระชากตัวกล้าให้หงายหลังจนแผ่นหลังชนกับอกอันแข็งแกร่งของมัน “กูตามดูกระทั่งเงาของมึงมาสองเพลาแล้ว อ้ายกล้า... อีตัวดีลูกสาวขุนนางตกยากนั่นมิได้แวะเวียนมาที่นี่เลยนับแต่บ่าย เอกสารอัปรีย์นั่นยังอยู่กับมึง และหากมึงไม่ส่งมันมาให้กูดีๆ คืนนี้เลือดมึงจะได้เซ่นผีพรายใต้ถุนเรือนแพแน่!”
มันรู้... มันรู้กระทั่งเรื่องของแม่หญิงบัว
ประกายตาของกล้าเปลี่ยนเป็นกร้าวขึ้น ช่างเขียนหนุ่มที่เคยมองดูสงบเสงี่ยมประหนึ่งผืนน้ำนิ่ง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำวนใต้ผิวน้ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เขารู้ดีว่าหากยอมจำนน ความตายก็ยังคงรออยู่เบื้องหน้า เพราะคนพวกนี้ไม่มีวันปล่อยพยานให้มีชีวิตรอด
“หากท่านอยากได้นัก...” กล้าแสร้งทำเป็นตัวสั่น ทอดสายตามองไปยังหิ้งบูชาครูด้านหลังโต๊ะเขียนหนังสือ “มันซ่อนอยู่ใต้ฐานพระพุทธรูปไม้แกะสลักนั่น... ข้าเอาซ่อนไว้เพราะกลัวปลวกจะกิน”
คนร้ายชะงัก สายตามันตวัดมองไปยังหิ้งบูชาตามสัญชาตญาณ
เพียงเสี้ยววินาทีแห่งความลังเลนั้น กล้าตัดสินใจลงมือทันที!
เขามิได้ใช้เหล็กจารแทงสวนขึ้นไป เพราะรู้ดีว่าแรงของตนไม่อาจสู้ชายฉกรรจ์ผู้นี้ได้ แต่กล้าใช้มือขวาปัดตะเกียงน้ำมันมะพร้าวบนโต๊ะอย่างแรง!
*เพล้ง!*
จานดินเผาแตกกระจาย น้ำมันร้อนๆ ลามเลียไปทั่วโต๊ะไม้และกระเด็นใส่ท่อนขาของคนร้าย เปลวไฟลุกวาบขึ้นทันทีท่ามกลางความมืดมิด ชายชุดดำสบถลั่นด้วยความตกใจ ผงะถอยหลังและเผลอลดมีดลงครึ่งก้าวเพื่อปัดไฟที่ลามกางเกง
จังหวะนั้นเอง กล้าทิ้งตัวลงกับพื้นเรือน กระชากเหล็กจารออกมาแล้วแทงเข้าที่หลังเท้าของมันอย่างสุดแรงเกิด!
“อ๊ากกก!”
เสียงร้องโหยหวนดังทะลุความเงียบสงัดของลำคลอง ชายลึกลับเซถลา เลือดสดๆ ไหลรินเปรอะพื้นกระดาน มันเงื้อมีดหมายจะฟันศีรษะกล้าเพื่อล้างแค้น ทว่ากล้ากลับกลิ้งตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด คมมีดจามลงบนกระดานไม้เสียงดัง *ฉึก!* จนด้ามสะเทือน
กล้าทะยานตัวไปที่หน้าต่างเรือนแพ หวังจะกระโจนลงน้ำเพื่อหนีเอาชีวิตรอด แต่ทว่า... ชายชุดดำกลับกัดฟันกระชากคอเสื้อของเขาไว้ได้อีกครั้ง แรงดึงมหาศาลเหวี่ยงร่างของกล้าไปฟาดกับเสาเรือนจนจุกแน่น ลมหายใจสะดุดกึก โลกทั้งใบหมุนคว้าง
“มึงฤทธิ์มากนักนะ อ้ายไพร่ชั้นต่ำ!” ชายชุดดำคำราม ก้าวขากะเผลกเข้ามาหา มีดเหน็บในมือชี้ตรงมาที่อกของกล้า แววตาใต้ผ้าคลุมหน้าเต็มไปด้วยจิตสังหาร “ตายเสียเถอะ!”
ปลายมีดพุ่งแหวกอากาศลงมาตรงตำแหน่งหัวใจ—
*ฟึ่บ! เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันดังก้องกังวานในความมืด พร้อมกับร่างของชายชุดดำที่ถูกแรงปะทะผลักจนเซถอยหลังไปหลายก้าว กล้าที่หลับตาเตรียมรับความตายค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองผ่านม่านควันที่คลุ้งกระจายในห้อง
เงาร่างระหงของใครคนหนึ่งยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเขา ในมือเรียวบางนั้นถือดาบสั้นเล่มงาม ตัวดาบเปล่งประกายสีเงินยวบสะท้อนแสงไฟที่กำลังมอดดับ กลิ่นหอมกรุ่นของดอกจำปีอันคุ้นเคยลอยมาแตะจมูกกล้าท่ามกลางกลิ่นควันไฟและคาวเลือด
“แม่หญิงบัว...!” กล้าอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
สตรีตรงหน้ามิได้นุ่งห่มสไบเฉลียงกรีดกรายดั่งธิดาขุนนางทั่วไปในเพลานี้ หากแต่นุ่งโจงกระเบนทะมัดทะแมง สวมเสื้อแขนกระบอกรัดรูปสีครามเข้ม ดวงตากลมโตที่เคยทอแววฉลาดหลักแหลม บัดนี้คมกริบและเย็นเยียบดั่งพญาเหยี่ยว
“ถอยไปอยู่ข้างหลังข้า กล้า” น้ำเสียงของนางเรียบนิ่ง แต่น้ำหนักของมันทรงอำนาจเกินกว่าสตรีใดที่กล้าเคยพบพาน
“หึ... นังขุนนางตกยาก มึงแส่หาเรื่องตายเองนะ!” ชายชุดดำคำราม แม้จะบาดเจ็บที่เท้า แต่มันก็ตั้งท่าพร้อมจะพุ่งเข้าใส่คนทั้งสองอีกครา
ทว่า แม่หญิงบัวกลับไม่แม้แต่จะกระดิกดาบในมือ นางแย้มรอยยิ้มเย็นที่มุมปาก แววตาปราศจากความหวั่นเกรงแม้เพียงเศษเสี้ยว
“หากมึงคิดว่ากำลังของมึงจะเอาชนะดาบของข้าได้ ก็ลองดู...” แม่หญิงบัวเอ่ยช้าๆ เน้นทีละคำ “แต่ก่อนที่มึงจะลงมือ มึงลองฟังเสียงพายกระทบน้ำด้านนอกดูเสียก่อนสิ ว่าบัดนี้เรือตรวจการของกองตระเวนขวามาถึงหน้าเรือนแพแล้วกี่ลำ”
ชายชุดดำชะงักกึก หูของมันผึ่งขึ้นทันที
ในความเงียบสงัดยามดึก เสียงฝีพายกระทบผิวน้ำดังเป็นจังหวะกระชั้นถี่แว่วมาจากหัวคุ้งน้ำ พร้อมกับแสงคบเพลิงนับสิบดวงที่เริ่มสาดส่องกระทบผืนน้ำ ลอดผ่านร่องไม้ของเรือนแพเข้ามาให้เห็นรำไร เสียงตะโกนของนายตรวจเวรยามดังก้องมาแต่ไกล
คนร้ายสบถคำหยาบออกมาด้วยความคับแค้น มันรู้ตัวดีว่าหากติดร่างแหอยู่ที่นี่ เรื่องราวจะลุกลามใหญ่โตเกินกว่าที่นายของมันจะคุ้มกะลาหัวได้
“ฝากไว้ก่อนเถอะ มึงสองคน!”
มันทิ้งคำขู่ไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะหันหลังถีบหน้าต่างเรือนแพอีกด้านจนพังทลาย แล้วกระโจนดิ่งลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเสียงดัง *ตูม!* สายน้ำแตกกระจายก่อนจะกลืนร่างของมันหายวับไปในความมืดมิด
ความเงียบกลับคืนสู่เรือนแพอีกครั้ง มีเพียงเสียงไม้ลั่นจากเปลวไฟที่มอดดับลง แม่หญิงบัวรีบเก็บดาบเข้าฝักข้างเอว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าข้างกล้าทันที สีหน้าที่เคยนิ่งสงบแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกตกใจอย่างปิดไม่มิด
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง กล้า? บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่!” มือเรียวบางของนางเอื้อมมาจับที่ต้นคอของเขาอย่างลืมตัว สัมผัสถึงหยดเลือดที่ซึมออกมาจากรอยแผล
“ขะ...ข้าไม่เป็นไรขอรับแม่หญิง แค่แผลถากๆ” กล้าตอบ พยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ความอบอุ่นจากมือของนางทำให้หัวใจที่เต้นระรัวของเขาค่อยๆ สงบลง “ว่าแต่... แม่หญิงมาที่นี่ได้อย่างไรในยามวิกาลเช่นนี้? หากผู้ใดมาเห็นเข้า เกียรติของแม่หญิงจะ...”
“ช่างหัวเกียรติยศมันเถิด!” บัวตัดบท น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดระคนโล่งอก “ข้าได้ข่าววงในจากจวนเจ้าพระยาจักรี ว่าขุนอินทร์ส่งคนออกล่าตัวเจ้าตั้งแต่หัวค่ำ ข้าจึงรีบพายเรือลัดเลาะมาเตือน... แต่ดูเหมือนข้าจะมาช้าไปก้าวหนึ่ง”
กล้าส่ายหน้าช้าๆ “มาช้าก็ยังดีกว่าไม่มาขอรับ หากมิได้แม่หญิงช่วยไว้ คอของข้าคงหลุดจากบ่าไปแล้ว”
ช่างเขียนหนุ่มก้มลงมองพื้นเรือนที่เกลื่อนไปด้วยเศษดินเผาและคราบเลือด ทว่าสายตาอันช่างสังเกตของเขากลับสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่ข้างรอยเลือดของชายชุดดำ
มันคือจี้เงินขนาดเล็กที่หลุดออกจากสายร้อย สลักเป็นรูปพยัคฆ์เหยียบเมฆา...
กล้าเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาพิเคราะห์ หัวใจของเขาพลันเต้นกระหน่ำรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่คมมีดจ่อคอหอยเสียอีก!
“แม่หญิง... ดูสิ่งนี้สิขอรับ” กล้ายื่นจี้เงินส่งให้นาง
แม่หญิงบัวรับไปดูใต้แสงสลัวของคบไฟจากเรือตรวจการที่แล่นผ่านไป ใบหน้าอันผุดผ่องของนางพลันซีดเผือดลงทันตา ริมฝีปากบางสั่นระริก
“ตราพยัคฆ์เหยียบเมฆา... นี่มันตราประจำตัวของมือขวา ‘พระยาพิชัยรณฤทธิ์’ แม่ทัพกองหน้ามิใช่หรือ?” บัวพึมพำด้วยความตระหนก “เหตุใดคนของท่านแม่ทัพถึงมารับใช้ขุนอินทร์... หรือว่า...”
“มิใช่แค่นั้นดอกขอรับ” กล้าเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน เขายกมือชี้ไปยังมุมหนึ่งของจี้เงินที่มีรอยสลักอักษรย่อตัวเล็กจิ๋ว รอยสลักที่ทำให้ความจริงอันดำมืดเบื้องหลังราชสำนักอยุธยาเปิดเผยออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัวที่สุด “คนร้ายมิได้ถูกส่งมาจากขุนอินทร์... แต่ถูกส่งมาจากคนที่อยู่ในเรือนของแม่หญิงเอง!”
***
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและร่วมแกะรอยความลับแห่งอยุธยาไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" ครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 5
เงาในเงามืด
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!