รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 45

ความลับในป่า

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"หากเจ้ารู้ว่าสิ่งที่เรากำลังขุดคุ้ยอยู่ใต้รากไม้ไทรนี่คืออะไร... เจ้าจะยังกล้าถือจอบในมืออยู่หรือไม่ออกขุน?" เสียงกระซิบของแม่หญิงบัวลอดผ่านความมืดทึบของผืนป่าดิบชื้น แสงคบเพลิงสั่นไหววับแวมสาดกระทบใบหน้าคร่ำเคร่งของนางและกล้า ช่างเขียนผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก กล้าหยุดมือจากจอบในมือ เหงื่อกาฬไหลย้อยผสมกับคราบเขม่าดิน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหวาดหวั่นที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ปมในใจจากการสูญเสียครอบครัวไปในคราวน้ำตาและเพลิงสงครามเมื่อครั้งเสียกรุงยังคงหลอกหลอน แต่ยามนี้ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขากลับไม่ใช่ซากปรักหักพัง หากแต่เป็น "หลักฐาน" ที่อาจพลิกแผ่นดินอยุธยาได้ทั้งอาณาจักร ปลายจอบของกล้ากระทบเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่าง เสียง *ก๊อก* ทื่อๆ สะท้อนก้องในความเงียบงัดความตึงเครียดให้พุ่งสูงขึ้น แม่หญิงบัวก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบพุ่มไม้หนาทึบเพื่อระแวดระวังเงาของสายสืบจากฝั่งขุนอินทร์ ศัตรูคู่อาฆาตที่ไล่ล่าพวกเขากระชั้นชิดเข้ามาทุกที "ช่วยข้าดึงมันขึ้นมาหน่อยแม่หญิง" กล้าเอ่ยเสียงกระซือ มือหยาบกร้านเอื้อมลงไปปัดเศษดินและรากไม้ออก เปิดเผยให้เห็นผิวเหล็กสีดำสนิทที่เย็นเยียบและคมกริบ ทีละชิ้น... ทีละเล่ม... หีบไม้สักเก่าคร่ำคร่าถูกเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของที่ถูกซุกซ่อนไว้ลึกที่สุดในผืนป่าแห่งนี้ อาวุธสงคราม ทั้งดาบสองมือ ดาบปลายปืนคาบศิลาที่นำเข้าจากโปรตุเกส และหอกปลายเหล็กกล้าชั้นดีจำนวนนับไม่ถ้วนถูกอัดแน่นอยู่ภายใน ทุกลำกล้องและคมดาบล้วนไร้สนิม บ่งบอกถึงการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยมราวกับมีกองกำลังขนาดใหญ่เตรียมพร้อมใช้มันก่อการกบฏในอีกไม่ช้า กล้าหยิบดาบเล่มหนึ่งขึ้นมาพินิจด้วยมือที่สั่นเทา ลวดลายสลักรูปครุฑยุดนาคที่โคนใบดาบนั้นคุ้นตาจนน่าใจหาย มันคือตราสัญลักษณ์ประจำกองร้อยทหารหลวงของกรมพระราชวังบวรฯ หน่วยงานที่ควรจะจงรักภักดีต่อแผ่นดินสูงสุด หาใช่ถูกนำมาซุกซ่อนไว้ในป่ารกชัฏเช่นนี้ "ขุนอินทร์ไม่ได้แค่ต้องการอำนาจในการเมืองหลังม่าน..." แม่หญิงบัวพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตระหนักรู้ "เขากำลังจะใช้กองกำลังนอกระบบเหล่านี้ก่อการรัฐประหารในคืนงานพระราชพิธีสมโภชพระอารามหลวง" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงหริ่งหรีดเรไรรอบกายพลันเงียบเสียงลงเสมือนธรรมชาติกำลังหวาดกลัวต่อมหันตภัยที่กำลังจะอุบัติขึ้น กล้าวางดาบลงในหีบอย่างระมัดระวัง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความทรงจำอันโหดร้ายเมื่อครั้งอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว ภาพบ้านเรือนที่ถูกเผาทำลาย ภาพร่างไร้วิญญาณของคนในครอบครัว... ประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดกำลังจะถูกเขียนซ้ำรอยอีกครั้งด้วยน้ำมือของคนกระหายอำนาจกลุ่มเดียว "เราต้องรีบนำข่าวนี้ไปบอกพระยาอภัย..." กล้าเอ่ยยังไม่ทันจบประโยค *แกร๊ก!* เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ แม่หญิงบัวคว้าแขนกล้าไว้แน่น ใบหน้าของนางฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองหยุดหายใจสนิท ซ่อนตัวอยู่หลังเงาต้นไทรใหญ่ ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาลที่แผ่ขยาย แสงคบเพลิงอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ย่างกรายเข้ามาพร้อมกับเสียงพูดคุยที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนในความเงียบ "...ข้าแน่ใจว่ามันมาทางนี้ นายสั่งให้ตรวจค้นให้ละเอียด หากเจอตัวหนอนบ่อนไส้สองคนนั้น ให้ฆ่าทิ้งเสีย อย่าให้รอดไปถึงพระนครได้แม้แต่คนเดียว!" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกนั้น... คือเสียงของขุนอินทร์ กล้าหันมาสบตากับแม่หญิงบัวในความมืด ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าไม่มีทางหนีพ้นแล้ว ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่สิบก้าวเท่านั้น ในมือของกล้ามีเพียงจอบเก่าๆ และดาบโบราณหนึ่งเล่ม ส่วนในมือของแม่หญิงบัวมีเพียงมันสมองที่เฉียบแหลมแต่มันไร้ซึ่งคมอาวุธที่จะปกป้องชีวิต ทว่า ในวินาทีที่เงาของทหารยามกลุ่มแรกก้าวพ้นพุ่มไม้เข้ามาปรากฏตรงหน้า แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าของคนผู้หนึ่งที่เดินตามหลังขุนอินทร์มาติดๆ... คนผู้สวมชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ควรจะนอนหลับพักผ่อนอยู่ในเรือนพักหลวงกลางพระนคร กลับยืนอยู่ ณ ที่นี่ ท่ามกลางดงอาวุธกบฏ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ส่งตรงมายังพวกเขา ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%