ฝุ่นแดงตลบฟุ้งกลบเสียงหอบหายใจของม้าศึกที่ถูกเร่งเร้าจนสุดกำลัง ขอบตาของสัตว์สี่เท้าบวมเป่งและมีน้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อย บ่งบอกถึงระยะทางอันยาวไกลที่ถูกควบตะบึงมาข้ามวันข้ามคืนโดยแทบไม่หยุดพัก สายตาของกล้าในยามนี้ไม่ได้มองทิวทัศน์สองข้างทางที่เลือนรางเป็นเส้นตรงอีกต่อไปแล้ว ภาพของเอกสารลับที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรองนั่งในเรือนพักแรมริมน้ำที่สุพรรณบุรี ยังคงวนเวียนชัดเจนในหัว ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเนื้อหาในจดหมาย คือรอยยิ้มเยือกเย็นของขุนอินทร์ในวันที่เขาลอบสังเกตการณ์
"อดทนอีกนิดนะเจ้าแม่หญิง บัว... ใกล้ถึงเขตปริมณฑลพระนครแล้ว" กล้าพึมพำกับตัวเอง มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับพู่กันและคัดลอกสมุดข่อย กำบังเหียนม้าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
แม่หญิงบัวซึ่งนั่งซ้อนท้ายมาด้วยความทุกลักษ์ทุเล ใบหน้านวลเนียนบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นและเหงื่อ ไรผมชื้นแฉะแนบติดข้างแก้ม นางมิได้ส่งเสียงร้องโอญครวญแม้แต่คำเดียว มือเรียวบางทั้งสองข้างโอบกอดเอวสอบของชายหนุ่มไว้แน่น แรงสั่นสะเทือนจากร่างของนางบอกเขาได้ดีว่า กำลังใจของนางเริ่มร่อยหรอลงทุกที ความหนาวเหน็บยามค่ำคืนสลับกับความร้อนระอุของแดดบ่ายแผดเผาผิวเนื้อจนแสบแปลบ แต่ไม่มีใครเอ่ยปากขอให้หยุดพัก
เมื่อห้วงน้ำกว้างใหญ่ของแม่น้ำเจ้าพระยาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับภาพของกำแพงพระนครสีขาวสะอาดตาที่ทอดยาวขนานไปกับแนวป้อมปราการ ความหวังเล็กๆ ก็สว่างวาบขึ้นในอกของทั้งคู่ ทว่าบรรยากาศรอบตัวในยามนี้กลับมิได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
เรือแจวรับจ้างข้ามฟากริมท่าน้ำท่าเตียนแน่นขนัดไปด้วยผู้คน พ่อค้าแม่ขายชาวมอญและจีนส่งเสียงเซ็งแซ่ แต่นัยน์ตาของพวกเขากลับหลบเลี่ยงไม่ยอมสบตากับใคร ทหารยามประจำประตูท่าสะพานปูนถือหอกยืนเรียงรายเข้มงวดกว่าทุกครา ทุกคนที่เข้าออกพระนครถูกซักถามและตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนผิดปกติ
"หยุด! มาจากที่ใด เหตุใดจึงมีท่าทางรีบร้อนเช่นนี้" นายทหารยามร่างใหญ่สวมเสื้อกั๊กผ้าดิบสีตุ่น ก้าวเข้ามาขวางหน้าม้าของกล้าไว้ ปลายหอกยาวจดจ่ออยู่ห่างจากอกม้าไม่ถึงคืบ
กล้าดึงบังเหียนให้ม้าหยุดฝีเท้าอย่างนุ่มนวล เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก สายตาคมกริบกวาดมองเครื่องแบบและตราสัญลักษณ์บนหมวกเหล็กของนายทหารผู้นั้น ก่อนจะประสานมือคารวะตามธรรมเนียมของผู้มีชาติตระกูล
"ข้ามาจากหัวเมืองฝ่ายเหนือ มีธุระด่วนต้องเข้าเฝ้าท่านขุนนางผู้ใหญ่ในกรมวัง" กล้ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ใบหน้าเรียบเฉยไร้พิรุธ
"หัวเมืองฝ่ายเหนือรึช่วงนี้มีราชการลับชุกชุม ยิ่งพวกที่มาจากทางสุพรรณบุรี ยิ่งต้องตรวจค้นเป็นพิเศษ ลงจากหลังม้าเสียเถอะท่าน" นายทหารยามหรี่ตามองด้วยความเคลือบแคลง มือหนากระชับด้ามหอกแน่นขึ้น พร้อมส่งสัญญาณให้ทหารอีกสองนายเดินเข้ามาประกบด้านข้าง
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด แม่หญิงบัวตัดสินใจขยับกายลงจากหลังม้าอย่างเงียบเชียบ แม้เรียวขาจะอ่อนล้าจนแทบทรุด นางประคองตัวยืนอย่างสง่างาม มือขาวผ่องเอื้อมไปหยิบพัดใบตาลขึ้นมาพัดเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ อย่างผู้ดีให้นายทหารยาม
"พี่ชายท่านนี้... พวกเราเดินทางมาเหนื่อยอ่อน และมีธุระพัน1เกี่ยวพันถึงชีวิตของคนในครอบครัวขุนนาง หากช้าไปเพียงก้านธูปเดียว เกรงว่าหัวของคนในเรือนคงไม่ได้อยู่บนบ่าเป็นแน่ ท่านพี่จะเมตตาผ่อนปรนให้พวกเราผ่านทางก่อนได้หรือไม่เล่าเจ้าคะ" น้ำเสียงของแม่หญิงบัวหวานใสและกังวานราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แววตาคู่นั้นฉายความเวทนาและออดอ้อนอย่างพพอเหมาะพอควร จนทหารยามร่างใหญ่ถึงกับชะงัก สีหน้าที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงถนัดตา
ทหารยามกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง กวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าที่มีท่าทีราวนางฟ้าตกยาก ก่อนจะโบกมือไล่ให้พ้นทางอย่างจำใจ "เออ... รีบไปเสียล่ะ ช่วงนี้ในพระนครไม่สู้ดีนัก ข่าวลือเรื่องการผลัดแผ่นดินหนาหู ระวังตัวไว้บ้างเถอะพวกท่าน"
กล้าไม่รอช้า เขารีบจูงม้าพาแม่หญิงบัวผ่านประตูเมืองเข้าสู่ถนนสายในทันที กลิ่นอายของพระนครในยามนี้เต็มไปด้วยความอึมครึม บ้านเรือนสองข้างทางปิดเงียบ ร้านค้าหลายแห่งลดมู่ลี่ลงครึ่งหนึ่ง ผู้คนเดินขวักไขว่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ไม่มีเสียงหัวเราะหรือเสียงเพลงขับกล่อมเหมือนยามปกติ ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวนี้คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดว่า พายุกำลังจะโหมกระหน่ำ
"เราจะตรงไปที่เรือนท่านพระยาอภัยรณฤทธิ์เลยหรือไม่เจ้าคะ" แม่หญิงบัวกระซิบถามเสียงเบาหวิว ขณะที่เดินเคียงข้างม้า
"ยังก่อน... หากเราตรงดิ่งไปที่นั่นตอนนี้ อาจมีหูตาของขุนอินทร์รอต้อนรับเราอยู่แล้ว" กล้ากวาดสายตาสำรวจตรอกซอกซอยแคบๆ ด้านซ้ายมือ "เราต้องไปหาคนผู้หนึ่งก่อน... คนที่ขุนอินทร์คาดไม่ถึงที่สุดว่าเราจะกล้าไปพบ"
ม้าศึกพาพวกเขาลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าเรือนไม้สักเก่าแก่หลังหนึ่ง ตั้งอยู่หลบมุมติดกับกำแพงวัดบูรพาราม รอบบริเวณเงียบสงบจนได้ยินเสียงใบไม้แห้งร่วงหล่น กล้าลงจากหลังม้า เดินไปเคาะประตูไม้หนาทึบสามครั้งด้วยจังหวะเฉพาะตัว
กริ๊ก... เสียงสลักไม้ถูกเลื่อนเปิดจากด้านในช่องแว่นตาเล็กๆ ปรากฏดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามวัย แต่ยังคงความเฉียบคมและดุดันไม่เสื่อมคลาย
"ใคร..." เสียงแหบพร่าเอ่ยถามจากด้านใน
"ข้าเอง... ลูกศิษย์ก้นกุฏิของผู้ที่ท่านเคยรู้จักดี" กล้าตอบกลับด้วยรหัสลับ
ประตูไม้เปิดกว้างออกอย่างรวดเร็ว ร่างของชายชราในชุดนุ่งขาวห่มขาว ผมและหนวดเคราสีดอกซอกรุงรัง เผยให้เห็นรอยแผลเป็นลึกที่พาดผ่านแก้มข้างขวา หลวงพ่อตาสม... อดีตอาลักษณ์หลวงผู้กุมความลับของแผ่นดินที่ปลีกวิเวกมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่นี่
หลวงพ่อตาสมมองหน้ากล้าสลับกับแม่หญิงบัว แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะรีบดึงตัวทั้งสองคนเข้าไปในเรือนแล้วลงกลอนอย่างแน่นหนา
"พวกเจ้า... ไปทำอีท่าไหน ถึงได้กล้าเหยียบมาที่เรือนของคนตายในเวลานี้" หลวงพ่อตาสมเอ่ยขึ้นทันทีที่ทรุดตัวนั่งลงบนเสื่อพรม "ข่าวเรื่องที่พวกเจ้าขโมยรายชื่อเครือข่ายของขุนอินทร์ที่สุพรรณฯ แพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงแล้ว ตอนนี้ทหารวังกำลังพลิกแผ่นดินหาตัวพวกเจ้าเป็นพัลวัน"
กล้าทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าชายชรา สีหน้าเคร่งเครียด "หลวงพ่อครับ... ข้าจำเป็นต้องนำเอกสารนี้ส่งถึงมือพระองค์เจ้าชายอทิตยาให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ใครยังไว้ใจได้บ้าง"
หลวงพ่อตาสมถอนหายใจยาวนาน แววตาฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด ท่านเอื้อมมือเหี่ยวย่นไปหยิบกาน้ำชาขึ้นรินใส่จอกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
"เจ้าคิดตื้นเกินไปแล้ว... พระองค์เจ้าชายอทิตยาที่เจ้าพูดถึงน่ะ..." หลวงพ่อตาสมเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ "เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อยามสามที่ผ่านมา ด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... และตอนนี้ พระองค์ถูกคุมตัวไว้ในคุกหลวงเรียบร้อยแล้ว"
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน (ตอนที่ 46)
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 46
กลับพระนคร
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!