รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 33

เอกสารปลอม

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าลายเส้นนี้จะตบตาขุนอินทร์ได้? ตาของมันมิใช่ตาปลาเนื้ออ่อนนะกล้า มันคือตาเหยี่ยวที่จ้องจะฉีกกระชากคอหอยพวกเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน" แม่หญิงบัวกระซิบ เสียงของนางสั่นพร่าเล็กน้อยขณะที่ประคองโคมไฟเข้าใกล้โต๊ะไม้สักเก่าคร่ำ ในห้องลับใต้ถุนเรือนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหมึกจีนผสมสมุนไพร กลิ่นฉุนกึกของมันช่างบาดจมูก แต่กล้าหาได้สนใจไม่ สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับกระดาษข่อยแผ่นบางเบื้องหน้า ปลายพู่กันขนกระต่ายจุ่มหมึกดำสนิทกำลังตวัดลงบนพื้นผิวอย่างมั่นคง กล้าไม่ได้เงยหน้ามองนาง มือของเขายังคงบรรจงลากเส้นสายที่ลอกเลียนแบบตราประทับของกรมพระคลังได้อย่างแนบเนียน "ตาเหยี่ยวหรือจะสู้สัญชาตญาณของเหยื่อที่ถูกต้อนจนมุมครับแม่หญิง... ขุนอินทร์มันเชื่อมั่นในอำนาจของมันจนลืมมองไปว่า เอกสารที่ข้าเขียนขึ้นนี้ มิใช่แค่การปลอมแปลงธรรมดา แต่มันคือการสร้าง 'ความจริง' ที่มันอยากเห็นที่สุดต่างหาก" เขาวางพู่กันลง แสงไฟวูบไหวทำให้เงาบนผนังดูคล้ายปีศาจที่กำลังร่ายรำ กล้าหยิบตราประทับไม้ที่เขาแกะสลักขึ้นเองด้วยความประณีตบรรจงมาอังบนไอหมึกที่ยังไม่แห้งสนิท กลิ่นไหม้จางๆ ของไม้หอมลอยอบอวลขึ้นมา เขากดมันลงไปหนักๆ ในจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก "มันจะมองหาหลักฐานเรื่องกองเสบียงลับที่หัวเมืองปักษ์ใต้ หากข้าสร้างเอกสารว่ามีการเบิกจ่ายทองคำเข้าคลังหลวงผ่านลายเซ็นของขุนนางที่มันเกลียดเข้าไส้ มันจะตาบอดด้วยความโลภทันทีครับ" กล้าพูดพลางยกกระดาษขึ้นเป่าเบาๆ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแวววาวด้วยความแค้นที่ซ่อนไว้ลึกสุดใจ "เจ้ากำลังเล่นกับไฟกองใหญ่เชียวนะ" บัววางมือลงบนไหล่เขา แรงบีบที่แผ่วเบานั้นสื่อความหมายถึงความห่วงใยที่เกินกว่าจะเป็นเพียงสหายร่วมอุดมการณ์ "หากความนี้รั่วไหลไปถึงหูพระองค์ ท่านย่อมไม่ไว้ชีวิตเจ้า... และข้า... ข้าก็คงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง" กล้าหันไปสบตานาง แสงจากโคมไฟสะท้อนในดวงตาของทั้งคู่ ความเงียบงันในห้องลับช่างหนักอึ้งเสียจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่ไหลรินมาจากซอกไม้ด้านบน เขาเป็นเพียงสามัญชน เป็นเพียงช่างเขียนที่เคยสูญเสียทุกอย่างให้แก่สงคราม เขาเคยเห็นบ้านเรือนที่ถูกเผาและครอบครัวที่แตกสลายเพราะความทะเยอทะยานของคนชั้นสูง บัดนี้ ถึงเวลาที่คนตัวเล็กๆ อย่างเขาจะต้องใช้ปากกาเป็นอาวุธ เพื่อรื้อถอนอำนาจที่ฉ้อฉลนั้นเสียที "ถ้าข้าต้องตาย... ก็ขอให้มันได้ตายไปพร้อมกับความพินาศของพวกทรยศเถิดครับ" เขากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะบรรจุเอกสารนั้นลงในกระบอกไม้ไผ่ที่ปิดผนึกด้วยครั่งอย่างดี เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านบนเรือน ทั้งคู่ชะงัก กล้าขยับตัวเข้ามุมมืดทันทีโดยสัญชาตญาณ เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะมีคนพยายามย่องเข้ามา ขุนอินทร์ไม่ใช่คนโง่ การที่มันส่งบ่าวไพร่มาเฝ้าหน้าเรือนไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลก แต่การที่มัน 'ปรากฏตัว' ด้วยตัวเองยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าแผนการของเขาอาจถูกล่วงรู้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ประตูทางลับที่ทำจากตู้เสื้อผ้าไม้เก่าขยับเขยื้อน ชายร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าไหมชั้นดีเดินลงมาด้วยท่าทางอวดเบ่ง มือหนึ่งกุมด้ามดาบ อีกมือถือตะเกียงน้ำมันส่องสว่างจนกล้าต้องหรี่ตาลง ขุนอินทร์ยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง "ขยันดีนี่... ไอ้ช่างเขียน" ขุนอินทร์กวาดสายตามองโต๊ะทำงานที่มีคราบหมึกหกเรี่ยราด "ข้ากำลังหาลายมือของคนที่ข้าเกลียดที่สุดในวังหลวงอยู่พอดี เจ้าพอจะช่วยข้าคัดลายมือให้หน่อยได้ไหม?" กล้าขยับตัวบังเอกสารที่ซ่อนไว้ใต้กองกระดาษเปล่า เขาพยายามรักษาจังหวะการหายใจให้คงที่ที่สุด "ขุนท่านมาเยี่ยมเรือนผมยามดึกดื่นเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือครับ... เรื่องเอกสารที่ท่านต้องการ ผมคงต้องขออนุญาตเป็นวันพรุ่ง" "ไม่ต้องรอถึงวันพรุ่งหรอก" ขุนอินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนกล้าได้กลิ่นสุราแรงๆ จากตัวมัน "เพราะข้าพบสิ่งที่ข้าต้องการตั้งแต่อยู่ข้างบนนั่นแล้ว" ขุนอินทร์หยิบเศษกระดาษชิ้นหนึ่งที่กล้าขยำทิ้งไว้ในตะกร้าขยะออกมา มันคือ 'แบบฝึกคัดลายมือ' ที่เขาทำขึ้นเพื่อฝึกเขียนชื่อของขุนนางในกรมพระคลังโดยเฉพาะ ขุนอินทร์คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธ "ลายมือของพระยาโกษาธิบดี... ไฉนจึงมาอยู่ในตะกร้าขยะของเจ้าได้ล่ะ เจ้าช่างเขียนตัวดี?" ขุนอินทร์ก้าวประชิดตัวกล้าจนปลายดาบแตะเข้าที่ลำคอของชายหนุ่ม แม่หญิงบัวเบิกตากว้างทำท่าจะพุ่งเข้าไปขวาง แต่ขุนอินทร์ใช้แขนข้างที่ว่างผลักนางออกจนล้มลงไปกองกับพื้น กล้ากัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหากตอนนี้เขาแสดงพิรุธแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างที่วางแผนมาจะพังทลายลงในพริบตา "ข้าแค่ฝึกเขียนตามแบบฝึกหัดที่ได้รับมอบหมายมาจากกองงานหลวงครับท่าน" กล้าตอบเสียงนิ่งสนิท แม้ปลายดาบจะบาดเข้าที่ผิวหนังจนเลือดซึมออกมาเป็นทางยาว "หากท่านสงสัยในความซื่อสัตย์ของข้า ท่านก็สามารถสังหารข้าได้เดี๋ยวนี้ แต่ขอให้ท่านทราบไว้ด้วยว่า... เอกสารที่ท่านตามหา มันมิได้อยู่ในห้องนี้ แต่มันอยู่ในมือของคนที่พร้อมจะนำไปถวายพระองค์หากข้าหายไป" ขุนอินทร์ชะงัก ดาบที่กดลงบนคอกล้าหยุดกึก สายตาของมันสับสนระคนหวาดระแวง มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเหม็นกลิ่นเหล้าปะทะหน้ากล้า "ใคร?" มันคำราม "ใครถือเอกสารนั่นอยู่!" ในจังหวะที่ขุนอินทร์กำลังระแวงถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนเรียกชื่อของขุนอินทร์ก็ดังขึ้นจากด้านนอกเรือน บ่าวรับใช้ของมันวิ่งกระหืดกระหอบลงมาด้วยใบหน้าซีดเผือด "ท่านขุน! ทหารหลวง... ทหารจากกรมพระนครบาลมาล้อมเรือนท่านไว้หมดแล้วครับ!" ขุนอินทร์หน้าถอดสี ดาบในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น กล้ามองไปที่แม่หญิงบัวที่แอบซ่อนรอยยิ้มไว้ภายใต้ความมืด เขาเองก็รู้ดีว่าไม่มีทหารหลวงคนไหนมาที่นี่หากเขาไม่ได้เป็นคนส่งจดหมายล่อลวงไปก่อนหน้านี้ด้วยตัวเอง... แต่กล้าไม่ได้เป็นคนส่ง กล้าเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องลับไม่ใช่เพียงทหาร แต่เป็นบุรุษที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต และไม่ควรจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด ร่างของชายสูงวัยในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมกับทหารหลายนาย ขุนอินทร์ทรุดเข่าลงด้วยความตกใจ ขณะที่ชายผู้นั้นหันมาจ้องหน้ากล้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "เจ้าทำเกินไปแล้ว... กล้า" ชายผู้นั้นกล่าวเสียงเย็นเยียบ "การปลอมแปลงเอกสารราชการเป็นโทษหนักถึงประหารชีวิต ไม่ว่าเจ้าจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม" ขอบพระคุณที่ติดตามร่วมลุ้นระทึกไปกับรอยจารึกแห่งอยุธยาด้วยกันนะครับ ไว้พบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%