ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 28

หนีตายเคียงคู่

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
คราบเขม่าสีดำที่เปรอะเปื้อนอยู่บนปลายคางเรียวระหง ไม่ได้ลดทอนความสง่างามของจ้าวเสี่ยวหลันลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ประกายตาที่คมกริบดั่งคมมีดผ่าตัดใต้แสงคบเพลิงสลัวในอุโมงค์ลับใต้ตำหนักบูรพา กลับสะท้อนความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ใดก็ตามที่กล้าขวางทาง "ห่างจากประตูคูเมืองด้านทิศเหนืออีกเพียงสามลีก เราจะพ้นเขตอารักขาของกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงแล้ว" สุ้มเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ฉินอ๋องเฟยหลงในชุดเกราะทหารชั้นผู้น้อยที่เปื้อนคราบเลือด ยื่นกระบอกน้ำพกพาที่บรรจุสมุนไพรฤทธิ์เย็นมาให้หญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมปลาบที่มักราบเรียบดั่งน้ำนิ่งในบึงลึก ยามนี้กลับไหววูบด้วยความห่วงใยที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น เสี่ยวหลันรับกระบอกน้ำนั้นมา ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบมาทั้งชีวิต นางถอนหายใจยาวเหยียด พลางใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อและคราบเขม่าบนหน้าผาก "ท่านอ๋องเพคะ..." นางเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พลางปรายตามองแผนที่หนังแกะที่กางอยู่บนโขดหิน "ท่านแน่ใจหรือว่าการทิ้งตรายางประจำตำแหน่งอ๋องไว้บนโต๊ะทรงอักษรในตำหนัก จะหลอกลวงตาเฒ่าจิ้งจอกอย่างเสนาบดีซ่งได้นานพอก่อนที่เราจะข้ามแม่น้ำอวี้?" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุร้ายฉายแววอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง มือหนาคว้าข้อมือเล็กของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ทว่ามั่นคง "เขาจะไม่มีวันรู้ตัว... จนกว่าหัวของมันจะหลุดออกจากบ่า" นี่คือการหนีตายที่ระทึกใจที่สุดในรอบหลายภพชาติของศัลยแพทย์สาขาอุบัติเหตุจากยุค 80 อย่างนาง เสี่ยวหลันแค่นยิ้มหยันให้กับโชคชะตา จากห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องมือแพทย์สเตนเลส นางต้องมาวิ่งหนีตายท่ามกลางหابلธนูและคมดาบในราชสำนักจีนโบราณที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความโลภ ม้าศึกสีหมอกสองตัวยืนหายใจฟืดฟาดอยู่เบื้องหน้า ปลายทางคืออิสรภาพ นอกกำแพงเมืองคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่นางสามารถใช้ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่สร้างโรงหมอและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ตามฝัน... แต่ทว่า ขณะที่นางกำลังจะก้าวขึ้นหลังม้า สัญชาตญาณของแพทย์ที่เคยยื้อชีวิตคนไข้จากประตูมรณะนับร้อยนับพัน กลับกรีดร้องเตือนสติบางอย่าง *หากพวกเราหนี... เท่ากับยอมจำนนต่อความอยุติธรรม* *หากพวกเราหนี... พี่น้องในกองทัพพยัคฆ์ทมิฬที่ถูกปรักจำยอมรับโทษประหารแทนพวกเราล่ะ?* *และที่สำคัญที่สุด... ศักดิ์ศรีของฉินอ๋องผู้ไม่เคยคุกเข่าให้ผู้ใด จะต้องมามัวหมองเพราะการหลบหนีราวกับสุนัขจนตรอกเช่นนี้หรือ?* "หยุดก่อนเพคะ!" เสี่ยวหลันดึงบังเหียนม้าไว้จนมันสะบัดหัวร้องฮี่ด้วยความตกใจ เฟยหลงชะงักฝีเท้า หันกลับมามองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยแววตาฉงนระคนเคร่งเครียด "เสี่ยวหลัน? เวลาเช่นนี้ มิใช่เวลามาลังเล ม้ากำลังจะออกตัวแล้ว" "หม่อมฉันไม่ได้ลังเลที่จะไป..." เสี่ยวหลันก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ปะปนกับกลิ่นหอมสมุนไพรเฉพาะตัวของนาง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของท่านอ๋อง "แต่หม่อมฉันไม่ยอมตายอย่างอนาถในฐานะกบฏหนีคดีเด็ดขาดเพคะ ท่านอ๋อง" เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่น "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" "เราวนกลับไป." นางเอ่ยเน้นทีละคำ น้ำเสียงหนักแน่นดั่งประกาศิตจากสวรรค์ "หนีมาครึ่งค่อนคืนเพื่อให้พวกมันตายใจ ตอนนี้แหละคือเวลาที่เราจะตลบหลังพวกมัน" ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงหรีดหร้องยามวิกาลและสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดไม้ เฟยหลงจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนเขม่าแต่ทว่ากลับเปล่งประกายความฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยวเกินสตรีใดในแผ่นดิน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ความหลงใหล และความบ้าระห่ำที่เข้ากันได้ดีกับตัวเขา "เจ้าช่างเป็นชายาที่หาญกล้ายิ่งนัก จ้าวเสี่ยวหลัน" เฟยหลงหัวเราะในลำคอด้วยความขบขันแกแกมเอ็นดู มือใหญ่เอื้อมไปจัดปอยผมที่หลุดรุ่ยของนางทัดหูอย่างทะนุถนอม "หากเราตาย เจ้าต้องไปเป็นยมทูตคู่กับเป้าหมายของข้าในนรกด้วยนะ" "หม่อมฉันมือสะอาดกว่าท่านเยอะเพคะท่านอ๋อง เรื่องลงนรกคงต้องยกให้ท่านรับหน้าไปก่อน" นางตอบโต้ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะพลิกกายขึ้นหลังม้าศึกอย่างคล่องแคล่วราวกับฝึกฝนมาแรมปี ม้าศึกสองตัวเปลี่ยนทิศทางในพริบตา แทนที่จะมุ่งหน้าสู่ประตูคูเมืองด้านนอก ทั้งสองกลับบังคับม้าควบทะยานย้อนกลับสู่ใจกลางเมืองหลวง—มุ่งตรงสู่วังหลวงที่เวลานี้กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะปลอมๆ ของพวกเสนาบดีกังฉิน! เสียงกีบม้ากระทบพื้นหินดังสนั่นก้องกังวานยามวิกาล ฝุ่นตลบอบولท่ามกลางแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องลงมา ราวกับพญายมกำลังควบม้ากลับมาทวงบัลลังก์ด้วยตนเอง เพล้ง! เสียงแก้วหยกในมือของเสนาบดีซ่งร่วงหล่นแตกกระจายลงบนพื้นท้องพระโรง ท่ามกลางความตกตะลึงของขุนนางนับร้อย เมื่อบานประตูไม้แกะสลักทองคำหนักนับร้อยชั่งถูกถีบพังทลายลงด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก ร่างสูงสง่าในชุดเกราะชุ่มเลือดของฉินอ๋องก้าวเข้ามาพร้อมกับสตรีในชุดบุรุษที่ก무กระบี่ส่องประกายวาววับอยู่ข้างกาย ทว่า ก่อนที่ความโกลาหลจะทันได้เริ่มต้นขึ้น ขันทีเฒ่าคนสนิทของผู้สำเร็จราชการก็วิ่งหน้าตื่นถือม้วนราชโองการสีทองอร่ามพุ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ด้วยตัวสั่นเทา "ทะ... ท่านอ๋อง! ใต้เท้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีเฒ่าละล่ำละลักละลือกละลอก "ราชโองการลับจากแดนเหนือ... ส่งตรงมาถึงท้องพระโรงเมื่อครู่... แม่ทัพใหญ่แห่งชายแดนถูกลอบสังหาร และตราประทับหยกแท้จริง... อยู่ในมือของไทเฮาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" *(ส้มหวานมิติลับ)* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับความเดือดดาลและไหวพริบของหมอหญิงและท่านอ๋องในตอนนี้นะคะ! พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ✨
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%