ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 29

กลยุทธ์มังกรพลิกแผ่นดิน

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"หากแผนการรบของท่านอ๋องยังคงยึดติดกับตำราพิชัยสงครามโบราณที่ข้าศึกรู้ทันเช่นนี้ เกรงว่าอีกสามวันข้างหน้า ศรดอกสุดท้ายที่ค่ายกลทิศเหนือคงได้ปักอกทหารของพระองค์จนพรุนเป็นแน่เพคะ" สุ้มเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งคมมีดผ่าตัดของจ้าวเสี่ยวหลันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทรงอักษร กลิ่นอายของชาผู่อ่อเข้มข้นลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนชั้นดี แต่มันกลับมิอาจกลบความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วอาณาบริเวณได้เลย บนโต๊ะไม้จันทน์แดงกว้างใหญ่ แผนที่ยุทธศาสตร์แคว้นฉินถูกกางออกโดยมีหมากสีดำและสีขาววางเรียงรายสลับซับซ้อน ประหนึ่งสมรภูมิรบจริงที่กำลังเดิมพันด้วยชีวิตของผู้คนนับแสน ฉินอ๋องเฟยหลงมิได้กริ้ว นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายแสงที่ลึกล้ำยากหยั่งถึง ชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายมังกรเงินสะท้อนแสงตะเกียงวับแวม เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ท่าทีเยือกเย็นดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังรอจังหวะขย้ำเหยื่อ ทว่าริมฝีปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกขันในความอาจหาญของนาง "เจ้ากล้าดียังไงมาวิจารณ์ตำราพิชัยสงครามที่บรรพบุรุษข้าใช้สร้างแคว้นมานับร้อยปี เสี่ยวหลัน..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก "รู้ตัวหรือไม่ว่าคำพูดเมื่อครู่ หากหลุดลอดออกไปนอกประตูบานนี้ หัวของเจ้าคงต้องหลุดจากบ่าไปนานแล้ว" เสี่ยวหลันแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางปัดชายแขนเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดีสไตล์ยุค 80 ที่ถูกดัดแปลงให้เข้ากับชุดจีนโบราณอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแวววาววับด้วยความฉลาดเฉลียว นางหยิบหมากสีขาวขึ้นมาเม็ดหนึ่งแล้ววางลงบนจุดอับของแผนที่อย่างแม่นยำ "หัวของหม่อมฉันมีค่าเกินกว่าจะมาทิ้งไว้เพราะความดื้อรั้นของท่านอ๋องค่ะ" นางเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ลดละ "ท่านบอกว่านี่คือตำราพิชัยสงคราม แต่ในมุมมองของศัลยแพทย์อย่างข้า สิ่งเหล่านี้เป็นเพียง 'ระบบนิเวศน์ทางยุทธวิธี' ที่มีช่องโหว่เต็มไปหมด ท่านกำลังใช้ตรรกะแบบเส้นตรงเพื่อรับมือกับศัตรูที่มีความคิดแบบเครือข่าย ในยุคของข้า... การทำสงครามและการรักษาชีวิตคนไข้ล้วนใช้หลักการเดียวกัน คือการตัดวงจรอุปทาน ตัดเส้นเลือดใหญ่ และทำลายศูนย์กลางการสั่งการในคราเดียว หาใช่การะดมพลเข้าปะทะกันตรงๆ ให้เลือดนองแผ่นดินไม่!" คำว่า 'ในยุคของข้า' ทำให้เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหรี่ลงอย่างใช้ความคิด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางทีละก้าวอย่างคุกคาม ทว่าเสี่ยวหลันกลับยืนหยัดนิ่งสนิท นางไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ ของสมุนไพรจีนที่ติดตัวนางมาตลอดหลอมรวมกับความเย่อหยิ่งดื้อรั้น สร้างแรงดึงดูดอันตรายที่ทำให้หัวใจของท่านอ๋องผู้เย็นชาเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ "เช่นนั้น... พระชายานอกรีตของข้า มี 'กลยุทธ์มังกรพลิกแผ่นดิน' อันใดที่จะมาโปรดเกล้าฯ ชี้แนะข้าล่ะ?" เฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนใส ทว่าแววตาของเขากลับจริงจังและคาดคั้นอย่างที่สุด เสี่ยวหลันเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความใกล้ชิด แต่นางก็รีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว นางยื่นมือเรียวบางออกไปกวาดหมากสีดำของศัตรูบนกระดานให้กระจัดกระจายด้วยรอยยิ้มเยع "ง่ายมากเพคะ... แทนที่เราจะรอให้กองทัพตระกูลหลี่บุกเข้ามาที่ค่ายกลทิศเหนือตามตำรา เราจะใช้ 'กลยุทธ์ล้อมเมืองช่วยอู่ฮั่น' ส่งหน่วยรบพิเศษขนาดเล็กที่ได้รับการฝึกฝนการแพทย์สนามและการลอบเร้นแบบกองโจร แทรกซึมเข้าไปตัดเสบียงและวางยาพิษสลายกำลังพลที่ค่ายเสบียงหลักของพวกมันในยามวิกาล ในขณะเดียวกัน ท่านก็นำกำลังทหารหลักทำทีเป็นถอยร่นเพื่อล่อให้แม่ทัพหลี่นำกองกำลังทั้งหมดไล่ล่าเข้ามาในหุบเขาอัคคี..." นางเว้นวรรคไปชั่วครู่ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวจิ้มลงไปตรงกลางแผนที่ ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดของหุบเขา "...แล้วจุดไฟเผาป่าหญ้าแห้งรอบด้าน ปิดตายทางเข้าออกทั้งหมด ขังพวกมันไว้ในเตาหลอมธรรมชาติแห่งนั้น! ไม่ต้องเปลืองแรงดาบแม้แต่เล่มเดียว พวกมันก็จะพ่ายแพ้ราบคาบภายในสามวันเพคะ!" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องทรงอักษรอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต่มันคือความตื่นตะลึงและทึ่งงันที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของบุรุษผู้กุมกองทัพทั่วหล้า ฉินอ๋องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย แผนการที่โหดเหี้ยม แยบยล และเฉียบคมราวกับปีศาจเช่นนี้ กลับถูกถ่ายทอดออกมาจากริมฝีปากนุ่มนิ่มของสตรีตัวเล็กๆ ที่วันๆ เอาแต่บ่นเรื่องรสชาติยาขม นี่นางเป็นใครกันแน่... เทวดาหรือปีศาจที่ส่งมาปั่นป่วนหัวใจและแผ่นดินของเขา? "เจ้า... ช่างร้ายกาจเสียจริง เสี่ยวหลัน" เฟยหลงเอמהเสียงพร่าต่ำ มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนเสี่ยวหลันอุทานออกมาเบาๆ ใบหน้าหวานตื่นตระหนกเมื่อพบว่าตนเองถูกดึงเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง "ทะ... ท่านอ๋อง จะทำอะไรเพคะ! ปล่อยนะ ข้ากำลังพูดเรื่องงานราชการอยู่!" นางพยายามดันอกเขาออก แต่แรงของสตรีหรือจะสู้แรงของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนได้ "งานราชการอันใด ข้าสนใจแต่ 'เรื่องส่วนตัว' ระหว่างเรามากกว่าแล้วตอนนี้" เฟยหลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม นัยน์ตาสีดำสนิทลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ยากจะดับลง "กลยุทธ์เมื่อครู่ถูกใจข้ายิ่งนัก แต่ถ้าเจ้ายังดื้อดึงเถียงข้าต่อหน้าคนอื่นอีก... ข้าจะลงโทษเจ้าด้วยวิธีที่ตำราพิชัยสงครามเล่มไหนก็ช่วยเจ้าไม่ได้แน่" หัวใจของเสี่ยวหลันกระตุกวูบ ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความโกรธและ... ความเขินอายที่ถูกรุกรานอย่างกะทันหัน นางกำลังจะอ้าปากต่อว่าเขาด้วยคำพูดเจ็บแสบตามเคย ทว่าก่อนที่เสียงหวานๆ นั้นจะได้เปล่งออกมา เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นจากด้านนอกอย่างกระวนกระวาย "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์เอกดังทะลุประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มีม้าเร่งจากเมืองหลวงส่งราชโองการด่วนที่สุดมาถึงหน้าค่ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ เนื้อความในสาส์นแจ้งว่า... ฝ่าบาททรงพระประชวรหนักจนหมดสติ และ... และองค์ชายรองได้นำกำลังทหารเข้าปิดล้อมวังหลวง ควบคุมตัวเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เฟยหลงชะงักกึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แววตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก บรรยากาศในห้องพลิกคว่ำจากความหวานล้ำกลายเป็นความกดดันดุจมรณะในเสี้ยววินาที เสี่ยวหลันหน้าถอดสีทันที นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การชิงอำนาจธรรมดา แต่มันคือการปฏิวัติรัฐประหารที่พร้อมจะกวาดล้างทุกคนที่ขวางทาง! มือหนาของเฟยหลงผละออกจากเอวบางของนางช้าๆ เขาสบตาคู่สวยที่มีความกังวลฉายชัดอยู่เต็มเปี่ยม ก่อนจะหันไปคว้ากระบี่ประจำกายที่วางอยู่บนแท่นบูชาขึ้นมาถือไว้มั่น "เตรียมม้า..." สุ้มเสียงเยือกเย็นดุจพญายมเอ่ยสั่งการออกไป "เราต้องเดินทางกลับเมืองหลวงคืนนี้!" ทว่า ในจังหวะที่เฟยหลงกำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากประตูห้องนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็ดังล้อมรอบตำหนักรับรองไว้อย่างแน่นหนา ประตูไม้แกะสลักถูกถีบพังกระเด็นเข้ามาด้วยพละกำลังมหาศาล พร้อมกับร่างของแม่ทัพทหารหลวงกลุ่มหนึ่งที่ชักดาบออกมารlประกายวาววับ และผู้ที่ก้าวเท้าเดินนำหน้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ก็คือขันทีสนิทข้างกายองค์ชายรอง พร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือที่ถูกชูขึ้นสูง "ฉินอ๋องเฟยหลง... ฝ่าบาทมีพระราชโองการลับฉบับสุดท้าย สั่งปลดท่านออกจากตำแหน่งแม่ทัพบูรพา และให้จับกุมตัวท่านพร้อมด้วยหมอหญิงเสี่ยวหลัน ในข้อหากบฏต่อแผ่นดิน... จงยอมจำนนแต่โดยดีเสียเถอะพ่ะย่ะค่ะ!" *(ส้มหวานมิติลับ)* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับกลยุทธ์พลิกแผ่นดินและการเผชิญหน้าอันดุเดือดในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ! พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ✨
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%