ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 30

หยดเลือดสุดท้าย

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ดับสิ้นซึ่งเสียงลมหายใจของหมู่มวลบุปผาในสวนหลingหลัน ปลายกระบี่อาบยาพิษสีนิลกาฬพุ่งแหวกอากาศยามราตรีมาด้วยความเร็วระดับปลิดวิญญาณ เป้าหมายมิใช่ผู้ใดอื่น หากแต่เป็นร่างระหงของสตรีที่กำลังงبيวรดสมุนไพรในมือ—จ้าวเสี่ยวหลัน “ระวัง!” สุ้มเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสีดำสนิทที่พุ่งทะยานเข้ามาประชดประชันความตายอย่างไม่กลัวเกรง ฉินอ๋องเฟยหลงมิได้ใช้กระบี่ปัดป้อง แต่วรกายกำยำกลับเลือกที่จะพุ่งเข้าโอบกอดร่างของนางไว้แนบกาย แล้วหมุนตัวเอาแผ่นหลังกว้างรับคมกระบี่มรณะนั้นแทนอย่างเต็มรักและเต็มแรง! *ฉับ!* เสียงเนื้อและอาภรณ์ถูกเฉือนขาดออกจากกันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด โลหิตสีแดงเข้มพวยพุ่งสาดกระเซ็นลงสู่พื้นหินปูทางเดินสีเทา ละอองคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมย เสี่ยวหลันเบิกตากว้าง หัวใจของนางกระตุกวูบดิ่งลงสู่เหวลึก สัมผัสอุ่นร้อนที่อาบไล้แผ่นหลังและเรียวแขนของนางในเวลานี้ มิใช่หยาดน้ำค้างยามค่ำคืน หากแต่มันคือโลหิตอุ่นๆ ของบุรุษผู้เยือกเย็นที่สุดแห่งแคว้นฉิน “เฟยหลง!” นางหวีดร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยไหวพริบยามเผชิญหน้ากับศัตรูบัดนี้สั่นเครือจนแทบขาดใจ สองมือเรียวรีบคว้าประคองร่างสูงใหญ่ที่ทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของนางทันที รอบด้าน กององครักษ์เงาและทหารองครักษ์หลวงที่เพิ่งก้าวเข้ามาสมทบต่างชักอาบออกหมายสะบั้นคอพวกมือสังหารเดนตายที่หลบหนีไปได้อย่างรวดเร็วดั่งเงาพราย แต่ทว่าในยามนี้ เสี่ยวหลันมิได้สนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไปแล้ว โลกทั้งใบของแพทย์หญิงจากยุค 80 หดแคบเหลือเพียงลมหายใจที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆ ของบุรุษตรงหน้า “เจ้า… บ้าหรือเปล่า!” นางตวาดเสียงสั่น น้ำตาหยดแรกไหลร่วงลงกระทบพวงแก้มซีดเซียวของเขา มือเรียวสั่นเทาพยายามกดแผลบริเวณแผ่นหลังกว้างที่ถูกคมกระบี่อาบพิษกรีดลึกจนน่ากลัว เลือดสีดำคล้ำซึมทะลุผ่านอาภรณ์สีเข้มออกมาอย่างไม่ขาดสาย “ข้าเป็นศัลยแพทย์ ข้ามีวิธีเอาตัวรอดจากการลอบสังหารพวกนั้นอยู่แล้ว เหตุใด… เหตุใดท่านต้องเอาตัวมารับแทนข้า!” ฉินอ๋องแย้มสร้อยยิ้มบางเบาที่มุมปาก แม้ใบหน้าคมคายจะซีดเซียวไร้สีเลือดจนน่าใจหาย นัยน์ตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกบัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนล้ำลึกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มือหนาที่เย็นเฉียบเอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่าหากใช้แรงมากกว่านี้ภาพตรงหน้าจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุ “เพราะเจ้า… คือชีวิตของเปิ่นหวาง” สุ้มเสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก “หากเจ้าเป็นอันใดไป… แผ่นดินนี้ ต่อให้เปิ่นหวางครอบครองไว้ทั้งหมด ก็ไร้ความหมาย” “อย่าพูดมาก! หุบปากเสีย!” เสี่ยวหลันกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้ทางการแพทย์ทั้งหมดถูกงัดออกมาใช้ในเสี้ยววินาที นางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ พิษร้ายชนิดนี้ออกฤทธิ์เร็วและรุนแรงมาก หากปล่อยไว้เกินหนึ่งกطرหายใจ พิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจและไร้ทางเยียวยารักษา “พวกเจ้ามายกตัวท่านอ๋องขึ้นเร็วเข้า! พาไปที่ห้องปรุงยาของข้าเดี๋ยวนี้!” นางสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและทรงอำนาจดั่งเช่นแพทย์สนามในยศทหารยุค 70-80 ไม่มีผิดเพี้ยน ความเด็ดเดี่ยวนี้ทำให้เหล่าองครักษ์ที่กำลังลิ่วลั่นตื่นตระหนกต่างรีบกรูเข้ามาหามร่างของฉินอ๋องด้วยความรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องปรุงยาอบอวลไปด้วยกลิ่นฉุนของสมุนไพรหายากและควันสีขาวบางเบาจากเตาหลอมยา เสี่ยวหลันในอาภรณ์เปื้อนคราบโลหิตกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำดั่งหุ่นยนต์ ปลายเข็มเงินสะท้อนแสงไฟวับวาวถูกปักลงตามจุดชีพจรสำคัญเพื่อสกัดกั้นการเดินของพิษ ร่างกายของฉินอ๋องเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่เต็มไปด้วยบาดแผลแห่งสงคราม แต่แผลฉกรรจ์ล่าสุดที่กลางหลังนี่ช่างน่ากลัวเหลือเกิน เนื้อเยื่อรอบบาดแผลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำและส่งกลิ่นเหม็นไหม้จางๆ “พิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรี…” เสี่ยวหลันพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานเคร่งเครียดจนคิ้วขมวดเข้าหากัน นี่คือพิษโบราณที่ปรุงขึ้นจากยางไม้ป่าลึกและอสรพิษพันปี หากไม่มีเลือดของสัตว์อสูรบรรพกาลหรือยาถอนพิษขนานแท้ ผู้โดนพิษจะต้องทรมานจนร่างเปื่อยเน่าภายในเจ็ดวัน นางไม่ลังเลแม้แต่น้อย ใช้มีดผ่าตัดขนาดเล็กที่นางแอบซ่อนไว้ในมิติพิเศษกรีดลงไปที่เนื้อเยื่อบริเวณรอบบาดแผลเพื่อคว้านเอาพิษส่วนใหญ่ออก แม้จะไม่มีชาหรือยาสลบที่สมบูรณ์แบบในยุคนี้ แต่ฉินอ๋ันกลับไม่มีแม้แต่เสียงครางเล็ดลอดออกมา มีเพียงเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มหน้าผากและมือหนาที่กำผ้าปูเตียงแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “อดทนไว้นะคะ…” เสี่ยวหลันกระซิบข้างหูเขา ขณะที่มือข้างหนึ่งบรรจงป้อนโอสถสกัดเข้มข้นเข้าปากของเขา “ถ้าท่านตายไปตอนนี้ ข้าจะหาทางแต่งงานใหม่กับบุรุษรูปงามทั่วเมืองหลวงให้ดูจริงๆ ด้วย!” ริมฝีปากซีดเซียวของฉินอ๋องกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมปลาบมองสตรีผู้กำลังช่วยชีวิตเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย “...กล้า… ลองดูสิ…” เขาเค้นเสียงกระซิบแหบพร่า “เปิ่นหวาง… จะลุกขึ้นมา… หั่นคอพวกมัน… ให้หมด” แม้จะอยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตาย แต่ความดื้อรั้นและหึงหวงในแบบฉบับของท่านอ๋องผู้นี้ก็ยังคงไม่เสื่อมคลาย เสี่ยวหลันเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาหากว่าดวงตาของนางไม่ได้เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความกังวล เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระดาษเข้ามา สีม่วงคล้ำบริเวณบาดแผลของฉินอ๋องเริ่มจางลงแทนที่ด้วยสีแดงเรื่อตามธรรมชาติ ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาสม่ำเสมอและหนักแน่นขึ้น แสดงให้เห็นว่าพิษร้ายถูกสกัดกั้นไว้ได้ชั่วคราวแล้ว เสี่ยวหลันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างกายของนางทรุดฮวบคุกเข่าลงข้างเตียงด้วยความอ่อนล้า ความตึงเครียดตลอดทั้งคืนระเหิดหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยอ่อนที่ถาโถมเข้าใส่ แต่มันยังไม่ใช่เวลามาพักผ่อน… ในจังหวะที่นางกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดพระพักตร์ให้เขา ภายนอกเรือนพักกลับมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจสถานที่ ประตูห้องถูกถีบเปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝ่าเท้าของทหารราชองครักษ์ชุดเกราะทองคำกรูเข้ามาล้อมรอบห้องจนแน่นขนัด ผู้นำขบวนไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นขันทีคนสนิทแห่งตำหนักในผู้ถือราชโองการสีเหลืองทองอร่าม พร้อมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนความร้ายกาจไว้ภายใต้ใบหน้าย่นยู่ “ราชโองการจากฮองเฮามาถึงแล้ว!” ขันทีเฒ่าประกาศก้องด้วยเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู “ท่านอ๋องขัดขืนราชโองการและซุกซ่อนคนผิด มีความผิดฐานกบฏ! ส่วนหมอหญิงจ้าวเสี่ยวหลัน… มีคำสั่งให้จับกุมตัวเข้าคุกหลวงเพื่อสอบสวนทันที!” เสี่ยวหลันลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของนางฉายแววเย็นเยียบและคมกริบขึ้นมาทันที นางกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้า แต่ทว่ามือหนาที่ควรจะหมดแรงนอนพักอยู่บนเตียงกลับคว้าข้อแขนของนางไว้แน่นเสียก่อน ฉินอ๋องค่อยๆ พยุงวรกายลุกขึ้นนั่ง แววตาดุดันดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองเหล่าทหารราชองครักษ์ด้วยรัศมีอำนาจที่แผ่ซ่านจนทุกคนต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “ใครกล้า…” สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น พร้อมกับที่มืออีกข้างชักกระบี่ประจำกายออกจักฝักชี้ตรงไปที่ขันทีเฒ่าผู้นั้น “ออกจากเรือนของเปิ่นหวางไปซะ… ก่อนที่หัวของพวกเจ้าจะหลุดออกจากบ่า!” *(ส้มหวานมิติลับ)* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและส่งกำลังใจให้ท่านอ๋องกับน้องเสี่ยวหลันในตอนนี้นะคะ! พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ✨
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%