ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 27

วังหลวงลุกเป็นไฟ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
เสียงโลหะกระทบกันคมกริบยามดึกสงัดคืออาณัติสัญญาณแห่งความตายที่ไร้ซึ่งความปรานี จ้าวเสี่ยวหลันมิได้สะดุ้งตื่นด้วยความหวาดกลัวดั่งสตรีทั่วไป นางดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงไม้แกะสลักอย่างเงียบเชียบ มือเรียวบางดึงเข็มเงินเคลือบยาชาเจ็ดเล่มออกจากซับในอย่างคล่องแคล่ว แววตาของศัลยแพทย์สาวจากยุคแปดสิบฉายประกายความเยือกเย็นผิดกับอาภรณ์นอนสีขาวบางเบา นางกวาดสายตามองผ่านหน้าต่างกระดาษสาที่บัดนี้สะท้อนเงาเพลิงสีแดงฉานโชติช่วงตัดกับผืนฟ้ายามราตรี กลิ่นคาวเลือดเจือจางลอยมาตามสายลมหนาว... กบฏนอกด่านที่นำโดยเสนาบดีซ่งบุกทะลวงประตูเมืองหลวงชั้นนอกแตกพ่ายแล้วในยามนี้ "เสี่ยวหลัน เจ้าอยู่ข้างหลังข้า" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกดต่ำลงจากริมฝีปากของฉินอ๋อง เฟยหลง อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรทมิฬของเขาเปรอะเปื้อนคราบโลหิตสีเข้ม ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์เบื้องล่างตำหนักอ๋องด้วยความเยียบเย็นถึงขั้วหัวใจ ในมือของเขากุมกระบี่ประจำพระองค์ที่หยดหยาดโลหิตสีแดงฉานลงกระทบพื้นหินศิลาเป็นจังหวะจะโคน "หม่อมฉันไม่ใช่เด็กน้อยในห้องหอที่จะต้องให้ท่านอ๋องมาปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวนะคะ" เสี่ยวหลันเอ่ยตอบเสียงเรียบ นางก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ พร้อมกับใช้ผ้าแพรผูกรวบผมยาวสลวยของตนให้ทะมัดทะแมงเพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว "บาดแผลที่หัวไหล่ขวาของท่านเมื่อยามบ่ายยังไม่สมานสนิทดี อย่าทำเป็นอวดเก่งให้มากนักเลยเพคะ" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ชั่วขณะหนึ่งแววตาที่มองนางทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุร้าย ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงสะท้อนของศาสตราวุธที่ดังระรัวทั่วท้องพระโรงและเขตพระราชฐาน มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของนางไว้มั่น บีบกระชับราวกับต้องการส่งผ่านความมั่นคงทั้งหมดที่เขามีท่ามกลางความโกลาหลเบื้องล่าง "เช่นนั้นก็จงตามข้ามา... วันนี้เราจะไปดูว่าสุนัขจนตรอกอย่างซ่งเหวินเจ๋อ จะมีปัญญาเด็ดหัวมังกรอย่างข้าลงได้อย่างไร" บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ทหารองครักษ์เสื้อแพรนับร้อยนายต่างวิ่งวุ่นรักษาแนวป้องกันรอบตำหนัก ทว่าเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับพันกำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาทุกที ประตูกลางของตำหนักอ๋องถูกกระแทกด้วยพละกำลังมหาศาลจนบานไม้สักทองหนานุ่มสั่นสะเทือน โคมไฟหยกโบราณแกว่งไกวและร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย เศษซากความรุ่งโรจน์ของราชสำนักกำลังถูกเผาผลาญให้มอดไหม้ลงด้วยไฟแค้นและการแย่งชิงอำนาจ เสี่ยวหลันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองอันปราดเปรื่องคำนวณเส้นทางหลบหนีและจุดยุทธศาสตร์ภายในตำหนักอย่างรวดเร็ว ในยุคแปดสิบ นางเคยผ่านวิกฤตการผ่าตัดกลางสนามรบมาแล้ว นับประสาอะไรกับยุคโบราณที่เต็มไปด้วยการนองเลือดเช่นนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คมดาบของศัตรู แต่คือเล่ห์กลและการหักหลังที่ยังไม่ถูกเปิดเผยต่างหาก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาราวกับเงาก็หยุดชะงักลงที่เบื้องหน้าม่านโปร่งสีมุก ทหารองครักษ์คนสนิทพุ่งเข้ามาคุกเข่าด้วยสภาพเนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านอ๋อง! แม่ทัพใหญ่แปรพักตร์... ทหารพิทักษ์ประตูเมืองยอมจำนนแล้ว พญาหงส์ในตำหนักในถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมด พระพันปีหลวงทรงมี... พระราชโองการลับ!" เฟยหลงหรี่ตาลงอันตราย รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิลดฮวบทันตาเห็น เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากบัญชาการสิ่งใด แสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยก็สาดส่องเข้ามาทางระเบียงทางเดิน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดเกราะชุ่มโชกโลหิตของ "ซ่งเหวินเจ๋อ" ผู้นำกบฏที่ยกยิ้มเหี้ยมเกรียมจนน่าสะพรึงกลัว "ฮ่าๆๆๆ เฟยหลง! ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร บัดนี้ปีกของท่านถูกถอนจนหมดสิ้นแล้ว ยอมจำนนแต่โดยดีเถิด ราชบัลลังก์มังกรนี้... สมควรเป็นของนายเหนือหัวคนใหม่!" ซ่งเหวินเจ๋อหัวเราะลั่นอย่างคนเสียสติ สายตาโลภโมละโทสะกวาดมองมาที่จ้าวเสี่ยวหลันด้วยรอยยิ้มดูแคลน "ส่วนหมอหญิงผู้เลอโฉมคนนั้น... ฮ่องเต้พระองค์ใหม่มีรับสั่งให้เก็บไว้รักษาอาการประชวรบนเตียงมังกร!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสี่ยวหลันตวัดสายตาคมกริบมองบุรุษผู้บังอาจล่วงเกินนาง มุมปากบางแย้มยิ้มเยาะหยันอย่างไม่เกรงกลัวความตายแม้แต่น้อย นางขยับมือไปสัมผัสขวดกระเบื้องเคลือบสีชาในกระเป๋าเสื้อโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น แต่ก่อนที่เฟยหลงจะทันได้ตวัดกระบี่ปลิดชีพกบฏสารเลวผู้นั้น เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกงฉาก็แว่วดังขึ้นจากด้านหลังตำหนักลับ... ประตูเหล็กกล้าที่ควรจะปิดตายตลอดกาล บัดนี้กลับถูกเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับขบวนราชรถปริศนาที่จอดนิ่งสนิท ทหารยามหน้าพระอุโบสถล้มฟุบลงจมกองเลือดโดยไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต เงาร่างหนึ่งก้าวลงจากราชรถด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าครึ่งซีกถูกบดบังด้วยหน้ากากเงินลายจิ้งจอก ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มแห่งผู้กำชัยชนะ "ฮ่าๆๆๆ เสนาบดีซ่ง... เจ้าช่างโง่เขลานักที่คิดว่าตนเองเป็นผู้ชักใยหุ่นเชิด" เสียงทุ้มกังวานและเยือกเย็นจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน บุคคลผู้นั้นสะบัดมือเบาๆ ข้ารับใช้เบื้องหลังก็โยนร่างไร้วิญญาณขององค์รัชทายาทกลิ้งหลุนๆ เข้ามาหยุดแทบเท้าของฉินอ๋องและเสี่ยวหลัน! ดวงตาของเฟยหลงหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของศพเบื้องหน้า ส่วนจ้าวหลันถึงกับสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจ เพราะบุคคลที่ก้าวออกมาจากเงามืดนั้น... กลับเป็นคนที่ทุกคนในราชสำนักต่างลงความเห็นว่า... สิ้นพระชนม์ไปแล้วเมื่อสามปีก่อน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับหมอหญิงและท่านอ๋องของเราในตอนนี้นะคะ! ✨ *(ส้มหวานมิติลับ)*
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%