ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 22

รักษาบาดแผลใจ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
คราบโลหิตแห้งกรังบนเกราะเหล็กนิลกาฬส่งกลิ่นคาวคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นยามราตรี ภายในตำหนักบูรพาที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีเสียงสะท้อนใดนอกจากเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ขาดเป็นห้วงของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ทัพไร้พ่าย ในมือของแขกผู้มาเยือนยามวิกาลผู้นั้น... ป้ายอาญาประกาศจับสลักลายหยกเลือดที่เปื้อนคราบดินโคลนและรอยเลือดสดๆ ของแม่ทัพไป๋... สหายร่วมเป็นร่วมตายที่เพิ่งถูกลอบปลิดชีพกลางหุบเขาไร้ชื่อ ร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาเสียงดัง *กริ๊ง* ดั่งเสียงระฆังเคาะเรียกยมทูต จ้าวเสี่ยวหลันสูดลมหายใจเข้าลึก นางไม่ได้สะดุ้งตกใจกับคราบเลือดหรือศพที่เพิ่งผ่านตา แต่นางสะท้อนใจกับความเงียบงันที่น่ากลัวของฉินอ๋อง (เฟยหลง) ผู้ประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง พระองค์ไม่ตรัสสิ่งใด ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวอัสดงทอดมองป้ายหยกนั้นราวกับมันคือร่างไร้วิญญาณของสหายรัก บาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ขวาจากการปกป้องศพของสหายยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่ขาดสาย ย้อมอาภรณ์สีเข้มให้เปียกชุ่ม แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับบาดแผลเหวอะหวะในจิต "ท่านอ๋อง... หากท่านยังปล่อยให้เลือดออกเช่นนี้ แขนข้างนี้คงต้องถูกตัดทิ้งตามสหายของท่านไปเสียก่อนกระมังเพคะ" เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยเอ่ยทำลายความเงียบ เสี่ยวหลันก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยไม่เกรงกลัวรังสีสังหารแผ่ซ่านที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ นางวางกล่องเครื่องมือแพทย์สเตนเลสจากยุค 80 ลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดึงสติบุรุษผู้จมดิ่งในความมืดให้เงยพระพักตร์ขึ้นช้าๆ เฟยหลงหันมามองนาง นัยน์ตาคู่นั้นแดงก่ำ รarแววร้าวรานที่ปิดไม่มิด แต่มุมพระโอษฐ์กลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันตนเองที่ชวนให้หัวใจคนมองบีบรัดอย่างเจ็บปวด "เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งเรา... เสี่ยวหลัน ออกไปซะ ข้าอยากอยู่คนเดียว" สุรเสียงแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าใจหาย "คนเดียวอันใดกัน เพคะ? คนที่ตายไปแล้วไม่อาจฟื้นคืน แต่คนที่ยังหายใจอยู่กลับกำลังทรมานตัวเองด้วยความโง่เขลา ท่านคิดว่าแม่ทัพไป๋เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ท่านมานั่งทำตัวเป็นเด็กอมมือ ปล่อยให้แผลเน่าตายในความมืดอย่างนั้นหรือ!" เสี่ยวหลันตวาดกลับอย่างเหลืออด นางเกลียดนักพวกผู้ชายที่ชอบแบกโลกไว้ทั้งใบแต่ไม่รู้จักดูแลสังขารของตัวเอง นางพุ่งเข้าไปกระชากสาบฉลองพระองค์ที่ชุ่มเลือดออกอย่างไร้ความปรานี เฟยหลงขยับพระองค์ด้วยสัญชาตญาณนักรบ แต่ด้วยพิษบาดแผลและพิษไข้ที่รุมเร้าทำให้ทรงเสียหลัก เซถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังตำหนัก เสี่ยวหลันจึงใช้โอกาสนี้ก้าวเข้าประชิด ร่างเพรียวบางแทบจะแนบชิดกับอกแกร่งที่กำลังกระกระแทกขึ้นลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยความร้อนรุ่มจากอุณหภูมิร่างกายของบุรุษตรงหน้าที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ เฟยหลงก้มพระพักตร์ลงมองสตรีตัวเล็กที่กำลังงละมุลละม่อมแกะผ้าพันแผลเปื้อนเลือดออกจากพระอังสา ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบสัมผัสโดนผิวเนื้อกำยำที่เต็มไปด้วยบาดแผลเก่าและใหม่ "เจ้าไม่กลัวเราหรือ... สตรีอื่นเห็นเรายามนี้ล้วนตัวสั่นงันทึก แต่นี่เป็นคราที่สองแล้วที่เจ้ากล้าบังอาจต่อปากต่อคำกับเรา" กระแสเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นสุราและคาวเลือดเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผม "ถ้าฉันกลัวตาย คงไม่มาเป็นหมอหลวงเฉพาะกิจให้ท่านหรอกเพคะ..." เสี่ยวหลันพึมพำตอบขณะใช้กรรไกรตัดผ้าพันแผลออกอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองแผลลึกที่ฉีกขาดจนเห็นเนื้อสีแดงฉาน "อยู่นิ่งๆ เพคะ! ถ้าไม่อยากให้ฉันลงเข็มยาชาแบบมือหนักเป็นพิเศษ" นางหยิบขวดแอลกอฮอล์ล้างแผลที่แอบหยิบมาจากมิติลำเลียงของยุค 80 เทลงบนบาดแผลฉกรรจ์ทันทีโดยไม่เอ่ยเตือนล่วงหน้า! "อึก...!" เฟยหลงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ พระเนตรเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปถึงขั้วหัวใจ กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งกระตุก มือหนาเผลอยกขึ้นคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บีบจนเสี่ยวหลันต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ แต่นางไม่ยอมถอย ปล่อยให้พระองค์ระบายความเจ็บปวดทั้งหมดผ่านการบีบข้อมือของนาง เพื่อดึงสติบุรุษผู้แข็งกระด้างให้ออกจากห้วงภวังค์แห่งความรู้สึกผิด "เจ็บใช่ไหมเพคะ? ความเจ็บนี่แหละที่บอกว่าท่านยังไม่ตาย..." เสี่ยวหลันเงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ นัยน์ตากลมโตคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเข้าใจลึกซึ้งที่สะท้อนอยู่ภายใน "ท่านโทษตัวเองใช่ไหมที่ช่วยเขาไว้ไม่ได้? ท่านคิดว่าถ้ารอบคอบกว่านี้ แม่ทัพไป๋คงไม่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่น" เฟยหลงชะงัก ร่างกายที่เคยเกร็งขึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่ห่อหุ้มพระองค์มาตลอดชีวิตพังทลายลงในชั่วพริบตา หยาดน้ำตาสลูกผู้ชายที่กลั้นมาตลอดคืนร่วงหล่นจากพระเนตรคมกริบหยดหนึ่งกระทบลงบนหลังมือของเสี่ยวหลันที่กุมพระอังสาไว้ นี่คือบุรุษผู้กุมชะตากรรมคนนับแสน... ผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้แก่ศัตรูหรือความพ่ายแพ้ใดๆ แต่กลับแตกสลายลงอย่างเงียบงันในอ้อมกักของสตรีต่างภพ เสี่ยวหลันใจกระตุกวูบ ความโกรธขืนและท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจและความอบอุ่นที่นางไม่อาจปฏิเสธได้ มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นอย่างนุ่มนวล แตะสัมผัสแก้มสากระคายที่มีร่องรอยคราบเลือดและหยาดน้ำตาอย่างเบามือที่สุด ราวกับปลอบประโลมเด็กชายตัวเล็กๆ ที่หลงทางในพายุฝน "ร้องออกมาเถอะเพคะ... ไม่มีใครเห็นหรอก" เสียงหวานเอ่ยกระซิบแผ่วเบาข้างพระ कर्ण (หู) เฟยหลงไม่ลังเลอีกต่อไป พระองค์ซบพระพักตร์ลงกับลาดไหล่บอบบางของเสี่ยวหลันอย่างหมดแรง กอดร่างของนางไว้แนบกายแน่นราวกับกลัวว่าทุกสิ่งจะเป็นเพียงภาพลวงตา ความอบอุ่นจากตัวนางซึมซับเข้าสู่หัวใจที่หนาเหน็บและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ดึงพระองค์ขึ้นมาจากหลุมพรางแห่งความรู้สึกผิดและความโดดเดี่ยวที่กัดกินวิญญาณมาเนิ่นนาน ทั้งสองประทับนิ่งอยู่เช่นนั้นท่ามกลางความมืดมิดของตำหนัก มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะ ท่ามกลางสงครามการเมืองอันโสมمและความตายที่รายล้อม พวกเขากลายเป็นที่หลบภัยเดียวของกันและกันอย่างไม่รู้ตัว ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขชั่วคราวนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว *ปัง!* ประตูด้านนอกตำหนักถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังภายในอันรุนแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารองครักษ์นับสิบที่กรูเข้ามา พร้อมด้วยเสียงตะโกนก้องด้วยความตื่นตระหนกที่ทำให้เลือดในกายของเสี่ยวหลันเย็นเฉียบ "ท่านอ๋องแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... สั่งปลดท่านจากการควบคุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ และ... และมีรับสั่งให้จับกุมพระชายาในข้อหาวางยาพิษลอบปลงพระชนม์สนเอก!" ขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ! ✨
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%