ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 10

แผนซ้อนแผนที่สวนหลังบ้าน

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"ข้ากล้าเอาชีวิตของอนุภรรยาเช่น1เป็นเดิมพัน หากถุงหอมถุงนี้มิใช่ของหมอหญิงเสี่ยวหลันจริง ยินยอมให้ท่านอ๋องลงทัณฑ์ข้าด้วยความตาย!" เสียงร่ำไห้ปะปนสะอื้นฮักดังระงมขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเรือนรับรอง อนุซูฮวาคุกเข่าลงแนบพื้นศิลา ร่างระหงสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ไหวในคิมhanja หยาดน้ำตาเม็ดโตเอ่อคลอหน่วยดวงตาหงส์ที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ภาพตรงหน้าช่างน่าเวทนาจนบ่าวไพร่ในเรือนต่างก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดหวั่น ทว่าสำหรับจ้าวเสี่ยวหลันแล้ว... หญิงสาวกลับทำเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะบางเบา นางหมุนเข็มเงินในเรียวนิ้วเล่นอย่างใจเย็น ดุจดั่งพญาเสือดาวที่กำลังมองดูเหยื่อดิ้นรนอย่างไร้เดียงสา กลิ่นหอมหวานเอียนของกำยานบุปผาชาติลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นอายความตึงเครียดในอากาศ ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเค่อก่อน เสี่ยวหลันเพิ่งจะขับไล่พิษโลหิตมังกรออกจากร่างกายด้วยกระบวนการฝังเข็มอันเฉียบคมของแพทย์ยุคแปดสิบผสมผสานกับภูมิปัญญาแพทย์แผนโบราณ เม็ดเหงื่อกาฬยังคงผุดพรายอยู่ตามกรอบหน้าเนียนละเอียด ทว่าศัลยแพทย์สาวยังไม่ทันได้พักผ่อนให้หายเหนื่อย เสียงโวยวายราวกับฟ้าถล่มก็ดังขึ้นหน้าประตู พร้อมกับการปรากฏตัวของอนุซูฮวาที่นำพาพยานและหลักฐาน... ถุงหอมปักลายดอกโบตั๋นซึ่งบรรจุผงพิษชนิดเดียวกันกับที่เกือบคร่าวชีวิตนางเมื่อครู่ มาฟ้องร้องต่อหน้าฉินอ๋องที่เพิ่งเสด็จกลับจากค่ายทหารพอดี ช่างเป็นจังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะ ราวกับละครฉากใหญ่ที่ถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุม "พระชายารองซู... ท่านช่างขยันขันอาหาเสียจริง ยามวิกาลเช่นนี้ยังอุตส่าห์เป็นห่วงเป็นใยสุขภาพของข้า ถึงขนาดเดินถือหลักฐานมาชี้ตัวคนร้ายด้วยตนเอง" เสี่ยวหลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใส ดึงสายตาทุกคู่ในห้องให้หันมามองนางเป็นตาเดียว "พี่หญิง... น้องมิกล้าปรักปรองท่าน!" ซูฮวารีบกราบลงกับพื้นอีกครา เสียงสะื้นไห้บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่นางกำนัลในเรือนของข้าเห็นกับตา ว่าท่านแอบลอบนำถุงหอมนี้ไปซ่อนไว้ใต้ตั่งนอนของข้าเพื่อปัดความผิด ยาพิษร้ายแรงเช่นนี้ เหตุใดท่านถึงใจคอโหดเหี้ยมนัก... หรือเพราะท่านแค้นเคืองที่ท่านอ๋องทรงโปรดปรานข้ามากกว่ากันแน่!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องพลันเย็นเยียบลงจนแทบแช่แข็ง ฉินอ๋องเฟยหลงประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง พระพักตร์หล่อเหลาดุจเทพสลักไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองสตรีทั้งสองสลับกันไปมา ความเงียบที่โรยตัวลงมานั้นกดดันจนเหล่าบ่าวไพร่แทบไม่กล้าหายใจ ในฐานะแม่ทัพผู้กุมชะตากรรมคนนับแสน พระองค์ย่อมรู้ดีว่าการชิงดีชิงเด่นในเรือนหลังเป็นเช่นไร แต่ทว่า... สตรีที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ในยามนี้ มิใช่สตรีอ่อนแอที่ยอมให้ใครรังแกได้โดยง่าย เสี่ยวหลันลอบถอนหายใจในใจอย่างเบื่อหน่าย นางเกลียดชังพวกชอบเล่นละครน้ำเน่าเป็นที่สุด ยุคแปดสิบที่นางจากมา การแข่งขันในโรงพยาบาลว่าดุเดือดเลือดพล่านแล้ว ยังไม่เท่าเล่ห์เหลี่ยมมารยาหญิงในวังโบราณแห่งนี้เลยสักนิด "หึ..." เสี่ยวหลันแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทิ้วของอนุซูฮวาช้าๆ ทุกย่างก้าวสง่างามและทรงพลัง ประหนึ่งราชิการก้าวเดินบนบัลลังก์ "เจ้าบอกว่านางกำนัลเห็นข้าเอาไปซ่อนงั้นหรือ? แล้วเจ้าแน่ใจได้อย่างไรเล่าว่าผงที่อยู่ในถุงหอมนั้น... คือพิษโลหิตมังกรจริงๆ มิใช่แป้งผัดหน้าของเจ้า?" ซูฮวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหงส์ฉายแววตื่นตระหนกวาบหนึ่งก่อนจะรีบปรับให้เป็นปกติ "ทะ... ท่านพูดจาเหลาะแหละอันใด หมอหลวงตรวจดูแล้ว ย่อมต้องเป็นพิษร้ายแน่นอน!" "หมอหลวงตรวจ หรือว่าเจ้าเป็นคนบอกให้เขาตรวจว่าเป็นสิ่งใดกันแน่?" เสี่ยวหลันย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับอนุสาวผู้เจ้าเล่ห์ มุมปากยกยิ้มเย้ายวนแต่แฝงไว้ด้วยประกายตาดุดัน "ซูฮวาเอ๋ยซูฮวา... เจ้าฉลาดมากที่เลือกใช้พิษชนิดเดียวกับที่วางยาข้าเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย แต่เจ้าคงลืมไปกระมัง ว่าข้าคือใคร?" เสี่ยวหลันสะบัดแขนเสื้อเบาๆ นางพลิกมือขึ้น เผยให้เห็นขวดกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กในเรียวนิ้ว ก่อนจะเทผงสีขาวบริสุทธิ์ลงบนถาดเงินที่วางอยู่ข้างๆ "นี่คือ 'ผงทดสอบปฏิกิริยาเคมี' ที่ข้าปรุงขึ้นเองจากสมุนไพรหายากในยุคของข้า..." เสี่ยวหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำ "พิษโลหิตมังกรเมื่อสัมผัสกับน้ำยาชนิดนี้ จะต้องเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีม่วงเข้มทันทีเนื่องจากปฏิกิริยาออกซิเดชันกับแร่ธาตุในตัวยา แต่ทว่า..." นางหยดน้ำใสลงไปเพียงหยดเดียว ผงสีขาวในถาดกลับยังคงสภาพเดิมอย่างไร้การเปลี่ยนแปลง ไม่มีสีม่วง ไม่มีควัน ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น! อนุซูฮวาดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าซีดเผือดลงทันทีราวกับคนใกล้ตาย "มะ... เป็นไปได้อย่างไร! ข้า... ข้าหมายถึง มันต้องมีสิ่งผิดปกติแน่ๆ ท่านหลอกลวง!" "ข้าหลอกลวงหรือ?" เสี่ยวหลันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตากวาดมองรอบห้องด้วยความเย้ยหยัน "สิ่งที่อยู่ในถุงหอมของเจ้า หาใช่พิษโลหิตมังกรไม่ แต่มันคือ 'ผงรากบัวป่นผสมเกสรดอกอ้ายเฉา' ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในยาบำรุงเลือดของสตรีมีครรภ์ต่างหากเล่า! หากใครสูดดมเข้าไปมากๆ จะทำให้วิงเวียนศีรษะเล็กน้อย แต่ไม่มีทางถึงตาย!" เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่บ่าวไพร่ อนุซูฮวาร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจจนแทบสิ้นสติ "แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น..." เสี่ยวหลันหันไปสบตากับร่างสูงใหญ่ของฉินอ๋องที่ยังคงประทับนิ่ง นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพของนางด้วยความลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง "คราบผงที่ติดอยู่ตามซอกเล็บและชายเสื้อของพระชายารองซูในยามนี้ กลับเป็น 'พิษโลหิตมังกร' ของแท้ที่หลงเหลือจากการผสมยาเมื่อหัวค่ำต่างหากเล่าเพคะท่านอ๋อง!" สิ้นเสียงประกาศกร้าวของศัลยแพทย์สาว ทั่วทั้งเรือนตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตกกระทบพื้น อนุซูฮวากรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก นางพยายามจะคลานหนีสุดชีวิต ทว่ากลับถูกองครักษ์เงาของฉินอ๋องกดตัวไว้ตรึงกับพื้นอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี "ท่านอ๋อง! ช่วยหม่อมฉันด้วย! นาง... นางใส่ร้ายหม่อมฉัน!" ซูฮวาแผดเสียงร้องขอความช่วยเหลือสุดชีวิต น้ำตาไหลพรั่งพรูอาบสองแก้ม ฉินอ๋องเฟยหลงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ พระบาทก้าวเข้ามาใกล้ร่างของเสี่ยวหลันที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอย่างถือดี รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทว่าในแววเนตรคมกริบกลับประกายแสงระยิบระยับบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจนิยามได้ "เก่งกาจมาก..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהลอดพระโอษฐ์ออกมาอย่างแผ่วเบา ขณะที่พระหัตถ์หนายื่นออกไปไล้ปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของเสี่ยวหลันอย่างถือวิสาสะ "ชายาของข้า... เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า" เสี่ยวหลันปัดมือหนานั้นออกเบาๆ พร้อมกับค้อนใส่ค้อนหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ "ท่านอ๋องทรงชมเกินไปเพคะ หมอเช่นข้ามีหน้าที่รักษาคน มิใช่ปล่อยให้คนสารเลวมาป้ายสีฆ่าตัดตอน หากท่านยังจัดการอนุภรรยาผู้นี้ไม่เด็ดขาด เกรงว่าวันหน้าเรือนหลังของท่านคงได้กลายเป็นสุสานคนเป็นอย่างแน่นอน!" เฟยหลงยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ แววตาดุร้ายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด พระองค์หันไปตวัดพระเนตรมองอนุซูฮวาที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "คนนอกใจและคิดปองร้ายชายาเอก..." สุรเสียงกังวานดุจประกาศิตสวรรค์เอ่ยขึ้นอย่างไร้ความปรานี "ลากตัวไปโบกสามสิบไม้ แล้วเนรเทศไปอยู่ค่ายกักกันชายแดนทิศเหนือชั่วชีวิต!" "ไม่นะเพคะ! ท่านอ๋อง! เมตตาด้วย!" เสียงกรีดร้องโหยหวนของซูฮวาค่อยๆ 2 หายลับไปตามแรงลากตัวขององครักษ์ บรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เหลือเพียงคนทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันท่ามกลางแสงคบเพลิงวับแวม เสี่ยวหลันถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก นางหันหลังเตรียมจะเดินกลับเข้าห้องเพื่อพักผ่อน ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้า... ข้อมือเรียวกลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล ร่างบางถูกดึงเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทร์หอมอย่างกะทันหัน "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... เจ้ายังคิดจะหนีไปนอนเฉยๆ โดยไม่รับผิดชอบหัวใจของสามีผู้นี้เลยหรือ?" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำเอาเสี่ยวหลันขนลุกซู่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ นางเงยหน้าขึ้นเตรียมจะต่อว่าคนฉวยโอกาส ทว่าริมฝีปากหยักลึกกลับโน้มลงมาประทับปิดเรียวปากของนางอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ราวกับสายฟ้าแลบกลางฤดูร้อน! สัมผัสร้อนผ่าว หอมหวาน และดุดัน ทั้งลิดรอนลมหายใจและสูบเอาสติสัมปชัญญะของนางไปจนหมดสิ้น ในขณะที่เสี่ยวหลันกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสจุมพิตอันเร่าร้อนและลึกซึ้งนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝีเท้าเร่งรีบของขันทีหลวงผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับเสียงตะโกนหน้าประตูเรือนที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ "กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งตรงมาถึงห้องทรงงานเมื่อครู่!" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ส้มหวานมิติลับ" เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%