ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 11

เมื่ออ๋องเริ่มหึงหวง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายของสมุนไพรจีนต้มเคี่ยวอบอวลอยู่ทั่วเรือนรับรองปีกตะวันตก ทว่าบรรยากาศในยามบ่ายนี้กลับมิได้สงบเงียบดังเช่นทุกวัน เมื่อร่างระหงในชุดผ้าไหมปักลายปTหยางสีมรกตอ่อนของจ้าวเสี่ยวหลัน กำลังยืนเผชิญหน้ากับบุรุษผู้หนึ่งด้วยแววตาระaมระอาใจ "คุณชายลู่ ท่านเอาเวลาว่างจากการตรวจฎีกาใน 3 กรม มานั่งจดจำตำรับยาของหมอหญิงบ้านนอกเช่นข้า ไม่คิดว่ามันเสียเวลาชีวิตท่านไปหน่อยหรือคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า มือเรียวบางที่สวมปลอกเล็บทองคำขาว—เครื่องประดับที่ฉินอ๋องเพิ่งส่งคนนำมา "บังคับ" ให้สวมเพื่อแสดงฐานะ—กำลังคีบก้านเข็มเงินลงบนถาดกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว นางเพิ่งกลับจากการผ่าตัดรักษาแผลเน่าเปื่อยให้ทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่ง ความเหนื่อยล้ายังไม่ทันจางหาย กลับต้องมาต้อนรับ "แขกไม่ได้รับเชิญ" ที่ขยันมาเยือนเรือนพำนักของนางเสียยิ่งกว่าหมอหลวงในสำนักแพทย์หลวงเสียอีก ลู่จือหยวน ทายาทอันดับหนึ่งแห่งตระกูลลู่ผู้ทรงอิทธิพล ขยับพัดจีบในมืออย่างช้าๆ นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูเจือความทึ่ง เขามองสตรีตรงหน้าผู้ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจมืดใดในเมืองหลวง แม้แต่นามของฉินอ๋องผู้โหดเหี้ยม นางก็ยังกล้าเอ่ยถึงด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับพูดถึงสุนัขตัวโปรด "หลันหลัน..." ลู่จือหยวนจงใจเรียกชื่อสนิทสนมจนเกินงาม พร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะไม้จันทน์หอม "ข้ามิได้มาเพื่อสนทนาเรื่องตำรับยา แต่ข้ามาเพื่อ... สู่ขอท่านต่างหากเล่า" เพล้ง! เสียงถ้วยชาเซรามิกชั้นดีกระทบลงบนพื้นเรือนอย่างแรง จนน้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปื้อนชายเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายเมฆาของบ่าวไพร่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ทว่าไม่ใช่ฝีมือของจ้าวเสี่ยวหลัน และมิใช่ความซุ่มซ่ามของลู่จือหยวน ที่หน้าประตูเรือน ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงินสะท้อนแสงอาทิตย์ยามอัสดง ฉินอ๋องเฟยหลงเสด็จมาถึงตั้งแต่เมื่อใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ รัศมีเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงราวกับเข้าสู่ฤดูเหมันต์ในชั่วพริบตา ดวงเนตรคมกราบดุจพญาเหยี่ยวของท่านอ๋องกวาดมองร่างของลู่จือหยวนที่ยังคงยืนประชิดโต๊ะทำงานของเสี่ยวหลัน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่มือของบุรุษตระกูลลู่ที่ถือวิสาสะยื่นไปใกล้ข้อศอกของนาง "บัง2..." สุ้มเสียงต่ำทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว แต่น้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ทำเอาผู้ฟังหายใจติดขัด ลู่จือหยวนชะงักมือเล็กน้อย แม้เขาจะเป็นขุนนางหนุ่มอนาคตไกลผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งในราชสำนักฝ่าย文 แต่เมื่อเผชิญหน้ากับฉินอ๋อง—ผู้ใช้โลหิตอาบแผ่นดินจนบัลลังก์สั่นสะเทือน—เขาย่อมรู้ดีว่าเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายนั้นบางเบาเพียงใด ถึงกระนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ยังคงประดับอยู่บนมุมปากของเขา "ถวายบังคมฉินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ ไม่นึกว่าท่านอ๋องผู้ปรีชาจะทรงมีเวลาว่างเสด็จมาเยี่ยมเยียน 'โรงหมอชาวบ้าน' เช่นนี้" ลู่จือหยวนประสานมือคารวะตามธรรมเนียม ทว่าแววตาที่มองตอบกลับมิได้มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย จ้าวเสี่ยวหลันลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางส่งค้อนวงใหญ่ให้ท่านอ๋องผู้มาใหม่ที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่ตรงกรอบประตู ก่อนจะป้องปากหาวออกมาเบาๆ อย่างไม่เกรงใจสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้า "ท่านอ๋องทรงว่างงานมากหรือคะ ถึงได้เสด็จมาทำเสียงดังโครมครามทำลายทรัพย์สินในเรือนของหมอหญิงเช่นนี้ ถ้วยชานั่นราคาแพงพ่ะย่ะค่ะ... อ๊ะ ลืมไป ท่านร่ำรวยล้นฟ้า คงไม่สนใจเศษเงินแค่นี้หรอกกระมัง" นางจงใจเหน็บแนมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับก้มหน้าก้มตาจัดเรียงเครื่องมือผ่าตัดต่อราวกับรอบตัวไม่มีใครอื่น เฟยหลงขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีรัตติกาลหรี่แคบลงอย่างอันตราย ความโกรธเกรี้ยวที่ตีฟูขึ้นในอกยามเห็นบุรุษอื่นเข้ามาพะเน้าพะนอหญิงสาวในอาณัติของตน ถูกกดทับไว้ด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว พระองค์ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาภายในห้อง กลิ่นอายบุรุษอันทรงพลังและกลิ่นอายสนิมเหล็กจางๆ ที่ติดพระองค์มาทำให้บรรยากาศยิ่งอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "ลู่จือหยวน..." เฟยหลงตรัสด้วยพระสุ้มเสียงเย็นยะเยือกราวกับลอยมาจากขุมนรก "ดูเหมือนว่างานในกรมราชเลขานานเกินไป จนเจ้าเริ่มลืมเลือนกฎระเบียบของแคว้นไปเสียแล้วกระมัง" "กระหม่อมเพียงแต่มารับการรักษาจากหมอหญิงจ้าว เนื่องจากมีอาการ... เจ็บป่วยทางใจพ่ะย่ะค่ะ" ลู่จือหยวนตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาแพรราวมองตรงไปยังจ้าวเสี่ยวหลันที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ "และดูเหมือนว่า ยาขนานเอกของหมอหญิงจะรักษาอาการของกระหม่อมได้ดีเสียด้วย" ฉินอ๋องแค่นพระSวลในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ พระองค์เอื้อมพระTheมาคว้าเอวบางของจ้าวเสี่ยวหลันเข้ามาชิดพระวรกายอย่างรวดเร็วจนเจ้าตัวตั้งตัวไม่ทัน แรงดึงอันดุดันทำให้ร่างระหงเซไปกระแทกกับแผงพระอกกว้างที่แข็งแกร่งดั่งหินผา "ว피! ท่านอ๋อง... บ้าที่สุด ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะคะ!" เสี่ยวหลันอุทานออกมาอย่างตกใจ นางพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ทว่าวงแขนแกร่งที่โอบกอดนางไว้นั้นราวกับคีมเหล็กที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย "เจ้าค่ะ กระหม่อมป่วย" เฟยหลงก้มพระพักตร์ลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาว น้ำเสียงทุ้มต่ำและเป่ารดต้นคอระหงจนเสี่ยวหลันสะท้านเฮือก "แต่เกรงว่าอาการป่วยของเจ้า จะต้องใช้ยาแรงจากเตียงมังกรของเปิ่นหวางเท่านั้น... ส่วนเจ้า!" ดวงตาดุดันหันกลับไปจ้องมองลู่จือหยวน "ไสหัวไป! ก่อนที่เปิ่นหวางจะสั่งให้คนหิ้วร่างไร้หัวของเจ้าออกไปจากจวนแห่งนี้!" ลู่จือหยวนหุบพัดในมือรอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเคร่งขรึม เขารู้ดีว่าฉินอ๋องมิได้ขู่เล่น ชายผู้นี้กล้าทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ต้องการ... และดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะยืนอยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้แล้ว "ถ้าเช่นนั้น กระหม่อมไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของท่านอ๋องกับหมอหญิงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ลู่จือหยวนประสานมือลาด้วยท่าทีสงบ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากเรือนไปด้วยก้าวที่มั่นคง ทว่าทิ้งสายตาความหมายลึกซึ้งไว้ให้จ้าวเสี่ยวหลันแวบหนึ่ง เมื่อผู้มาเยือนลับสายตาไปแล้ว เฟยหลงก็ยิ่งกักขังร่างของหญิงสาวไว้แน่นขึ้น พระองค์ก้มลงมองดวงหน้าหวานที่บัดนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความเขินอายที่เจ้าตัวไม่ยอมรับ) พระเนตรสีเข้มเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและความหึงหวงที่ไม่อาจปิดบัง "เจ้ากล้าดียังไง..." เฟยหลงตรัสเสียงลอดไรฟัน "ให้บุรุษอื่นมาเกี้ยวพาราสีถึงในเรือนของเจ้า แถมยังทำหน้าตาระรื่นเช่นนั้น!" "นี่ท่านอ๋อง! ข้าเป็นหมอ เขาด้าวมาหาในฐานะคนไข้ จะให้ข้าไล่ตะเพิดออกไปหรือไงคะ อีกอย่าง... ข้าจะคุยกับใคร จะยิ้มให้ใคร มันก็สิทธิ์ของข้า ท่านมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของข้าไม่ทราบ!" เสี่ยวหลันเชิดหน้าเถียงกลับอย่างไม่เกรงกลัว มือเล็กผลักอกพระองค์เต็มแรงแต่มิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย "สิทธิ์งั้นหรือ?" เฟยหลงแค่นพระSวล มือใหญ่ยกขึ้นเชยคางมนของนางให้เงยขึ้นสบตา พระเนตรคมกริบฉายประกายลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง "สิทธิ์ของการเป็นเจ้าของทุกลมหายใจของเจ้า... ร่างกายนี้ จิตใจนี้ และแม้แต่สายตาคู่นี้ของเจ้า เปิ่นหวางเป็นผู้ซื้อมันไว้ด้วยอำนาจและชีวิตของเปิ่นหวาง จำไม่ได้หรืออย่างไร หืมน์?" น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นความอ่อนหวานทว่าอันตราย ทำให้หัวใจของเสี่ยวหลันกระตุกวูบ เคมีอันร้อนแรงระหว่างคนทั้งสองแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบลุกเป็นไฟ ทว่าก่อนที่นางจะได้โต้เถียงอันใดกลับไป เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าที่หน้าประตูเรือนด้วยท่าทีตื่นตระหนก "กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งตรงมาถึงตำหนักในเวลานี้ แจ้งว่ากองทัพชายแดนเหนือถูกตีแตก และพระราชชายา... กำลังเสด็จมาที่จวนของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้าง "ส้มหวานมิติลับ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%