ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 12

วิกฤตกลางงานเลี้ยง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายกำยานหมื่นลี้คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาตามสายลมหนาวจากชายแดนเหนือ บรรยากาศภายในท้องพระโรงใหญ่ประดับประดาด้วยแพรพรรณสีแดงชาดและโคมกระดาษวาดลายวิจิตร ทว่ากลับเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก เมื่อราชโองการด่วนฉบับนั้นถูกประกาศก้อง ทหารองครักษ์ต่างก้มหน้าคุกเข่าด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่ฉินอ๋องเฟยหลงประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักสลักลายมังกร ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนแทบทำให้ผู้คนรอบข้างหยุดหายใจ "พระราชชายา... กำลังเสด็จมาอย่างนั้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ราวกับสายน้ำวนที่ซ่อนกระแสเชี่ยวกรากเบื้องล่าง เฟยหลงแค่นยิ้มหยันที่มุมพระโอษฐ์ พระองค์เพิ่งได้รับรายงานลับว่ากองทัพชายแดนถูกตีแตก ทว่าราชสำนักกลับส่งสตรีผู้เป็นหมากทางการเมืองมาปัก ธงในจวนอ๋องแห่งนี้ รวดเร็วและจงใจยิ่งนัก ในขณะเดียวกัน จ้าวเสี่ยวหลันซึ่งยืนอยู่เบื้องพระพักตร์ในชุดคลุมผ้าไหมปักลายสมุนไพรจีนสีหยกอ่อน นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมองอันปราดเปรื่องของศัลยแพทย์สาขาสมัยใหม่จากยุค 80 หมุนวนวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว กองทัพแตกพ่าย ข่าวกรองรั่วไหล และการเสด็จมาของพระราชชายา ทุกอย่างประจวบเหมาะราวกับละครฉากใหญ่ที่ถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้าเพื่อบีบให้ฉินอ๋องจนมุม "ท่านอ๋องทรงพระsatiเถิดเพคะ" เสี่ยวหลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ท่ามกลางความตึงเครียดของขุนนางในห้อง นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้พระองค์อีกครึ่งก้าว กลิ่นกายหอมสะอาดคล้ายสมุนไพรจีนโบราณของนางช่วยบรรเทาความดุเดือดในใจของเฟยหลงลงได้อย่างน่าประหลาด "ศัตรูจงใจเดินหมากตานี้เพื่อปั่นป่วนหลังบ้านของท่าน หากพระองค์ทรงกริ้วและแสดงความอ่อนแอออกมา ย่อมเข้าทางพวกมันอย่างแน่นอนเพคะ" เฟยหลงช้อนพระเนตรขึ้นมองสตรีตรงหน้า แววตาคู่คมมีความลึกซึ้งระคนซับซ้อนฉายชัด สตรีผู้นี้มักจะยืนหยัดเคียงข้างพระองค์ในยามวิกฤตเสมอ ราวกับนางคือเกราะแก้วที่หล่อหลอมขึ้นจากความเด็ดเดี่ยวและปัญญาญาณอันล้ำเลิศ "เจ้าไม่กลัวหรือ เสี่ยวหลัน? พระราชชายาผู้สูงศักดิ์กำลังจะมาแย่งชิงตำแหน่งนายหญิงแห่งจวนนี้ พร้อมทั้งอำนาจจากฮ่องเต้ที่จ้องจะบั่นคอเรา" เฟยหลงตรัสถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าแฝงความห่วงใยที่ซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิด "หม่อมฉันกลัวสิ่งใดกันเพคะ? กลัวสตรีที่เอาแต่ร้องไห้ในตำหนัก หรือกลัวอำนาจลมๆ แล้งๆ ของราชสำนัก?" เสี่ยวหลันเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากอิบอิ่ม "คนที่น่ากลัวจริงๆ คือพวกที่ซ่อนยาพิษไว้ในจอกสุราต่างหากล่ะเพคะ" คำพูดของนางราวกับสายฟ้าแลบผ่านความมืด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประกาศการมาถึงของแขกผู้ทรงเกียรติก็ดังขึ้นขัดจังหวะ งานเลี้ยงต้อนรับเพื่อกระชับอำนาจจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางรอยยิ้มจอมปลอมและสายตาที่ซ่อนเร้นคมมีดของเหล่าขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่มาร่วมงาน โต๊ะจัดเลี้ยงรายเรียงยาวเหยียด อาหารเลิศรสส่งกลิ่นหอมกรุ่น พระราชชายาองค์ใหม่ผู้เพิ่งเดินทางมาถึงประทับอยู่ ณ เบื้องขวา พระนางสวมอาภรณ์ปักดิ้นทองระยิบระยับ ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าดวงตากลับกวาดมองมาที่เสี่ยวหลันด้วยประกายริษยาและชิงชังอย่างไม่คิดปิดบัง "ได้ยินมาว่าหมอหญิงจ้าวผู้นี้ เป็นผู้ถวายการรักษาท่านอ๋องจนอาการดีขึ้น ช่างเป็นบุญคุณล้นพ้นยิ่งนัก... วันนี้ข้ามีสุราสมุนไพรหายากจากวังหลวงมาคารวะท่านอ๋องและทุกท่าน เพื่อเป็นศิริมงคลในการมาเยือนจวนฉินอ๋องครั้งนี้เพคะ" พระราชชายากล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะดั่งเสียงนกขุนทอง พระนางทรงหยิบกาจอกสุราด้วยพระองค์เอง แล้วรินของเหลวสีอำพันใสลงในจอกหยกขาว ก่อนจะส่งให้ขันทีนำไปถวายแด่ฉินอ๋อง บรรยากาศในท้องพระโรงพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น ทุกคนต่างกลั้นหายใจ การรับจอกสุราจากพระชายาในสถานการณ์เช่นนี้เท่ากับการยอมรับอำนาจโดยปริยาย ทว่า... สายตาของเสี่ยวหลันกลับกวาดไปเห็นความผิดปกติบางอย่าง ประกายสีเขียวเรืองรองจางๆ ที่ก้นจอกหยกขาว และกลิ่นฉุนจางคล้ายดอกอวิ๋นหลันที่เจือปนมากับกลิ่นสุรา... มันคือ "พิษร้อยราก" พิษร้ายแรงจากแดนใต้ที่จะทำให้ผู้ดื่มสิ้นใจภายในสามลมหายใจโดยไม่ทันได้กระอักเลือด โลหิตจะจับตัวเป็นก้อนแข็งและหยุดการทำงานของหัวใจทันที! *ไวเกินกว่าจะคิดคำนวณ* เมื่อขันทีประคองถาดเข้ามาใกล้พระพักตร์ของฉินอ๋อง พระองค์กำลังจะยื่นพระหัตถกรรมไปรับจอกสุรานั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เสี่ยวหลันรู้ดีว่าหากช้าไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ชีวิตของชายผู้เป็นศูนย์กลางหัวใจนางจะดับสูญ "ระวังเพคะ!" เสี่ยวหลันพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็วดั่งสายลมพัดผ่าน นางปัดจอกสุราในมือขันทีหลุดร่วงลงสู่พื้น เสียงกระเบื้องแตกกระจายดังสนั่น สุราสีอำพันไหลนองพื้น ส่งกลิ่นเหม็นไหม้กัดกร่อนแผ่นหินอ่อนจนเกิดควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาทันที! ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนในห้องพระโรงผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจกลัว พระราชชายาพระพักตร์ถอดสี สิ้นสติไปชั่วขณะ ส่วนเหล่าขุนนางต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นตระหนก "มีคนคิดลอบปลงพระชนม์ท่านอ๋อง!" เสียงใสกังวานของเสี่ยวหลันดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง นางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเฟยหลง ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปยังพระราชชายาและเหล่าขุนนางกบฏด้วยแววตาเฉียบคมดุจใบมีด เฟยหลงทรงกุมพระหัตถ์ของเสี่ยวหลันไว้แน่น พระเนตรแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งถึงขีดสุด พระองค์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนจานชามกระเด็น "บังجอาจนัก! ใครกล้าใช้พิษในจวนของเรา!" ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ขันทีเฒ่าคนสนิทที่ก้มตัวอยู่มุมเสา กลับแอบหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ... มันคือป้ายคำสั่งลับสลักตราพยัคฆ์ทมิฬ ซึ่งเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าผู้อยู่เบื้องหลังการลอบวางยาครั้งนี้ มิใช่แค่พระราชชายาในจวน แต่เป็นบุคคลระดับสูงจากราชสำนักที่แม้แต่เฟยหลงก็คาดไม่ถึง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันดุเดือดนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเข้มข้นในตอนนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%