ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 9

ยอดหมอหญิงในคราบพระชายา

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามสั่นสะท้อนตามแรงสั่นเทือนของปลายนิ้วเหี่ยวย่น ขันทีเฒ่าฉีกยิ้มกว้างจนริ้วรอยบนใบหน้ายับย่นราวกับผิวลูกพลับแห้ง กลิ่นหอมหวานปะแล่มของบุปผาพันปีที่ถูกเคี่ยวจนงวดลอยอวลอยู่กลางตำหนักอ๋อง ช่างเป็นกลิ่นที่เย้ายวนชวนให้หลงใหล แต่สำหรับผู้ที่ผ่านสมรภูมิการเมืองมาโชกโชนอย่างฉินอ๋องเฟยหลง กลิ่นนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความตายที่ชัดเจนยิ่งกว่าคาวเลือด "ไทเฮาทรงมีพระเมตตาถึงเพียงนี้..." น้ำเสียงของขันทีเฒ่าแหบพร่าคล้ายเสียงเสียดสีของกระดาษทราย "ท่านอ๋องจะไม่ทรงดื่มอวยพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานสักหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ความเงียบงันแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องโถงกว้าง องครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมเสากลั้นหายใจโดยพร้อมเพรียง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรดิ้นเงิน ผู้ประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง แววตาของเฟยหลงเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปี เขาไม่ได้ชายตาแลถ้วยชาถ้วยนั้นแม้แต่น้อย ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะเอื้อมไปสัมผัสถ้วยเคลือบ บรรยากาศภายในตำหนักกลับถูกกระชากด้วยเสียงฝีเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินที่จงใจสร้างความอึกทึก พร้อมกับร่างบอบบางในชุดคลุมยาวสีเขียวหยกอ่อนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาอย่างไร้พิธีรีตอง "ช้าก่อนเพคะ!" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด จ้าวเสี่ยวหลันกวาดสายตาคมกริบมองถ้วยชาในถาดเงินด้วยสัญชาตญาณของแพทย์สนามยุค 80 ทันทีที่นางเห็นผลึกสีขาวขุ่นชิ้นเล็กๆ ลอยอยู่ก้นถ้วยผ่านผิวน้ำชา (ด้วยทักษะการมองที่ผ่านการตรวจตัวอย่างเลือดมานับไม่ถ้วน) นางก็รู้ทันทีว่านี่คือสารหนูชนิดออกฤทธิ์เร็วที่ผสมมาอย่างแนบเนียน ขันทีเฒ่าขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่สตรีผู้บังอาจเข้ามาขัดจังหวะ "สามหาว! พระชายา นี่คือพระราชประสงค์จากไทเฮา การที่ท่านเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในเช่นนี้... เกรงว่าจะไม่สำรวมไปหน่อยกระมังพ่ะย่ะค่ะ" เสี่ยวหลันแค่นหัวเราะในลำคอ นางไม่แม้แต่จะชายตามองขันทีเฒ่าผู้นั้น ร่างระหงก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างฉินอ๋อง ก่อนจะยื่นมือเรียวขาวราวหยกไปคว้าถ้วยชาอันตรายนั้นขึ้นมาถือไว้เองอย่างอсาญ "กิจการภายในอันใดกัน?" นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเยาะหยัน "ในเมื่อไทเฮาทรงมีพระเมตตาพระราชทานชาบำรุงกำลังมาให้สวามีของหม่อมฉัน ในฐานะพระชายาและ... ในฐานะ 'แพทย์ประจำพระองค์' ย่อมมีหน้าที่ต้องตรวจสอบความบริสุทธิ์ของโอสถถ้วยนี้ก่อนเสวยสิเพคะ" "พระชายา อย่า..." ขันทีเฒ่าหน้าถอดสี รีบก้าวเข้าไปหมายจะแย่งถ้วยคืน "นั่นคือของสูง..." *เพล้ง!* เสียงถ้วยกระเบื้องราคาแพงร่วงกระทบพื้นหินอ่อนแตกกระจาย ละอองน้ำชาสีน้ำตาลเข้มกระเด็นเปรื้อนปลายรองเท้าปักลายมังกรของขันทีเฒ่า กลิ่นฉุนของสมุนไพรผสมสารพิษคละคลุ้งขึ้นทันที เสี่ยวหลันใช้ปลายเที่ยวกดเศษกระเบื้องชิ้นหนึ่งให้จมลงไปกับพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาขันทีเฒ่าด้วยแววตาดุจคมมีดผ่าตัด "อุ๊ย มือลื่นไปหน่อยเพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสำนึกผิดแม้แต่น้อย "แต่ดูท่าทางชาถ้วยนี้คงจะบูดเสียแล้วกระมัง เพราะขนาดพื้นหินยังกัดกร่อนจนเป็นรอยด่างได้ถึงเพียงนี้ หากเสด็จพี่... อ๋องของหม่อมฉันเสวยเข้าไป เกรงว่าลำไส้คงได้กลายเป็นจุลก่อนที่ฝ่าบาทจะเสด็จมาถึงเสียอีกมั้งเพคะ!" ฉินอ๋องเฟยหลงเหลือบมองสตรีข้างกาย ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้กำแพงแห่งความหวาดระแวง คล้ายถูกปลายเข็มเงินเล่มเล็กๆ สะกิดจนเกิดรอยร้าวขึ้นอย่างเงียบงัน เขารู้ว่านางฉลาด แต่นظרไม่คาดคิดเลยว่านางจะกล้าหาญถึงขั้นทำลายหลักฐานคาตาต่อหน้าทูตจากตำหนักไทเฮาเช่นนี้ ขันทีเฒ่าหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก "เจ้า... เจ้ากล่าวหาว่าไทเฮาทรงวางยาพิษพระราชวงศ์หรือ!" "หม่อมฉันเพียงแต่พูดตามสิ่งที่ตาเห็นและหลักวิทยา... เอ๊ย หลักการแพทย์ต่างหากล่ะเพคะ" เสี่ยวหลันยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง "หากท่านขันทีไม่เชื่อ ลองก้มลงไปใช้ลิ้นแตะคราบชาบนพื้นดูสักนิดดีหรือไม่เล่า? หากพิษไม่กำเริบภายในสามลมหายใจ หม่อมฉันยินดีจะตัดหัวตัวเองมาให้ท่านเตะเล่นเป็นลูกฟุตบอลเลยทีเดียว!" บรรยากาศในตำหนักกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ขันทีเฒ่าตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว เขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้สาวความยาวสาวความยืด ฝ่ายตนเองจะเป็นฝ่ายพินิจ แต่ทว่า... แผนการในวันนี้กลับถูกทำลายลงด้วยฝีมือของสตรีผู้กักขฬะผู้นี้! "...ฝากไว้ก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีเฒ่าสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง โค้งคำนับส่งๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากตำหนักด้วยความทุรนทุราย ทิ้งให้ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงอีกครั้ง เมื่อร่างของขันทีเฒ่าลับสายตาไปแล้ว เสี่ยวหลันก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างหมดแรง มือเรียวยกขึ้นนวดขมับเบาๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่สูบพลังงานไปไม่น้อย ยุคสมัยนี้ช่างอันตรายเสียจริง จะเดิน จะกิน จะหายใจ ล้วนมีแต่คนจ้องจะเอาชีวิต หากนางไม่มีความรู้ด้านพิษวิทยาติดตัวมาจากศตวรรษที่ 21 เกรงว่าป่านนี้ฉินอ๋องคงกลายเป็นผีเฝ้าตำหนักไปแล้วกระมัง "เจ้าช่างกล้าหาญนัก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เฟยหลงโน้มตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่มีเหงื่อซึมบางๆ ตามไรผม แววตาของเขามีความซับซ้อนฉายชัด "รู้หรือไม่ว่าการกระทำเมื่อครู่... หากข้าปกป้องเจ้าไม่ทัน เจ้าอาจถูกลากตัวไปประหารในข้อหาหมิ่นพระเกียรติไทเฮาได้ทันที" เสี่ยวหลันชำเลืองมองเขาด้วยหางตา ขยับมุมปากยิ้มหยันอย่างไม่สะทกสะท้าน "แล้วถ้าหม่อมฉันไม่ทำ ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรในนาม จะทรงกลืนน้ำชาถ้วยนั้นลงท้องไปแล้วนั่งรอความตายอย่างสงบเรียบร้อยหรือเพคะ?" คำพูดที่ตรงไปตรงมาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ทำให้เฟยหลงชะงักไปชั่วขณะ แทนที่จะทรงกริ้วดังเช่นที่ผู้อื่นคาดคิด มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกทึ่งแกมเอ็นดูอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกกับสตรีใดมาก่อน "เจ้าเป็นสตรีประเภทใดกันแน่..." เขาพึมพำเสียงแผ่ว ยื่นมือหนาออกไปหมายจะแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยของนาง ทว่าเสี่ยวหลันกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงกระเป๋าผ้าใบลายปักโบราณที่นางซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาวางกระแทกบนโต๊ะเสียงดัง *ปัง!* "อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นเพเพคะ ท่านอ๋อง!" เสี่ยวหลันเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววแนיแน่วเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อรอดตายมาได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาตกลง 'ผลประโยชน์' กันอย่างจริงจังเสียที" "ผลประโยชน์?" เฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นสูง "ใช่เพคะ!" นางกอดอก มองสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ "การที่หม่อมฉันต้องมาคอยเป็นทั้งเกราะกันกระสุน เป็นคนชิมยาพิษ และเป็นแพทย์ส่วนตัวให้ท่านเช่นนี้ มันมีความเสี่ยงสูงมาก หม่อมฉันต้องการเปิด 'คลินิก' เล็กๆ ภายในจวนอ๋องแห่งนี้ เพื่อรักษาชาวบ้านและสตรีในเรือนหลังที่ถูกรังแก... และท่าน... ต้องเป็นผู้สนับสนุนทุนทรัพย์และคุ้มครองความปลอดภัยให้หม่อมฉัน!" ตำหนักอ๋องที่เงียบงันพลันสั่นสะเทือนด้วยข้อเสนออันอุกหาญ ชายหนุ่มจ้องมองสตรีตรงหน้าเนิ่นนาน ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าล้ำค่าที่หลุดรอดเข้ามาในอาณาจักรของตน ทว่า... ก่อนที่เฟยหลงจะทันได้เอ่ยปากอนุญาตหรือปฏิเสธ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมกับเสียงเคาะเกราะไม้ไผ่ของทหารยามหน้าตำหนักก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นเสียก่อน *ปัง! ปัง! ปัง!* "ทูลท่านอ๋อง!" เสียงตะโกนของหัวหน้าองครักษ์หน้าตาตื่นลอยทะลุประตูไม้เข้ามา "แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรจากวังหลวง นำโดยใต้เท้ากง นำหมายค้นบุกเข้ามาถึงหน้าประตูจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขาอ้างว่า... ได้รับแจ้งว่าพระชายาซ่องสุมกำลังและลักลอบผลิตยาต้องห้ามในจวนอ๋อง!" ดวงตาของเฟยหลงหรี่แคบลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขากวาดสายตากลับมามองสตรีที่เพิ่งจะขอเปิดคลินิกเมื่อครู่ด้วยแววตานิ่งลึกที่อ่านไม่ออก เสี่ยวหลันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ นางเพิ่งจะรอดจากยาพิษเมื่อครู่ แต่ดูเหมือนว่าศึกหนักระลอกใหม่กำลังจะพังประตูเข้ามาประชิดตัวเสียแล้ว! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ผู้สง่างามทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งอำนาจนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%