ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 17

คืนใจใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
ผ้าแพรต่วนสีชาดปักลายหงส์ทองถูกขยำจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือเรียวบางที่สั่นเทาเล็กน้อย ราชโองการฉบับด่วนที่เพิ่งถูกส่งผ่านม้าเร็วเข้ามาในยามวิกาลยังคงวางแผ่หราอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์ กลิ่นอายของความตายและข้อหา “สายลับแคว้นศัตรู” คละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันของห้องหนังสือประจำตำหนักฉินอ๋อง ราวกับเงาพญามัจจุราชที่ทาบทับลงมา จ้าวเสี่ยวหลันไม่ได้หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว หญิงสาวยุคแปดสิบผู้เคยผ่านการถือมีดผ่าตัดยื้อชีวิตคนไข้บนกองเลือดมานับไม่ถ้วน ย่อมรู้ซึ้งดีว่าความตื่นตระหนกไม่เคยช่วยให้สติปัญญาเฉียบคมขึ้น ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับไหววูบอย่างประหลาด เมื่อหวนนึกถึงภาระหน้าที่และโลกใบเก่าที่นางจากมา—โลกที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แสงไฟนีออน และกลิ่นอายของห้องปลอดเชื้ออันคุ้นเคย นางข้ามกาลเวลามาไกลถึงเพียงนี้ เพื่อจะมาจบชีวิตลงด้วยคมดาบแห่งการแย่งชิงอำนาจในราชสำนักโบราณเช่นนี้หรือ "เจ้ากลัวตายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ หมอหญิงจ้าว" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารน้ำแข็งดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เฟยหลง หรือฉินอ๋องผู้เยือกเย็น ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองร่างบางที่ยืนหยัดอย่างทระนงท่ามกลางพายุแห่งข้อกล่าวหา ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทขยับเข้าใกล้ทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กจากสนามรบโชยปะทะนาสิกของนาง เสี่ยวหลันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้เพียงความเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ "หม่อมฉันมิได้กลัวความตายเพคะ เพียงแต่เสียดายเครื่องมือแพทย์ในหีบยาที่ยังมิได้ใช้รักษาคนไข้ให้หมดต่างหาก อีกอย่าง... การที่ฝ่าบาทมีรับสั่งด่วนเรียกตัวหม่อมฉันเข้าวังหลวงในยามวิกาลเช่นนี้ ท่านอ๋องผู้ปรีชาสามารถคงทรงทราบดีกระมังว่า มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องข้อหาสายลับงี่เง่า แต่มันคือหมากตารุกฆาตที่เสด็จพี่ของท่านต้องการใช้บั่นทอนกำลังพลในมือท่านต่างหาก" เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่หาได้ยากยิ่ง เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้น แต่นางกลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างถือดี ฝ่ามือใหญ่จึงเปลี่ยนเป็นปลายนิ้วแข็งกระด้างที่ไล้ผ่านปอยผมสีดำขลับที่หลุดรุ่ยลงมาเคลียพวงแก้มเนียนแทน "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว เสี่ยวหลัน..." เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย ยามเมื่อทอดมองสตรีผู้ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจใดในแผ่นดิน "คนฉลาดเช่นเจ้า มักมีอายุไม่ยืนยาวในวังหลวงหรอกนะ" "ถ้าเช่นนั้น หม่อมฉันควรขอบคุณความปากร้ายของท่านอ๋อง ที่ช่วยเตือนสติตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตำหนักนี้สินะเพคะ" นางแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะถอยหลังเว้นระยะห่าง "แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องการเอาชีวิตรอดในวันพรุ่งนี้ หม่อมฉันอยากรู้ความจริงบางอย่าง... ท่านอ๋องเฟยหลง ท่านเกลียดชังความหลอกลวงนักมิใช่หรือ? แล้วเหตุใด ถึงยังเก็บสตรีที่มาจากดินแดนอันแปลกประหลาด มีตัวตนราวก้อนเมฆหมอกเช่นหม่อมฉันไว้ข้างกายเล่า? ท่านไม่กลัวหรือว่า วันหนึ่งข้าจะควักหัวใจท่านออกมาดูจริงๆ" คำถามนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางความเงียบ เฟยหลงไม่ตอบทันที ดวงตาคู่นคมลẫกษ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งดวงจิต ห้วงอดีตอันเจ็บปวดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ด้วยกองเลือดและชัยชนะในสงครามค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา—อดีตที่เคยถูกสตรีผู้เป็นที่รักหักหลัง ส่งยาพิษให้ดื่มในคืนวันอภิเษก ปราการเหล็กกล้าในใจของฉินอ๋องสั่นคลอนอย่างรุนแรง "เจ้าคิดว่าข้าเก็บเจ้าไว้เพราะเหตุใดเล่า?" เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับผนังไม้เย็นเยียบ วงแขนแข็งแกร่งยกขึ้นกักตัวนางไว้ทั้งสองข้าง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกลิ่นสมุนไพรเฉพาะตัวของนาง ทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้เริ่มตื่นตัว "ข้าผ่านการทรยศมามากเกินกว่าจะเชื่อใจใครง่ายๆ เสี่ยวหลัน... ในโลกของข้า มีเพียงคนตายและคนทรยศ แต่กับเจ้า... เจ้าทำให้ข้าอยากลองเดิมพันดูสักครั้ง" หัวใจของเสี่ยวหลันเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก นางไม่เคยชินกับการถูกจู่โจมด้วยความรู้สึกดิบเถื่อนและจริงใจในเวลาเดียวกันเช่นนี้ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยตั้งมั่นเริ่มพร่าเลือน นางเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดึงความเยือกเย็นของศัลยแพทย์สาวยุค 80 กลับคืนมา "ท่านอ๋องกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้วเพคะ..." เสียงของนางสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ยามเมื่อปลายนิ้วมือหนาของเขาเอื้อมมาแตะที่พวงแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาราวกับทะนุถนอม "อนาคตของข้า... คือการได้กลับไปยังที่ที่จากมา ที่ซึ่งผู้คนเท่าเทียมกัน ที่ซึ่งไม่มีการชิงอำนาจ ไม่มีฮ่องเต้ ไม่มีราชโองการบ้าๆ นี่ ส่วนอนาคตของท่าน... คือการนั่งบนบัลลังก์มังกรหรือกลายเป็นผุยผงใต้หล้า เส้นทางของเราสองคนขนานกันมาโดยตลอด ไม่มีทางบรรจบกันได้หรอกเพคะ" "ใครบอกเจ้าว่ามันขนานกัน?" เฟยหลงกระซิบแผ่วเบาริมใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนเสียวซ่าน "หากข้าบอกว่า... บัลลังก์มังกรอะไรนั่น ข้ามิได้สนใจแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ข้าต้องการในตอนนี้ คือการกวาดล้างศัตรูให้สิ้นซาก แล้วพาเจ้าหนีไปยังดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักเล่า เจ้าจะยังปฏิเสธข้าอยู่หรือไม่?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสี่ยวหลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางมองลึกเข้าไปในแววตาที่จริงจังจนน่ากลัวของฉินอ๋อง ไม่มีร่องรอยของการล้อเล่น ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง มีเพียงเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาอันแรงกล้าที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งเพื่อสตรีตรงหน้า แต่มันจะเป็นไปได้จริงหรือ? บุรุษผู้กุมชะตากรรมของแคว้น จะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อหมอหญิงนอกรีตอย่างนางคนนี้? "ท่านมันบ้าไปแล้ว..." นางกระซิบเสียงเครือ หัวใจที่แข็งกระด้างมานานนับปีเริ่มหลอมละลายลงทีละน้อย "ใช่ ข้าบ้าไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่วันที่เจ้าใช้มีดเล่มเล็กผ่าตัดรักษาชีวิตข้ากลางสนามรบวันนั้น..." เฟยหลงไม่ปล่อยให้ingนางได้ทันเอ่ยคำปฏิเสธใดอีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดเรียวปากนุ่มของนางทันที สัมผัสแรกทั้งดุดัน เยียบเย็น แต่ในขณะเดียวกันก็ลึกล้ำและร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิง เสี่ยวหลันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามจะผลักไสแผงอกกว้างออก แต่แรงมหาศาลของบุรุษผู้ผ่านสมรภูมิกลับตรึงร่างนางไว้แน่น ราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันหลุดรอด ความหวานล้ำที่เจือด้วยความโหยหาและหวาดระแวงค่อยๆ กลืนกินสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ ท่ามกลางแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามา สลักเสลาภาพของคนทั้งสองให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเงาดำอันมืดมิดในตำหนัก ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังลึกซึ้งและดCอเดือดถึงขีดสุดนั้นเอง *เพล้ง!* เสียงสิ่งของบางอย่างแตกกระจายดังขึ้นที่เบื้องล่างหน้าต่างห้องหนังสือ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก้าวที่พุ่งตรงเข้ามาล้อมรอบตำหนัก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานของขันทีหลวงที่ดังทะลุประตูไม้เข้ามา "ราชโองการด่วนจากสำนักใน! ฉินอ๋องและหมอหญิงจ้าว... มีรับสั่งให้เปิดประตูรับราชโองการโทษกบฏ ณ บัดนี้!" เฟยหลงผละริมฝีปากออกจากนางอย่างไม่เต็มใจนัก แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความดุร้ายราวดาบคมกริบที่เพิ่งชักออกจากฝักในพริบตา เขารวบร่างบางเข้ามาหลบไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ประจำกายแน่น เสี่ยวหลันสูดหายใจเข้าลึก 3 ครั้งเพื่อดึงสติกลับมา ดวงตาคู่สวยประกายวาวโรจน์ขึ้นท่ามกลางความมืดมิด นางรู้ทันทีว่า... เกมการเมืองครั้งนี้ ได้เวลาเปิดฉากนองเลือดอย่างแท้จริงแล้ว ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%