ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 16

มือสังหารเงา

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
คมดาบประกายสีเงินยวดไม่ได้กรีดผ่านความว่างเปล่า... แต่มันกรีดผ่านความเงียบงันยามรัตติกาลล่วงเลยเข้าสู่ยามสามได้อย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายคาวโลหิตจางๆ ที่ลอยปะปนมากับกลิ่นกำยานดอกเหมยในเรือนพักของหมอหญิง จ้าวเสี่ยวหลัน ไม่ได้มาจากที่อื่นไกล แต่มันมาจากคมมีดอาบยาพิษที่เฉียดผ่านปลายเส้นผมของนางไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ปักฝังลึกอยู่บนเสาไม้จันทน์หอมจนเนื้อไม้แตกละเอียด "ช่างลงมือได้รวดเร็วสมเป็นมือสังหารเงาจากตำหนักบูรพาเสียนี่กระไร..." เสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด จ้าวเสี่ยวหลันไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดนอนผ้าแพรต่วนสีมุกยังคงนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักอย่างสง่างาม นิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนคีบเข็มเงินเล่มบางที่มักใช้ฝังเข็มรักษาโรคเอาไว้มั่น ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองร่างเงาดำที่พุ่งทะยานเข้ามาทางหน้าต่างกระดาษสาด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ นางรู้ตัวตั้งแต่มีกลิ่นสารหนูเจือจางในน้ำชาเมื่อหัวค่ำแล้ว ยุคแปดสิบที่นางจากมาเต็มไปด้วยการหักเหลี่ยมเฉือนคมในวงการแพทย์และการเมือง ยุคโบราณนี้ก็หาได้ต่างกันไม่... เพียงแต่เปลี่ยนจากกระสุนปืนมาเป็นยาพิษและคมดาบเท่านั้นเอง *ฉึบ!* ร่างของมือสังหารเงาพุ่งเข้ามาประชิดตัว หมายปลิดชีวีในดาบเดียว ทว่าเสี่ยวหลันหาใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอ นางพลิกายหลบได้อย่างงดงามราวกับผีเสื้อร่อนลม พร้อมกับซัดเข็มเงินอาบยาชาฤทธิ์รุนแรงที่ปรุงขึ้นเองกับมือเข้าที่จุดชีพจรใต้ต้นคอของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำไร้ที่ติ มือสังหารร่างยักษ์ชะงักกึก ดวงเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตรา ก่อนจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในคราเดียว ทว่า... ก่อนที่เสี่ยวหลันจะได้ก้าวเข้าไปตรวจสอบร่องรอย ประตูห้องนอนก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังภายในอันมหาศาล เสียงไม้แตกหักดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน! ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักด้ายดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานเข้ามาด้วยความเร็วดุจพายุหมุน แววตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนจนน่ากลัว บรรยากาศรอบกายของฉินอ๋อง (เฟยหลง) ในยามนี้ เยือกเย็น ดุร้าย และพร้อมจะผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้เป็นจุล "เสี่ยวหลัน!" สุระเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบมาตลอดกลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก พระองค์กวาดสายตาสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไร้รอยขีดข่วนใดๆ ลมหายใจที่สะดุดไปจึงค่อยผ่อนคลายลง ทว่าไอร้อนระอุแห่งความพิโรธกลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ เสี่ยวหลันถอนหายใจเบาๆ นางวางเข็มเงินลงบนโต๊ะพลันเหลือบมองบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพเซียนแต่มืดครึ้มราวยมบาล "ท่านอ๋อง... หม่อมฉันยังไม่ตายเพคะ รบกวนทรงเก็บเสียงและพังประตูจวนของตนเองให้เบ a หน่อยเถิด" "บังAญยิ่งนัก!" เฟยหลงแค่นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาคมกวาดมองซากมือสังหารที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองหญิงสาวในอ้อมกอดทางสายตาที่แสดงออกชัดเจนว่า *เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้* "หม่อมฉันเพียงแต่..." "เงียบก่อน" เฟยหลงตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด พระองค์โอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปกับอากาศธาตุ มือหนาอีกข้างสะบัดออกไปเบาๆ ปราณกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งทะยานออกนอกหน้าต่างทันที *ฉึบ! อ๊ากกก!* เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจากพุ่มไม้ด้านนอก ก่อนที่เงาร่างของบ่าวรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยรอบเรือนจะร่วงหล่นลงมานอนดิ้นพล่านบนพื้นหิน ศรีษะของมันมีลูกดอกอาบยาพิษปักอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับหน่วยองครักษ์เงาที่ควรจะทำหน้าที่คุ้มกันจวนอ๋อง "องค์รักษ์พิทักษ์จวนกลับกลายเป็นสุนัขรับใช้ที่ยอมกัดนายของมันเอง..." เฟยหลงแค่นหัวเราะหยันหยาดเยิ้ม รอยยิ้มบนพระพักตร์น่ากลัวยิ่งกว่าภูตผีในขุมนรก "ดี... ดีจริงๆ เลี้ยงข้าวสารเสียสุกแต่กลับเลี้ยงงูพิษไว้ข้างกาย!" สิ้นพระsuраเสียงอันทรงอำนาจ เงาขององครักษ์ประจำตัวอย่าง 'จ้าวเฟิง' และกองกำลังทหารม้าเกราะดำนับร้อยนายก็พากันคุกเข่าล้อมรอบเรือนพักอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางความเงียบงัดยามวิกาลที่ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความตาย "จับกุมคนในเรือนทั้งหมด มากราบทูลสอบสวนให้สิ้นซาก" เฟยหลงรับสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "ผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบปลงพระชายา... ฆ่าล้างบางตระกูล ไม่เว้นแม้แต่บ่าวไพร่สักคนเดียว!" บรรดาทหารรับคำสั่งด้วยความยำเกรง เสียงร้องขอชีวิต เสียงคร่ำครวญ และเสียงโลหิตที่หลั่งรินชะโลมพื้นหินในลานจวนดังระMระงม ทว่าเฟยหลงหาได้ใส่ใจแม้แต่น้อย สายตาคู่คมกริบยังคงจดจ้องอยู่เพียงสตรีตรงหน้า มือหนายื่นออกไปประคองแก้มนวลแผ่วเบา ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเฉียบของผิวเนื้อนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย "เจ้ากล้าดียังไง..." เฟยหลงกระซิบชิดริมฝีปากบาง น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุร้าย "หากเจ้าเป็นอะไรไป... ข้าจะเผาแคว้นนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง เพื่อฝังกลบตามเจ้าไปเสียให้สิ้นเรื่อง" เสี่ยวหลันชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาต่อความรักในยุคสมัยที่ผ่านมา กลับไหววูบอย่างรุนแรงเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและบ้าคลั่งของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้นผู้นี้ นางยกมือขึ้นแตะหลังมือหนาที่แนบอยู่บนแก้ม เผยรอยยิ้มบางเบาที่งดงามราวดอกไม้แรกแย้มในยามวิกาล "หม่อมฉันไม่ใช่สตรีในห้องหอที่จะยอมให้ใครรังแกได้ง่ายๆ เพคะ ท่านอ๋อง... ทว่า หากท่านยังคงทำหน้าตาดุร้ายเช่นนี้ ริ้วรอยบนใบหน้าจะถามหาเอาได้นะเพคะ" เฟยหลงมุ่นคิ้วเล็กน้อย กำลังจะเอաբคำตอกกลับเพื่อดุภรรยาตัวดีที่ยังกล้าต่อปากต่อคำในสถานการณ์เช่นนี้ ทว่ายังไม่ทันที่พระโอษฐ์จะได้ขยับ สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนโต๊ะหนังสือของนางเข้าเสียก่อน มันคือเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกเขี่ยตกไว้ใต้พ ทันทีที่ทรงก้มลงหยิบขึ้นมาทอดพระเนตร อุณหภูมิรอบกายของท่านอ๋องก็ลดฮวบลงจนกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา ลายมือหวัดๆ บนกระดาษแผ่นนั้นระบุแผนผังเส้นทางลับภายในวังหลัง พร้อมกับตราประทับลับของ 'ไทเฮา' ที่สั่งการให้วางยาพิษปลงพระชนม์ชายาเอกของฉินอ๋อง เพื่อเปิดทางให้บุตรสาวตระกูลสุนส่งเข้าอภิเษกแทน! และก่อนที่เฟยหลงจะทันได้เอ่ยพระoраอะไรออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาทางประตูใหญ่ของจวน... ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแปลกประหลาด พร้อมกับราชสีห์ทองคำในมือที่ชูขึ้นสูง "ราชโองการด่วนจากฝ่าบาท... มีรับสั่งให้ฉินอ๋องส่งตัวหม่อมหญิงจ้าวเสี่ยวหลันเข้าวังหลวงทันทีในยามนี้ เนื่องจากต้องสงสัยว่าเป็นสายลับแคว้นศัตรู!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ส้มหวานมิติลับ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%