ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 3

ท่านอ๋องผู้เยือกเย็น

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรต้มเคี่ยวระคนกับความเย็นยะเยือกของหยาดน้ำค้างยามราตรีที่เกาะพราวอยู่บนบานหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายหงส์ร่อนมังกรทะยาน ยังคงอบอวลอยู่ในตำหนักบูรพาอันเงียบสงัด จ้าวเสี่ยวหลันยังคงยืนนิ่งอยู่ในท่าเดิม แผ่นหลังตั้งตรงดั่งต้นไผ่ท้าลมหนาว ภายในใจของนางไม่ได้ตื่นตระหนกต่อสายตาดุจเหยี่ยวที่จ้องมองมาแม้แต่น้อย หากแต่สมองอันปราดเปรื่องในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่งจากยุคแปดสิบกลับกำลังคำนวณอัตราการเต้นของชีพจร และระดับความดันโลหิตของบุรุษตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ สัญชาตญาณของนางบอกชัดเจนว่า บุรุษผู้สวมอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทมิฬผู้นี้ ไม่เพียงแต่เป็นผู้กุมอำนาจกองทัพทักษิณที่น่ากลัว หากแต่เขายังเป็น “ตัวแปร” อันตรายที่สุดในเกมกระดานการเมืองนี้ "หม่อมฉันเป็นใคร... พระองค์ย่อมทรงทราบดีกว่าผู้ใดมิใช่หรือเพคะ, ท่านอ๋อง" เสี่ยวหลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววท้าทายอย่างไม่ปิดบัง นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยง ปฏิกิริยาที่สงบนิ่งเกินกว่าสตรีทั่วไปในยุคสมัยนี้ทำให้ฉินอ๋อง หรือเฟยหลง ถึงกับชะงักไปชั่วลมหายใจ สำหรับเฟยหลงแล้ว สตรีทุกคนที่ก้าวเข้ามาในตำหนักของเขา ล้วนแต่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หรือไม่ก็พยายามเสแสร้งแสดงความอ่อนหวานน่าสงสารเพื่อเรียกร้องความโปรดปราน แต่สตรีตรงหน้า... นางกลับมองเขาด้วยสายตาของ “ผู้ตรวจการ” สายตาที่กำลังวิเคราะห์และประเมินค่าเขา ราวกับว่าเขาเป็นเพียงคนไข้คนหนึ่งบนเตียงผ่าตัดเท่านั้น! ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นริ้วขึ้นมาในอกหนา เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นดังก้องกังวานอยู่ในห้องบรรทมอันโอ่อ่า ชวนให้รู้สึกกดดันเสียจนนางกำนัลและขันทีที่คุกเข่าอยู่ด้านนอกแทบไม่กล้าหายใจ "หึ... ช่างกล้าพูดยิ่งนัก" เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นอายเลือดจางๆ จากสนามรบลอยปะทะนาנסatของเสี่ยวหลัน "คนไข้ที่ควรจะสิ้นใจไปตั้งแต่สามวันก่อน กลับฟื้นขึ้นมาพร้อมกับวาจาที่คมคายและสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความรู้การรักษาพยาบาลแปลกประหลาดที่เจ้าใช้ผ่าตัดแผลให้ข้าเมื่อคืน... เจ้าไปเรียนมาจากที่ใด? หรือสำนักลับแห่งใดในต้าหลี่ที่กล้าส่งสายลับเข้ามาในจวนอ๋องของข้า!" มือหนาเอื้อมออกไปคว้าคางเรียวของนางไว้ด้วยความรวดเร็วราสายฟ้าแลบ นิ้วแกร่งบีบเข้าที่คางมนพอดี แรงกดนั้นไม่ออมมือเลยแม้แต่น้อย ทว่าเสี่ยวหลันกลับไม่ยอมปริปากร้องออกมาสักแอะ นางเพียงแต่ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคู่สวยฉายแววรำคาญใจอย่างเด่นชัด—*ให้ตายเถอะ บุรุษโบราณผู้นี้ชอบใช้กำลังแก้ปัญหาเสียจริง นิสัยเสียแบบนี้สมควรโดนฉีดยาระงับประสาทสักเข็มสองเข็ม!* "ท่านอ๋อง... หากทรงใช้กำลังกับหมอผู้รักษาบาดแผลให้พระองค์เมื่อคืน เกรงว่าแผลที่เย็บไว้อาจจะปริแตกออกมารอบสองนะเพคะ" เสี่ยวหลันเอ่ยเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบาง "อีกอย่าง มือที่ใช้จับดาบสังหารคนของพระองค์ ตอนนี้กำลังจับคางของหมอผู้ช่วยชีวิตพระองค์อยู่... ช่างเป็นกิริยาที่น่าประทับใจยิ่งนัก!" คำพูดที่เหน็บแนมอย่างแนบเนียนแต่เจ็บแสบถึงทรวงใน ทำให้เฟยหลงถึงกับชะงักค้างไป เขานิ่งมองสตรีตรงหน้า เนตรคู่นคมกวาดสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดที่ไม่มีเครื่องประทับใดๆ แต่งแต้ม ทว่ากลับงดงามโดดเด่นจนยากจะละสายตา แววตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไหวพริบนี้... มันช่างน่าสนใจ ชวนให้เขาอยากจะ ‘ชำแหละ’ หน้ากากของนางออกมาดูเหลือเกินว่า ภายใต้รอยยิ้มท้าทายนั้น นางซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่ "เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับข้าหรือ... เสี่ยวหลัน" สุ้มเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี นิ้วที่บีบคางนางเปลี่ยนเป็นไล้ปลายนิ้วโป้งเบาๆ บนพวงแก้มเนียนนุ่มอย่างถือวิสาสะ "จำไว้ว่าในจวนฉินอ๋องแห่งนี้ ชีวิตของเจ้าอยู่ในกำมือข้า อยากให้ตายย่อมง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ" "หม่อมฉันทราบดีเพคะ" เสี่ยวหลันเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสจาบจ้วงนั้นอย่างนิ่มนวล นางถอยหลัง1ก้าวเพื่อเว้นระยะห่างอันเหมาะสม "แต่หม่อมฉันก็เชื่อเช่นกันว่า ท่านอ๋องผู้ปรีชาญาณย่อมไม่สังหาร ‘หมอผู้เดียว’ ที่สามารถรักษาอาการพิษในพระกายของพระองค์ให้หายขาดได้ในยามนี้หรอกเพคะ" คำพูดของนางราวกับลูกธนูที่ปักเข้ากลางเป้าหมายอย่างแม่นยำ รอยยิ้มของเฟยหลงจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ที่ล้ำลึกยิ่งขึ้น เขารู้ดีว่าพิษในกายของเขาคือกุญแจที่พวกขุนนางฝ่ายตรงข้ามใช้บีบคั้นเขามาตลอดหลายปี และมีเพียงหมอเทวดาเท่านั้นที่เคยบอกว่าไร้ทางรักษา แต่นาง... สตรีตัวเล็กๆ กลับบอกว่ารักษาได้! บรรยากาศภายในห้องกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ทว่าในความตึงเครียดนั้นกลับมีกระแสความเร่าร้อนบางอย่างแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง ดุจการเดินหมากที่ต่างฝ่ายต่างถือไพ่เหนือกว่าและไม่มีใครยอมใคร ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูกระชั้นชิดพร้อมรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ราชโองการลับจากฮ่องเต้ส่งตรงมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ แจ้งว่า... มีพระบรมราชโองการให้ท่านอ๋องนำกองทัพบุกแดนเหนือทันทีในคืนนี้!" เฟยหลงขมวดคิ้วฉับ ดวงตาดุจพยัคฆ์วาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง เขากวาดสายตากลับมามองสตรีที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมายลึกซึ้ง "ดูเหมือนว่า... เราคงต้องคุยเรื่องความลับของเจ้ากันยาวกว่านี้เสียแล้วล่ะ พระชายา" เขาก้าวหันหลังเตรียมจะเดินออกไปรับราชโองการ ทว่ายังไม่ทันที่ร่างสูงจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงทุ้มต่ำก็เอמהก้องขึ้นเบาๆ อีกประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเสี่ยวหลันสะดุดกัก "เตรียมตัวให้พร้อม... คืนนี้ เจ้าต้องร่วมเดินทางไปกับกองทัพของข้าด้วย!" ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในมิติอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%