ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 33

รางวัลของผู้ชนะ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
เสียงตบโต๊ะไม้จันทน์หอมดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วตำหนักใหญ่ที่บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งชัยชนะและคาวเลือดของเกมการเมืองที่เพิ่งปิดฉากลง ราชโองการสีทองอร่ามประทับตราหยกแท้ถูกโยนลงแทบเท้าของบุรุษผู้สวมอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินยวง ฉินอ๋องเฟยหลงหาได้ใส่ใจจะก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้นแม้แต่น้อย สายตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำพี้ทอดมองไปยังเบื้องหน้า ที่ซึ่งเหล่าขุนนางกราบกรานหมอบราบคาบศิโรราบต่ออำนาจอันไร้ผู้เทียมทานของเขาในยามนี้ ฮ่องเต้ทรงพระราชทานทั้งบรรดาศักดิ์สูงสุด กองกำลังพิทักษ์เมืองหลวง และผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลให้เป็น "รางวัลของผู้ชนะ" ทว่าสำหรับพยัคฆ์หนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิความตายมานักต่อนัก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงเศษกระดาษและโซตรวนทองคำที่ไร้ค่า “ท่านอ๋อง... เหล่าเสนาบดีและทูตานุทูตต่างรอคอยการประกาศพระนามของท่าน ณ ท้องพระโรงหน้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ขันธ์ทีอาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก ไม่กล้าสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน ณ นาทีนี้ “ให้พวกมันรอไป” เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เยือกเย็น ดุร้ายและทรงพลังจนคนฟังแทบหยุดหายใจ “เปิ่นหวางมิใช่ตัวตลกในงิ้วโรงใด ที่จะต้องรีบวิ่งออกไปรับเสียงปรบมือจากพวกหน้าเนื้อใจเสือเหล่านั้น” เขาสลัดชายเสื้อก้าวเดินออกทางประตูด้านหลัง มุ่งตรงสู่เรือนไผ่เขียวขจีที่ตั้งอยู่ ณ มุมสงบเงียบที่สุดของจวนอ๋อง ที่ซึ่งกลิ่นอายความวุ่นวายของราชสำนักมิอาจแผ้วพานเข้ามาถึงได้ ภายในห้องนอนอันอบอุ่น จ้าวเสี่ยวหลันกำลังง้างข้อมือตัวเองด้วยความหงุดหงิด ขณะพยายามแกะผ้าพันแผลชุ่มยาที่รัดแน่นจนเกินความจำเป็นออก นางสบถเบาๆ เป็นภาษาประหลาดจากโลกยุค 80 ที่มีเพียงนางผู้เดียวที่เข้าใจ เมื่อปมผ้าพันแผลดันผูกตายเข้าหากันอย่างพอดิบพอดีจนต้องออกแรงดึง “ให้ตายสิ มือไม้พันกันยุ่งเหยิงเสียจริง... รู้งี้ไม่น่าผ่าตัดช่วยไอ้ท่านอ๋องปากร้ายนั่นตั้งแต่แรกให้เปลืองแรงเลยเรา” “ใครกันที่เจ้ากำลังนินทาลับหลังด้วยวาจาอันอาจหาญเช่นนี้ หืม... หมอหญิงจ้าว?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวเข้ามา ชายหนุ่มผู้เพิ่งได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้บัลลังก์ บัดนี้กลับปลดเปลื้องอาภรณ์ทางการGทางราชการที่หนักอึ้งออก เหลือเพียงชุดคลุมสีขาวเรียบง่าย ใบหน้าหล่อเหลาดุดันผ่อนคลายลงยามเมื่อย่างกรายเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ ดวงตาคู่นคมกวาดมองแผลที่ข้อมือของนางก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เสี่ยวหลันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยหางตา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันอย่างหมั่นไส้ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามประสาแพทย์สาวผู้ถือทิฐิ “อ้าว ท่านวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ไฉนจึงไม่ไปรับคำสรรเสริญเยินยอจากฝูงชนในท้องพระโรงเล่าคะ มาเดินเกะกะอยู่ในเรือนคนป่วยของฉันทำไมกัน” เฟยหลงไม่ตอบคำถาม เขาเดินเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนเสี่ยวหลันต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะไม้ มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือเรียวเล็กที่กำลังแกะผ้าพันแผลไว้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงต่างจากบุคลิกเย็นชาโดยสิ้นเชิง “ข้าไม่สนใจเสียงเห่าหอนของพวกสุนัขรับใช้ในราชสำนักเหล่านั้น” เฟยหลงเอ่ยเสียงพร่า ช้อนสายตาขึ้นมองนาง “สิ่งที่ข้าสนใจ... มีเพียงสตรีที่ดื้อรั้นที่สุดในแผ่นดินผู้นี้ต่างหาก” “ใครดื้อรั้นกันคะท่านอ๋อง!” เสี่ยวหลันโต้กลับทันควัน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองขัด “ฉันแค่อยากได้ความสงบ... คุณให้รางวัลอะไรฉันมาก็ไม่รู้ ทองคำร้อยตำลึง ผ้าไหมแพรพรรณล้ำค่าเต็มห้องโถงนั่น ฉันเป็นหมอค่ะ ไม่ใช่เศรษฐีตระกูลใหญ่ จะเอาสมบัติพวกนั้นไปถมที่ตรงไหนไม่ทราบ!” เฟยหลงหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกเสื้อ ทำให้เสี่ยวหลันที่แนบชิดอยู่ใกล้รู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำอย่างเป็นจังหวะของเขา “ถ้าเช่นนั้น... เจ้าอยากได้รางวัลอะไรจากข้าล่ะ หืม?” เฟยหลงก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งเป็นสันเกือบชิดกับแก้มนวล กลิ่นอายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นสมุนไพรจางๆ ล้อมรอบตัวนางไว้ทุกทิศทาง “กองทัพ? ดินแดน? หรือว่า... ทะเบียนสมรสที่ประทับตราด้วยเลือดของข้า?” เสี่ยวหลันใจกระตุกวูบ แต่นางยังคงตีสีหน้านิ่งเรียบ ยื่นมืออีกข้างไปผลักอกแกร่งเบาๆ “ฉันไม่เอาอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงอย่างเดียว... คือการได้เก็บกระเป๋าแล้วเปิดคลินิกแพทย์แผนปัจจุบันเล็กๆ ใช้ชีวิตสงบๆ ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าพรุ่งนี้จะมีใครส่งยาพิษมาในถ้วยน้ำชาอีกไหม!” รอยยิ้มบนริมฝีปากของเฟยหลงเลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกราบวาบขึ้นด้วยประกายความดุร้ายที่ยากจะคาดเดา มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนร่างทั้งสองแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน “เจ้าคิดจะหนีไปจากข้า... หลังจากที่ใช้หัวใจของข้าเป็นเครื่องเดิมพันในเกมการเมืองนี้แล้วอย่างนั้นหรือ เสี่ยวหลัน?” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและจริงจังจนน่ากลัว “อย่าได้แม้แต่จะคิด... แผ่นดินนี้กว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด แต่ไม่มีซอกมุมไหนที่เจ้าจะซ่อนตัวพ้นจากสายตาของเปิ่นหวางหรอก” “คุณนี่มัน... เอาแต่ใจเป็นบ้าเลยนะคะ!” เสี่ยวหลันตวาดแหวด้วยความเหลืออด แต่นัยน์ตากลับไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดกันและกัน ความใกล้ชิดนี้ทั้งอันตรายและหวานล้ำราวกับยาพิษเคลือบน้ำผึ้ง เฟยหลงค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มสีระเรื่อของนาง สายตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นลึกล้ำและโหยหา ราวกับเขากำลังจะกลืนกินลมหายใจของนางเข้าไปทั้งดวง ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแนบชิดกัน เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของยามวิกาลก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงเคาะประตูรัวเร็วที่ทำลายบรรยากาศอันน่าหลงใหลลงจนยับเยิน “ท... ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงขององครักษ์เอกดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “องค์ฮ่องเต้... องค์ฮ่องเต้ทรงกระอักโลหิตหมดสติไปเมื่อครู่ และในห้องบรรทม... พบตราประทับหยกของแคว้นหลอมละลายพร้อมกับราชโองการลับฉบับสุดท้ายที่ระบุพระนามของ... ของท่านอ๋องกับหมอหญิงจ้าวพ่ะย่ะค่ะ!” เฟยหลงชะงักกึก ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนเสี่ยวหลันรู้สึกหนับสันหลังวาบ มือหนาที่โอบเอวนางอยู่ค่อยๆ คลายออกช้าๆ เฟยหลงหันไปมองบานประตูที่ปิดสนิทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนจะหยิบหน้ากากเงินขึ้นมาสวมทับใบหน้าครึ่งซีกอย่างรวดเร็ว “ดูท่า... เกมกระดานนี้จะยังไม่จบลงง่ายๆ อย่างที่พวกมันคิดสินะ” เฟยหลงเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ก่อนจะหันมามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ทั้งห่วงหาและเฉียบคม “อยู่ที่นี่ ล็อคประตูให้แน่นหนา... อย่าให้ใครเข้ามาจนกว่าข้าจะกลับมา” กล่าวจบท่านอ๋องหนุ่มก็สะบัดชายเสื้อก้าวพรวดพราดออกไปจากห้อง ทิ้งให้เสี่ยวหลันยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาทางหน้าต่าง ทว่า... สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ปลิวตกลงมาจากชายเสื้อของเฟยหลงเมื่อครู่ นางก้มลงหยิบมันขึ้นมาคลี่ออกดูด้วยความสงสัย และเพียงแค่อ่านข้อความบรรทัดแรกที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคย หัวใจของแพทย์สาวจากยุค 80 ก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม... *“ระวัง... คนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังเจ้าในยามนี้”* ปัง! เสียงประตูด้านหลังห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนกับแสงจันทร์... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันคลื่นลมและร่วมลุ้นระทึกไปกับท่านอ๋องและน้องเสี่ยวหลันจนเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ! พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ✨
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%