กลิ่นชาผู่เออร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยกรุ่นเคล้ากับไอเย็นยะเยือกของค่ำคืนในตำหนักฉินอ๋อง ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความตาย พระราชโองการลับบนโต๊ะไม้จันทน์หอมถูกคลี่ออก เผยอักษรหมึกดำสนิทที่กรีดบาดหัวใจคนอ่านให้แหลกสลาย... *‘คำสั่งประหารชีวิต จ้าวเสี่ยวหลัน ในฐานะแม่มดนอกรีตที่ใช้มนต์ดำควบคุมฉินอ๋อง!’*
กระดาษแผ่นบางเบาราวกับขนนก แต่น้ำหนักของมันกลับกดทับราชสำนักและบัลลังก์มังกรให้สั่นคลอน รัชทายาทช่างวางแผนได้แยบยลนัก ใช้ข้อหาภูตผีปีศาจมาบดขยี้สตรีผู้กุมความรู้จากโลกอนาคต เพื่อตัดแขนตัดขาพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนเหนืออย่างเลือดเย็น
จ้าวเสี่ยวหลันไม่หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ดวงตากลมโตคู่คมฉายแวววาวโรจน์ราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด นิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อผ้าไหมปักลายหงส์บรรจงพับกระดาษมรณะแผ่นนั้นลงช้าๆ ความกลัวหรือคะ? สตรีที่เคยผ่านการผ่าตัดกู้ชีพคนไข้ท่ามกลางเสียงเตือนของเครื่องวัดหัวใจที่กำลังจะแบนราบมาแล้วอย่างนาง ไม่เคยรู้จักคำว่าจำนนต่อความตาย ยิ่งถูกบีบให้จนตรอก สมองที่ผ่านการฝึกฝนจากศตวรรษที่ยี่สิบยิ่งหมุนวนประดุจกลไกนาฬิกาจักรกลชั้นเลิศ
"หึ... รัชทายาทผู้ปรีชาชาญ ทรงใช้ข้อหาแม่มดเพราะทรงหวาดกลัวสมองของหมอหญิงคนนี้สินะเพคะ" เสี่ยวหลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นเสียจนขันทีรับใช้ด้านนอกยังต้องสะท้านเฮือก
เงาร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทของฉินอ๋อง (เฟยหลง) ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านาง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายคู่นั้นกวาดมองแผ่นกระดาษมรณะด้วยรัศมีอำนาจที่แผ่ซ่ายจนอากาศรอบตัวแทบแข็งตัว สันกรามของเขากดแน่นจนเป็นสันนูน มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาทำลายทิ้ง ทว่าเสี่ยวหลันกลับใช้ปลายนิ้วแตะลงบนหลังมือของเขาไว้ก่อน
สัมผัสอุ่นร้อนจากนางส่งผ่านไปยังผิวของเขา เฟยหลงชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยาแพทย์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน
"ท่านอ๋องจะทรงกริ้วไม่ได้นะคะ" เสี่ยวหลันเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาคมปลาบฉายประกายแห่งความเฉียบคม "ความโกรธเกรี้ยวคือหมากที่แย่ที่สุดบนกระดานนี้ รัชทายาทต้องการให้ท่านแสดงความเย่อหยิ่งและฝ่าฝืนพระราชโองการ เพื่อจะได้มีข้ออ้างนำกองกำลังหลวงมาปิดล้อมตำหนักและปลดท่านออกจากตำแหน่งแม่ทัพ... หากท่านขยับผิดแม้แต่ก้าวเดียว หัวของหม่อมฉันและท่านจะหลุดออกจากบ่าพร้อมกัน"
เฟยหลงแค่นเสียงต่ำในลำคอ ไอร้อนแผ่ออกจากร่างของบุรุษผู้กุมกองทัพประจิม "ให้มันยกกองทัพมาสิ เปิ่นหวางจะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในค่ำคืนเดียว"
"ท่านพูดราวกับเด็กเอาแต่ใจ!" เสี่ยวหลันเผลอขมวดคิ้วมุ่น เอ็ดสามีออกไปโดยลืมตัวว่าอีกฝ่ายคือผู้ที่คนทั้งแผ่นดินหวาดกลัว แต่นางหาได้แคร์ไม่ นางดึงข้อมือเขาให้นั่งลงฝั่งตรงข้าม "สงครามในราชสำนักมิใช่การรบพุ่งในทุ่งกว้าง ที่ท่านจะใช้ดาบฟันคอแม่ทัพข้าศึกแล้วจบ นี่คือสงครามแห่งจิตวิทยา การเมือง และการชิงไหวชิงพริบ... ในเมื่อองค์รัชทายาททรงประทานข้อหา 'แม่มด' มาให้ หม่อมฉันก็จะแสดงอภินิหารให้พวกเขาได้เห็นกันทั่วทั้งเมืองหลวง!"
รอยยิ้มที่มุมปากของสตรีสาวยุค 80 งดงามเย้ายวนแต่ทว่าอันตรายยิ่งกว่าพิษสลายวิญญาณ เฟยหลงมองภรรยาของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหลงใหลระคนทึ่ง บุรุษเช่นเขาเคยชินกับการปกป้องสตรีอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้หวาดกลัว แต่นาง... สตรีลึกลับผู้นี้กลับยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ แววตาของนางเปี่ยมด้วยปัญญาที่พร้อมจะเผาผลาญราชสำนักให้เป็นจุลเพื่อปกป้องเขา
"เจ้าจะทำสิ่งใด" เฟยหลงเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลลงอย่างไม่รู้ตัว ยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น
"พรุ่งนี้เช้า ในท้องพระโรง..." เสโนบดีและเหล่าขุนนางจะพากันถวายฎีกาขับไล่หม่อมฉันใช่ไหมเพคะ?" เสี่ยวหลันโน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้ๆ กลิ่นกายหอมสะอาดประหลาดที่แตกต่างจากสตรีอื่นในวังหลวงทำให้เฟยหลงใจกระตุก "เราจะไม่หลบหนี และจะไม่แก้ตัว แต่เราจะ 'พลิกเกม' ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ที่พวกเขาคิดว่าเป็นมนต์ดำ!"
แผนการถูกวางทีละขั้นตอนอย่างประณีต ดั่งการถักทอเส้นไหมทีละเส้นให้กลายเป็นตาข่ายดักพยัคฆ์ เสี่ยวหลันอธิบายกลยุทธ์การเมืองผสมผสานกับการแพทย์สมัยใหม่ให้บุรุษผู้ชาญฉลาดฟัง นางร่ายยาวถึงการใช้จิตวิทยาฝูงชน การสร้างหลักฐานเทียมที่ไร้ร่องรอย และการตลบหลังพยานปากเอกของฝ่ายรัชทายาท ทุกถ้อยคำคมคาย เด็ดเดี่ยว และแม่นยำ ทุกย่างก้าวบนกระดานการเมืองถูกคำนวณไว้หมดแล้วว่า ฝ่ายตรงข้ามจะต้องพ่ายแพ้ด้วยอุบายของตนเอง
เฟยหลงนั่งฟังเงียบๆ สายตาคมปลาบจับจ้องริมฝีปากบางที่ขยับเจรจาอย่างคล่องแคล่ว ในใจบังเกิดความรู้สึกอุ่นวาบและลึกซึ้งยิ่งกว่าสิ่งใด สตรีผู้นี้มิได้เป็นเพียงภรรยา แต่นางคือ 'กุนซือ' ผู้รู้ใจเขาที่สุด และเป็นดวงใจหนึ่งเดียวที่เขายอมมอบอำนาจและชีวิตไว้ในกำมือ
"แผนการนี้นับว่าแยบยลยิ่ง" เฟยหลงยกมุมปากยิ้มหยัน "แต่เจ้าไม่กลัวหรือ หากพลาดพลั้ง... เจ้าจะต้องตายจริง ๆ"
เสี่ยวหลันแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเอื้อมมือไปคว้าจอกชาของเขาขึ้นมาจิบหน้าตาเฉย "ถ้าหม่อมฉันต้องตายในมือของคนที่โง่เขลาที่สุดในแผ่นดิน หม่อมฉันคงเสียดายความรู้ที่เรียนมาถึงสิบปี... ท่านอ๋อง วางใจเถอะเพคะ หมอผ่าตัดอย่างหม่อมฉัน ควบคุมความตายและชีวิตมานักต่อนักแล้ว เรื่องแค่นี้... สนุกเสียยิ่งกว่าผ่าตัดเนื้องอกเสียอีก!"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยเคมีอันร้อนแรงและความเด็ดเดี่ยวของคู่สามีภรรยาที่กำลังจะร่วมมือกันพลิกแผ่นดิน...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ขัดจังหวะห้วงเวลาอันตึงเครียด ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความหวาดผวาขององครักษ์เงาที่หน้าประตู "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! สนมเอกหลิว... มารดาของรัชทายาท เสียชีวิตอย่างกะทันหันในตำหนักใน... และ... และพยานปากเอกที่จะมากล่าวหาพระชายาในวันพรุ่งนี้ ถูกพบเป็นศพในสภาพเลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ด... ลักษณะอาการเช่นเดียวกับที่ตำราของพระชายาบันทึกไว้ไม่มีผิดเพี้ยนพ่ะย่ะค่ะ!"
เฟยหลงขมวดคิ้วฉับทันที หันขวับมามองหน้าภรรยา
ทว่าเสี่ยวหลันกลับมิได้ตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยหวาน ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว...
มิใช่ฝีมือของนาง... และมิใช่ฝีมือของฝ่ายรัชทายาท!
ยังมี 'บุคคลที่สาม' ที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด กำลังเดินหมากตานี้ตัดหน้าพวกเขาทั้งสองคน เพื่อบีบให้ฉินอ๋องต้องลุกขึ้นก่อกบฏอย่างเต็มตัวในรุ่งอรุณวันพรุ่งนี้!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันดุเดือดนี้ร่วมกันนะคะ
--- "ส้มหวานมิติลับ" ---
ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 19
กุนซือหญิงแห่งฉินอ๋อง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!