ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 5

กลลวงในมื้อค่ำ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและควันกำยานราคาแพงลอยวนอยู่ทั่วตำหนักบูรพา ทว่ากลิ่นหอมหรูหราเหล่านั้นกลับไม่สามารถกลบกลิ่นคาวโลหิตจางๆ ที่ประสาทสัมผัสอันแหลมคมของแพทย์สนามยุค 80 อย่างจ้าวเสี่ยวหลันจับ,ได้ทันทีที่นางก้าวเข้ามา "ดูเหมือนว่า... เกมกระดานนี้สนุกกว่าที่คิดเสียแล้ว แม่นางจ้าว เจ้าพร้อมจะเดินหมากตาต่อไปกับข้าหรือยัง?" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มจากฉินอ๋อง (เฟยหลง) ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ดวงตาดอกท้อคมกริบของเขาพินิจพิเคราะห์ทุกอากัปกิริยาของนาง ราวกับพญาอินทรีที่กำลังจดจ้องเหยื่อบนยอดผาสูงชัน ทว่าสตรีเช่นนาง... จ้าวเสี่ยวหลันผู้ผ่านความเป็นความตายในห้องผ่าตัดมานับร้อยนับพันเคส ย่อมไม่สะทกสะท้านต่อสายตากดดันคุกคามนี้แม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดผ้าไหมปักลายเมฆาล้อมจันทร์ก้าวเท้าอย่างมั่นคง นางแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ค่ำคืนนี้ตระกูลซ่งเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงต้อนรับจัดเตรียมโต๊ะอาหารหรูหราตระการตา อาหารคาวหวานนับสาหรับถูกลำเลียงเข้ามาโดยสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มกลุ่มหนึ่ง ทว่าสัญชาตญาณดิบของศัลยแพทย์ผู้เคยชินกับการตรวจสารเคมีและสารพิษในเลือดกลับร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น *ติ๊ง*—เสียงเครื่องมือแพทย์ในมิติวิเศษของนางส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานในห้วงความคิด เสี่ยวหลันปรายตามองจอกสุราและถ้วยซุปโสมตุ๋นรังนกตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ สารพิษไร้สีไร้กลิ่นชนิดนี้มีชื่อว่า "อัคนีพันลี้" เป็นพิษโบราณที่สกัดจากยางไม้หายากในดินแดนทางใต้ ผู้ใดดื่มเข้าไปภายในสามลมหายใจ เส้นเลือดทั่วร่างจะแหลกสลาย อวัยวะภายในถูกแผดเผาจนกลายเป็นจุล ราวกับถูกไฟนรกแผดเผา ช่างเป็นวิธีฆาตกรรมที่แยบยลและเลือดเย็นยิ่งนัก ผู้ลงมือคงต้องการโยนความผิดให้จ้าวเสี่ยวหลัน หมอหญิงผู้มาจากต่างภพผู้เป็นเป้าหมายในการแย่งชิงอำนาจครั้งนี้ "ท่านอ๋องทรงตรัสได้น่าสนใจยิ่งเพคะ..." เสี่ยวหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงินกระทบสายลม แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย "แต่ก่อนที่เราจะเดินหมากตาต่อไป เกรงว่าพวกเราคงต้องจัดการกับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่ซ่อนอยู่ในสำรับอาหารเสียก่อนกระมังเพคะ" สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงพลันเงียบสงบลงชั่วขณะ ฉินอ๋องเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนผู้ติดตามด้านหลังต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้เป็นทวีคูณ สตรีผู้นี้ช่างน่าประหลาดใจนัก นางไม่เพียงแต่ไม่ตื่นตระหนก แต่ยังสามารถจับพิรุธของสารพิษระดับสูงได้ภายในเวลาไม่ถึงลมหายใจเดียว "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" สุ้มเสียงเยือกเย็นเอ่ยถาม นัยน์ตาดุจเหยี่ยวจับจ้องนางไม่วางตา เสี่ยวหลันไม่ได้ตอบคำถามทันที นางหยิบตะเกียบหยกขาวขึ้นมาคีเนื้อปลาฉึ่งนึ่งซีอิ๊วในจานตรงหน้าอย่างเชื่องช้า ท่าทางสง่างามราวนายหญิงผู้สูงศักดิ์ นางนำเนื้อปลานั้นไปจุ่มลงในจอกสุราใสสะอาดที่รินไว้สำหรับล้างปาก เพียงชั่วพริบตา... ของเหลวใสราวกระจกในจอกนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับหมึกจีน พร้อมกับฟองอากาศฟอดใหญ่ที่ผุดขึ้นมาส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ เหล่าขุนนางและสาวใช้ที่ยืนรายล้อมรอบโต๊ะอาหารต่างหน้าถอดสี บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว "อัคนีพันลี้... พิษร้ายจากแดนใต้ ช่างเป็นเกียรติเสียจริงที่ตระกูลซ่งลงทุนต้อนรับหมอต่ำต้อยเช่นข้าด้วยของล้ำค่าเช่นนี้" เสี่ยวหลันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน นางไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย กลับกัน นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาบิดาเจ้าภาพอย่างซ่งหยวนฮั่ว ผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมการคลัง ผู้ซึ่งกำลังเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ซ่งหยวนฮั่วสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวออกมารlกคุกเข่าลงกับพื้นจนเข่ากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น "ทะ... ท่านอ๋อง หม่อมฉันถูกใส่ร้าย! หม่อมฉันไม่มีทางกล้าทำเรื่องอัปยศเช่นนี้กับแขกคนสำคัญของท่านอ๋องแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!" "บังอาจนัก!" เฟยหลงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แรงสะเทือนทำให้จอกสุราล้มคว่ำลง พื้นห้องสั่นสะเทือนตามรัศมีอำนาจอันดุร้ายที่แผ่ขยายออกไป "ในเขตอภัยทานของจวนเจ้า กลับมีคนกล้าวางยาพิษหมายปลิดชีพพระชายาในอนาคตของข้า เจ้าคิดว่าหัวบนบ่าของเจ้ามันมีกี่หัวกัน ซ่งหยวนฮั่ว!" คำว่า *'พระชายาในอนาคต'* หลุดออกมาจากปากของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น ทำให้หัวใจของเสี่ยวหลันกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางเหล่มองชายหนุ่มด้วยหางตาแวบหนึ่ง... ตาบ้าผู้นี้ ฉวยโอกาสประกาศสถานะท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ได้อย่างหน้าตาเฉยเชียวหรือ! ทว่าเสี่ยวหลันหาได้เสียสมาธิ นางกลับใช้จังหวะชุลมุนนี้ในการเดินหมากตลบหลังศัตรูอย่างแนบเนียน "ท่านเสนาบดีซ่ง อย่าเพิ่งรีบร้อนโขกศีรษะร้องขอชีวิตเลยเพคะ" เสี่ยวหลันลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงเดินเข้าไปใกล้ร่างที่สั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำของซ่งหยวนฮั่ว นางก้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านบอกว่าท่านถูกใส่ร้าย เช่นนั้น... ข้าจะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ท่านเองดีหรือไม่?" ซ่งหยวนฮั่วเงยหน้าขึ้นด้วยความหวังระคนหวาดระแวง "พระชายา... โปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยพ่ะย่ะค่ะ" "ง่ายดายมาก..." เสี่ยวหลันแย้มยิ้มอย่างงดงามราวกับปีศาจสาวพราวเสน่ห์ในคราบเทพธิดา นางหันไปหยิบถ้วยซุปโสมตุ๋นรังนกที่ปนเปื้อนพิษด้วยมือเปล่าอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าบุตรชายคนโตของเสนาบดีซ่ง ผู้ซึ่งยืนหลบอยู่หลังเสาด้วยใบหน้าซีดเซียว "คุณหนูรองซ่ง... ดูท่าทางท่านจะกังวลใจแทนบิดาเสียเหลือเกิน เช่นนั้นแล้ว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของตระกูลซ่ง ท่านช่วยดื่มซุปถ้วยนี้แทนบิดาของท่าน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่พวกเรา จะได้หรือไม่เล่า?" ซ่งฮุ่ยหลิง (บุตรสาวรองเสนาบดีซ่งผู้ซ่อนตัวอยู่หลังเงา) หน้าถอดสีทันที นางกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ "เจ้า! เจ้าบ้าไปแล้ว! เหตุใดข้าต้องดื่มของมีพิษนั่นด้วย!" "อ้าว... เมื่อครู่พี่ชายซ่งบอกว่าตระกูลซ่งบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไฉนเลยแค่ซุปโสมบำรุงกายถ้วยเดียว เจ้ากลับปฏิเสธเล่า?" เสี่ยวหลันหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเย็นเยียบขึ้นหลายส่วน "หรือว่า... เจ้าคือผู้ที่ลงมือผสมยาพิษนี้ลงไปเองตั้งแต่แรก?" บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงกลับมาตึงเครียดถึงขีดสุด สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปที่ซ่งฮุ่ยหลิงเป็นตาเดียว ฉินอ๋องเฟยหลงนั่งไขว่ห้างมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างชื่นชม สตรีของเขานอกจากจะงดงามปานล่มเมืองแล้ว สมองและความเจ้าเล่ห์เพทุบายยังร้ายกาจยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอกร้อยปีเสียอีก ซ่งฮุ่ยหลิงหน้าซีดเผือกจนเขียวคล้ำ ร่างกายสั่นเทาราวกับเจ้าเข้า นางถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับชั้นวางแจกันราคาแพง "มะ... ไม่ใช่ข้า! นังสารเลว เจ้าใส่ร้ายข้า!" "ข้าใส่ร้ายเจ้าหรือ?" เสี่ยวหลันแค่นหัวเราะในลำคอ นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว บีบให้จนมุม "ปลายนิ้วก้อยข้างขวาของคุณหนูรองมีคราบผงสีม่วงจางๆ ติดอยู่ นั่นคือผงของดอกอัคนีพันลี้ที่ยังล้างออกไม่หมดไม่ใช่หรือ? แถมในแขนเสื้อของเจ้ายังมีขวดกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กที่บรรจุพิษชนิดเดียวกันหลงเหลืออยู่อีกครึ่งขวด เจ้าจะแก้ตัวอย่างไรอีกเล่า?" เสี่ยวหลันสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวที่นางแอบฉกมาจากแขนเสื้อของซ่งฮุ่ยหลิงเมื่อครู่ก็หล่นลงไปกลิ้งอยู่แทบเท้าของฉินอ๋องพอดี เฟยหลงก้มลงหยิบขวดกระเบื้องนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ นัยน์ตาดุจพยัคฆ์ทอประกายสังหารวูบหนึ่ง อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว "ซ่งหยวนฮั่ว..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกเอ่ยขึ้น "ลูกสาวดีเด่นของเจ้า ช่างกล้าหาญยิ่งนักถึงขั้นกล้าลงมือกับคนของเป้าหมายราชสำนัก" "ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต! ไว้ชีวิตด้วยพ่ะย่ะค่ะ!" ซ่งหยวนฮั่วโขกศีรษะจนเลือดอาบหน้าผาก ล้มพับลงไปกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ในกำมือของเสี่ยวหลัน และชัยชนะอยู่แค่เอื้อมนั้นเอง... จู่ๆ แสงไฟทั่วทั้งตำหนักบูรพาก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในชั่วพริบตา ตามมาด้วยเสียงลูกธนูแหวกอากาศนับร้อยดอกพุ่งทะลุกระดาษหน้าต่างเข้ามาในทิศทางที่พวกเขายืนอยู่! เสี่ยวหลันยังไม่ทันตั้งตัว เอวบางก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล ร่างของนางถูกดึงเข้าไปซบแนบอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นอายบุรุษอันอบอุ่นและกลิ่นอายเลือดจางๆ ห้อมล้อมกายนางไว้ทันที "ระวัง!" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู พร้อมกับดาบยาวในมือของเฟยหลงที่กวัดแกว่งสร้างเป็นโล่ป้องกันธนูอาบยาพิษได้อย่างไร้ที่ติ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟจุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ได้มีเพียงแค่ซากศพของมือสังหารเงาที่ถูกสังหารเรียบ แต่กลับมีราชโองการลับฉบับหนึ่งปักคาอยู่บนเสาไม้กลางห้อง พร้อมกับตราประทับหยกมังกรทองคำบริสุทธิ์ขององค์ฮ่องเต้ที่สั่นคลอนทุกบัลลังก์! เฟยหลงหรี่มองราชโองการนั้น ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาถึงขีดสุด ก่อนที่เขาจะหันมามองจ้าวเสี่ยวหลันด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา "ดูเหมือนว่า... ฮ่องเต้จะไม่ทรงโปรดให้เราแต่งงานกันเสียแล้วสิ แม่นางจ้าว..." *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบพระคุณรี้ด더ร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างความสนุกนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%