กลิ่นอายของสมุนไพรไป๋เฉ่าผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องบรรทมส่วนพระองค์ แสงจากเปลวเทียนสีชาดไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายวิจิตร
"ท่านอ๋อง... หมอหญิงจ้าว อาการพ้นขีดอันตรายแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ ข้าหลวงกรมการแพทย์ถึงกับเช็ดเหงื่อแทบไม่ทันเมื่อครู่"
เสียงทุ้มต่ำขององครักษ์เงาเอ่ยรายงานด้วยความระมัดระวัง ทว่าร่างสูงสง่าของบุรุษผู้ประทับอยู่ริมพระiเตียงกลับมิได้ขยับเขือกเขยื้อน สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดของสตรีเบื้องหน้า
จ้าวเสี่ยวหลันในยามนี้ แม้จะผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการผ่าตัดสกัดพิษงูอัคคีด้วยเครื่องมือแพทย์จากศตวรรษที่ยี่สิบที่นางซ่อนไว้ในมิติ ทว่าคิ้วเรียวดั่งใบหลิวของนางยังคงขมวดมุ่นราวกับกำลังเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในห้วงนิทรา นางคือสตรีผู้ก้าวข้ามกาลเวลามาไกลลิบลิ่วจากยุคสมัยที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าและแสงนีออน ทว่ากลับต้องมาติดอยู่ในวังวนแห่งการชิงอำนาจอันโสมمของราชสำนักต้าเหลียง เพียงเพราะความเฉลียวฉลาดและฝีมือแพทย์อันล้ำเลิศของนางเอง
ฉินอ๋องเฟยหลงยื่นพระHสัตตย์จรัสแสงออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการจับกระบี่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน สั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสลงบนพวงแก้มเนียนนุ่มที่เย็นเฉียบของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่าหากใช้แรงเพียงนิดเดียว ภาพตรงหน้าราวกับภาพมายาจะสลายหายไปในอากาศ
'นางไม่ใช่หมากในกระดานของใคร... และเป้าหมายของความแค้นใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดบังaniอาจแตะต้องเส้นผมของนางแม้แต่เส้นเดียว ข้าผู้นี้จะล้างบางแผ่นดินนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง'
คำสัตย์ปฏิญาณอันเงียบงันก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น บุรุษผู้ไม่เคยเชื่อมั่นในความรักและไม่เคยหวาดกลัวความตาย กลับรู้สึกหัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อเห็นร่างระหงของนางล้มลงไปต่อหน้าต่อตาในห้องทดลองสมุนไพรเมื่อยามพลบค่ำ พิษร้ายที่ควรจะปลิดชีพผู้รับภายในหนึ่งกัณฑ์เทศน์ กลับถูกนางสกัดกั้นด้วยเข็มเงินเก้าเล่มและหยาดเหงื่อแห่งความเด็ดเดี่ยว นางเอาชีวิตของตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพยานปากเอกที่จะลากคอเสนาบดีหลี่ผู้เป็นกบฏลงจากอำนาจ
"เจ้าช่าง... ดื้อด้านยิ่งนัก เสี่ยวหลัน" เฟยหลงพึมพำกับความเงียบ น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเย็นชาบัดนี้กลับเจือด้วยความสั่นเครือที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจควบคุมได้
ภายในห้องอันเงียบสงบ ความตึงเครียดไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ภายนอกกำแพงวังหลวง เสียงฝีเท้าของทหารยامสลับกับเสียงลมหนาวที่พัดพาหิมะแรกแห่งฤดูเริ่มโปรยปราย การเมืองในราชสำนักกำลังเดือดดาลราวกับลาวาใต้ภูเขาไฟ ฝ่ายองค์รัชทายาทและกลุ่มขุนนางกังฉินต่างเร่งกดดันให้ส่งตัวหมอหญิงจ้าวไปไต่สวนที่กรมอาญาด้วยข้อหามีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าเป็นสายลับต่างแคว้น ทว่าฉินอ๋องผู้กุมอำนาจทหารครึ่งค่อนแผ่นดินกลับใช้กองกำลังทหารม้าทมิฬปิดล้อมตำหนักชั่วคราวแห่งนี้ไว้ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนก้าวล้ำเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว
เสี่ยวหลันขยับตัวเล็กน้อย ริมฝีปากแห้งผากเปล่งเสียงครางอืออึงในลำคอ นางพยายามจะลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือของบุรุษข้างกาย
"อื้อ... ใคร..." เสียงแหบพร่าของนางเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตากลมโตคู่สวยปรือขึ้นมองผ่านม่านน้ำตาเล็กน้อย "ท่านอ๋อง... ปากเสียเช่นท่าน ยังมีหน้ามานั่งเฝ้าคนไข้หรือเพคะ? ไปไกลๆ ข้าจะนอน..."
นางพยายามจะสะบัดหน้าหนีตามนิสัยเดิมที่มักจะต่อปากต่อคำกับเขาไม่เคยยอมแพ้ ทว่าเรียวแขนที่อ่อนแรงกลับถูกมือหนาคว้าไว้ได้อย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น เฟยหลงไม่ได้โกรธเคืองวาจาอันอาจหาญนั้นเลยสักนิด กลับมีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมพระโอษฐ์อย่างยากที่จะได้เห็น รอยยิ้มที่ลومล้างความน่ากลัวของฉินอ๋องผู้โหดเหี้ยมลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังยอมจำนนต่อสตรีในดวงใจอย่างราบคาบ
"หากเจ้ายังดื้อดึงไม่ยอมพักผ่อน ข้าจะสั่งโบยพวกหมอหลวงที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ให้หมด" เขาขู่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับทอประกายความห่วงใยล้ำลึกที่ซ่อนไว้ไม่มิด
เสี่ยวหลันชะงักไปครู่หนึ่ง นางมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่มักจะเต็มไปด้วยความระแวงและคมกบฏ แต่วันนี้กลับมีเงาสะท้อนของนางเองอยู่ภายในนั้นอย่างชัดเจน หัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวด้วยฤทธิ์ยาเริ่มเปลี่ยนจังหวะเพราะความอบอุ่นที่พุ่งเข้าชนอย่างไม่ทันตั้งตัว นางเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกพ่ายแพ้ให้กับความดื้อรั้นของตนเองและสายตาคู่นั้นอย่างสิ้นเชิง
"ท่านมัน... คนเผด็จการ..." นางพึมพำเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งด้วยความอ่อนล้า ทว่ามือเรียวเล็กกลับไม่ได้สะบัดออกจากการกุมกุมของเขา ปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นไหล
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังอบอวลไปด้วยความผูกพันอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางพายุแห่งการแย่งชิงอำนาจ ขันทีเฒ่าหน้าห้องก็ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา มือที่ถือราชโองการม้วนยาวสั่นเทาจนเห็นได้ชัด
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... พระพันปีหลวงมีรับสั่งให้..."
ยังไม่ทันที่ขันทีเฒ่าจะกล่าวจบประโยค ประตูห้องบรรทมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของนางกำนัลคนสนิทของพระพันปีหลวงที่เดินนำหน้าทหารองครักษ์หลวงพรึบพรับเข้ามาล้อมห้องไว้จนแน่นหนา รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางกำนัลผู้,นั้น พร้อมกับถาดทองคำที่มียาพิษสีดำสนิทส่งกลิ่นคละคลุ้งวางอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ของฉินอ๋อง!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับหมอหญิงและท่านอ๋องของเราในตอนนี้นะคะ! ✨ *(ส้มหวานมิติลับ)*
ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 25
คำสาบานที่ไร้คำพูด
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!