ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 19

ค่ำคืนที่ความรู้สึกจริงเปิดเผย

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ทำไมถึงยังนิ่งอยู่ได้ครับ ในเมื่อไฟกำลังลามเลียบริษัทของคุณจนแทบจะวอดวายอยู่แล้ว" เรนเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด มือเล็กกำเข้าหากันแน่นขณะจ้องมองคีรินที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่หน้าบานหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามวิกาล แสงไฟจากตึกระฟ้าสะท้อนในดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม เขาไม่ได้สวมสูทเหมือนทุกวัน เนคไทถูกปลดออกทิ้งไว้บนโซฟา และเชิ้ตสีขาวที่สวมอยู่ก็ดูยับย่นไม่ต่างจากอารมณ์ของคนสวม คีรินไม่ตอบในทันที เขายกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเผด็จการที่เขาสร้างขึ้นมาบดบังตัวตนมาตลอดหลายปี "รินรดาไม่เคยเล่นงานผมด้วยวิธีตรงไปตรงมา เธอเลือกจังหวะที่ผมเผลอที่สุดเสมอ" คีรินพูดพลางก้าวเข้ามาหาเรนช้าๆ ดวงตาคู่คมจับจ้องไปที่คนตรงหน้า "รวมถึงเรื่องของคุณ... ที่เธอเอาไปปั่นหัวนักข่าวด้วย" "คุณก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง" เรนเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัว "เราสองคนไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบที่ข่าวลง... คุณแค่ต้องการใช้ผมเป็นเครื่องมือขวางทางเธอ" "เครื่องมืองั้นเหรอ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าอย่างน่าประหลาด เขาหยุดยืนตรงหน้าเรน ระยะห่างที่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน "คุณคิดว่าผมลงทุนถึงขนาดเอาชื่อเสียงบริษัทมาเสี่ยง เพื่อแลกกับแค่การหา 'เครื่องมือ' มาวางไว้ในห้องทำงานน่ะหรือครับ เรน?" เรนชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของคีริน มันไม่ใช่แววตาของผู้มีอำนาจที่ชอบสั่งการ แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังแบกความอ้างว้างไว้จนล้นอก "ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด" เรนพยายามถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง คีรินใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวเขาไว้ทันที "ผมไม่ได้ต้องการเครื่องมือ" คีรินกระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "ตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นคุณเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยแววตาอวดดีนั่น ผมจำได้ว่าคุณคือเด็กคนนั้น... คนที่เคยหยิบยื่นขนมปังชิ้นสุดท้ายให้ผมในวันที่ผมไม่มีอะไรเหลือเลยแม้แต่ที่ซุกหัวนอนเมื่อสิบห้าปีก่อน" เรนเบิกตากว้าง ความทรงจำสีจางๆ ในวัยเด็กค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างใหญ่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของทั้งสองคนเท่านั้นที่ดังแข่งกัน "คุณ... คือเด็กผู้ชายที่นั่งร้องไห้อยู่หลังโรงเรียนวันนั้นเหรอ?" เรนถามเสียงแผ่ว ความทรงจำที่เขาหลงลืมไปนานค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา "คุณคือคนที่บอกว่าวันหนึ่งจะเป็นเจ้าของตึกพวกนี้ให้หมด เพื่อไม่ให้ใครมาดูถูกคุณได้อีก" "ใช่ครับ" คีรินเลื่อนมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเรนอย่างแผ่วเบา "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมพยายามทำทุกอย่างให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้ยืนหยัดอย่างมั่นคง แต่พอมองย้อนกลับไป... ผมกลับไม่เหลือใครเลยนอกจากความสำเร็จที่เย็นชา จนกระทั่งคุณกลับเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้ง ความทรงจำเก่าๆ ที่ผมเคยทิ้งมันไป มันกลับมามีความหมายขึ้นมาทันที" เรนมองลึกเข้าไปในดวงตาของคีริน ความโกรธเคือง ความถือดี และกำแพงที่เขาเคยสร้างไว้เริ่มพังทลายลงอย่างช้าๆ คำว่า 'ปากร้าย' ที่เขาเคยตราหน้าคีรินดูจะจางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกเปราะบางที่ชายตรงหน้าพยายามซ่อนไว้ "คุณกำลังบอกว่า... คุณจำผมได้ตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครงานงั้นเหรอ?" "ผมจำแววตาคู่นั้นได้เสมอ" คีรินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เรนไม่เคยเห็นมาก่อน มันจริงใจจนน่าใจหาย "มันเป็นแววตาที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ต่อให้โลกนี้จะโหดร้ายแค่ไหน แต่มันก็ยังมีความหวังหลงเหลืออยู่บ้าง และการที่รินรดาจะทำลายผมด้วยหุ้นหรือข่าวฉาว... มันเทียบไม่ได้เลยกับการที่ผมต้องสูญเสียคุณไปเพราะความโง่เขลาของตัวเอง" เรนเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก เขาอยากจะสวนกลับด้วยคำพูดแรงๆ เหมือนทุกครั้ง แต่ในวินาทีนี้ ทุกคำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ "ถ้าคุณรู้ว่าผมคือใคร ทำไมไม่เคยบอกผม?" "เพราะผมกลัวว่าถ้าคุณรู้ว่าผมคือ 'คุณชายสายดุ' ที่คุณรังเกียจ คุณจะเกลียดผมตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มรู้จักตัวตนจริงๆ ของผมไงครับ" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกของเขาสัมผัสกับแก้มของเรน เรนไม่ได้ถอยหนี เขากลับเลือกที่จะหลับตาลงรับสัมผัสที่อบอุ่นและโหยหา ท่ามกลางวิกฤตที่ถาโถมเข้ามาจากภายนอก ห้องทำงานห้องนี้กลับกลายเป็นพื้นที่เดียวที่ความจริงใจก่อตัวขึ้นท่ามกลางพายุ "คุณรินรดาอาจจะชนะในกระดานหุ้น" คีรินกระซิบชิดใบหู "แต่เธอจะไม่มีวันชนะใจผมได้... เพราะตอนนี้มันอยู่ที่คุณหมดแล้ว" เรนลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้า ความรู้สึกบางอย่างที่เขากดทับไว้ลึกๆ บัดนี้มันเอ่อล้นจนเขาไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป เขาเอื้อมมือไปแตะที่ปลายคางของคีริน แววตาของทั้งคู่สอดประสานกันราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทว่าในจังหวะที่คีรินกำลังจะประทับจูบลงบนกลีบปากของเรน ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทอยู่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของรินรดาที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "ไม่นึกเลยนะคีริน... ว่าประธานบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย จะยังมีอารมณ์มานั่งเล่นบทพระเอกนางเอกในละครน้ำเน่าแบบนี้!" คีรินชะงัก เขาผละออกจากเรนช้าๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับรินรดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบเหมือนเช่นทุกครั้ง ทว่ามือของเขายังคงกุมมือของเรนไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย "เรื่องระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจหักหลังผมแล้ว รินรดา... ออกไปจากห้องของผมเดี๋ยวนี้!" "จบงั้นเหรอ? แกคิดว่าทุกอย่างจะจบง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคีริน! ถ้าฉันไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ ก็อย่าหวังว่าใครหน้าไหนจะมีความสุขได้!" รินรดาแค่นหัวเราะ ก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของคีรินด้วยความโมโห "เช็คหุ้นในพอร์ตของแกซะ คีริน... เพราะตอนนี้หุ้นใหญ่ที่เหลืออยู่กำลังถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของบริษัทคู่แข่งเรียบร้อยแล้ว!" คีรินก้มมองซองเอกสารนั้น หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของหุ้น แต่มันคือการวางแผนระยะยาวที่เขามองข้ามไปอย่างไม่น่าให้อภัย ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาตัดสินใจครั้งสำคัญของตัวละครไปกับผมนะครับ นาโนบอทมาสเตอร์
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%