ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 20

รอยยิ้มแรกที่เห็นได้แค่ผม

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"คุณจะจ้องหน้าผมอีกนานไหมครับ หรือคิดว่าถ้ามองนานพอ หนี้สินในสัญญาจะระเหยกลายเป็นอากาศธาตุไปเอง" เสียงทุ้มต่ำเจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัว เรนสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ที่เผลอสำรวจสันจมูกคมสันและไรหนวดจางๆ ของคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตไหวระริกก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ปากเก่งสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด "ถ้าหนี้มันระเหยได้ด้วยการมอง ผมคงจ้องจนคุณกลายเป็นไอไปนานแล้วล่ะครับท่านประธานคีริน... ว่าแต่คนเจ็บที่ปากดีขนาดนี้ สมควรโดนทาสีห้องนอนใหม่ทั้งห้องเป็นบทลงโทษดีไหมครับ" เรนพยักเพยิดไปยังรอยแผลที่มุมปากของคีริน ผลพวงจากการปะทะคารมและเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อคืนที่ผ่านมา ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกชะงักไปนิด เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แววตาคมกริบที่มักใช้กดดันคู่เจรจาธุรกิจ บัดนี้กลับมีความไหววูบแปลกประหลาดที่เรนอ่านไม่ออกฉายชัดขึ้นมาแวบหนึ่ง คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยอย่างพิจารณา "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... ทั้งที่เมื่อคืนก่อน คุณเกือบจะร้องไห้อยู่รอมร่อตอนที่ผม..." "หยุดเลยนะครับ!" เรนสวนขึ้นทันควัน ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองขัด ความทรงจำเมื่อคืนตอนที่คีรินยอมเอาตัวเข้ามารับแรงกระแทกแทนเขาผุดวาบเข้ามาในหัว ภาพที่คนเผด็จการคนนี้แสดงความเปราะบางออกมาเป็นครั้งแรกทำให้เรนรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนเคย มันเป็นความเงียบที่มีแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างร้อยรัดคนทั้งคู่เข้าหากัน คีรินถอนหายใจยาว แววตาดุดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลงจนน่าใจหาย เขายกมือขึ้นแตะมุมปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเรนตรงๆ "มานี่หน่อยสิครับ" คำสั่งห้วนๆ แต่กลับไม่มีกระแสความเผด็จการเจืออยู่เลย มันเป็นน้ำเสียงที่เจือความเหนื่อยล้า... และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่เรนเคยได้ยิน เรนขมวดคิ้วด้วยความระแวง "ทำไมครับ ผมไม่ใช่ลูกน้องที่คุณจะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้นะ" "ผมบอกให้มา... ไม่ได้สั่งให้เถียง" คีรินทอดถอนหายใจอีกครั้ง รอยยืดหยุ่นที่มุมปากขยับขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้สำหรับหุ้นส่วนทางธุรกิจ ไม่ได้มีไว้ประชดประชันรินรดา และไม่ได้มีไว้สร้างภาพลักษณ์ความน่าเกรงขาม แต่มันคือรอยยิ้มที่เปิดเผยตัวตนเบื้องลึก... ตัวตนของคีรินคนที่ขี้เหงาและโหยหาความอบอุ่น เรนก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว แรงโน้มถ่วงบางอย่างบังคับให้เขาทิ้งระยะห่างลงทีละก้าว จนกระทั่งยืนหยุดอยู่ตรงหน้าโซฟาที่คีรินนั่งอยู่ ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองเรน แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งพื้นขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด มือหนายื่นออกไปช้าๆ ไม่ได้จะคว้าจับข้อมือเพื่อออกคำสั่งเหมือนทุกที หากแต่ปลายนิ้วอุ่นจัดนั้นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนของเรนอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย เรนหยุดหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู ความรู้สึกต่อต้านที่มีมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เมื่อได้เห็นประกายความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าวของประธานหนุ่ม "คุณ... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" เรนเอ่ยถามเสียงแผ่ว ความดื้อรั้นหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความกังวลที่ฉายชัดในแววตา "ผมแค่คิดว่า..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนหัวใจเรนกระตุกวูบ "ถ้าวันหนึ่งไม่มีคนคอยมาเถียง มากวนประสาท หรือมาทำหน้าดื้อใส่ผมแบบนี้... ชีวิตผมคงน่าเบื่อจนตายแน่ๆ เรน" นี่ไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่การต่อรองในสัญญาธุรกิจ แต่มันคือการสารภาพความรู้สึกที่ซ่อนไว้ภายใต้กำแพงอันหนาทึบ เรนรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า เขาเม้มปากแน่น หัวใจพองโตจนคับอก รสชาติของความพ่ายแพ้ต่อหัวใจตัวเองช่างหอมหวานเสียจนไม่อาจปฏิเสธ เรนหลบสายตาไม่ได้เมื่อปลายนิ้วของคีรินไล้เบาๆ ที่กรอบหน้า ก่อนที่ร่างสูงจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชิดตัวเข้ามาจนเรนต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องกระจกด้านหลัง คีรินใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังกั้นทางหนีไว้ ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ชิดริมฝีปาก "แล้วถ้าผมจะบอกว่า... ดีลระหว่างเราเปลี่ยนไปแล้วล่ะครับ" คีรินกระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "จากนี้ไป ไม่ใช่แค่เรื่องหนี้สิน... แต่ผมจองตัวคุณไว้ทั้งตัวและหัวใจแล้ว ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" เรนอ้าปากค้าง เตรียมจะสวนกลับด้วยประโยคคมคายเพื่อกู้ศักดิ์ศรี แต่ทว่าริมฝีปากอุ่นจัดของคีรินกลับโน้มลงมาประทับปิดคำพูดทั้งหมดไว้ด้วยความนุ่มนวลและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่จูบแห่งการบังคับขู่เข็ญ แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของที่ทำให้เรนแทบหลอมละลายคาอ้อมแขน ทว่า... ในวินาทีที่เรนกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบแสนหวานและยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง เสียงสัญญาณปลดล็อกประตูดิจิทัลหน้าห้องเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้น 'ติ๊ด... แกร็ก!' ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาในความเงียบ "พี่คีรินคะ! รินเอาเอกสารสำคัญมาให้... อุ๊ย!" ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความคลั่งรักของท่านประธานคีรินและน้องเรนในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%