กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องทำงานกระจกใสของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ คีรินวางปากกาลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังสนั่น สะท้อนความหงุดหงิดที่ชายหนุ่มพยายามสะกดกลั้นไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวจ้องมองร่างเพรียวบางของเรนที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างด้วยท่าทีไม่ยี่หี้
"ผมสั่งให้คุณจัดเตรียมเอกสารสรุปโครงการพรีเมียม ไม่ใช่มานั่งทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้ เรน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความรำคาญแกมเอ็นดูในเวลาเดียวกัน
เรนหันกลับมาสบตา ปรบมือเบาๆ สองครั้งด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "ท่านประธานครับ สมองผมไม่ได้มีไว้ประดับกะโหลก เอกสารนั่นอยู่บนโต๊ะคุณตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว แต่ดูเหมือนสายตาคุณจะมีปัญหา หรือไม่ก็… กำลังโฟกัสผิดจุดกันแน่ครับ"
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวเข้าไปประชิดตัวคนอวดเก่งอย่างรวดเร็ว จนเรนต้องเผลอถอยหลังไปชนกระจกเย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใส
"ปากเก่งจริงๆ นะครับ... ถ้าเปลี่ยนจากคำพูดอวดดี มาเป็นคำพูดเอาใจผมบ้าง คุณอาจจะรอดตัวไปนานแล้ว" คีรินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
เรนใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก แต่ศักดิ์ศรีและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เขาต้องเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย "ถ้าผมพูดจาเอาใจคุณ ผมคงกลายเป็นลูกน้องไร้สมองที่คอยเลียแข้งเลียขาคุณไปแล้วล่ะครับ ซึ่งมันไม่ใช่สไตล์ผม... ถอยไปได้แล้วครับ หายใจไม่ออก"
"รู้ตัวไหมครับว่าเวลาที่คุณดื้อดึงแบบนี้ มันน่า..."
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งขัดจังหวะความหวานปนพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นในห้องทำงาน คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ ขณะที่เรนรีบใช้มือผลักอกแกร่งให้ออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
ประตูบานใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นร่างระหงในชุดสูทดีไซเนอร์ราคาแพง รินรดาก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ทว่าสายตาคู่คมกลับกวาดมองสำรวจคนทั้งคู่ด้วยความรวดเร็วและระแวดระวัง เธอกวาดสายตาจากใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อของเรน ไปหยุดอยู่ที่ความหงุดหงิดเจือความเสียดายบนใบหน้าของคีริน
"คีรินคะ รินรบกวนเวลาทำงานหรือเปล่าเอ่ย พอดีรินเอาเอกสารร่วมทุนล็อตใหม่มาให้เซ็นค่ะ" เสียงหวานเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง แต่แววตาที่มองเรนกลับซ่อนความคมกริบเอาไว้มิดชิด
"ไม่รบกวนครับ เชิญนั่งก่อนสิครับคุณริน" คีรินปรับสีหน้ากลับมาเป็นนักธุรกิจผู้เยือกเย็นดังเดิม แม้ในใจจะอยากไล่แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ออกไปให้พ้นตาแค่ไหนก็ตาม
เรนโค้งศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาททางสังคม "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปเคลียร์งานข้างนอกก่อนนะครับท่านประธาน"
"เดี๋ยว..." คีรินเอ่ยปากรั้งไว้ แต่รินรดากลับชิงพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัย
"เดี๋ยวสิคะน้องเรน อยู่ฟังด้วยกันก่อนก็ได้นี่คะ ในฐานะ... เอ่อ คนสนิท (?) ของคุณคีริน รินคิดว่าโปรเจกต์นี้เรนน่าจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจไม่น้อยเลยทีเดียว" รินรดาย้ำคำว่า 'คนสนิท' ด้วยน้ำเสียงลากยาวและรอยยิ้มเคลือบยาพิษ
เรนชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก คำว่า 'คนสนิท' จากปากของคู่หมั้นทางธุรกิจของคีริน มันให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังเป็นส่วนเกินในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของคนทั้งคู่ เรนหันกลับไปสบตากับรินรดาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ฝืนสร้างขึ้น
"ผมเป็นแค่ลูกจ้างและผู้ช่วยส่วนตัวของคุณคีรินเท่านั้นครับคุณริน อย่าเข้าใจความหมายของคำว่าคนสนิทในแบบที่คลาดเคลื่อนเลยครับ ผมไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด" เรนจงใจเน้นเสียงคำว่าเข้าใจผิด พร้อมกับเหลือบมองคีรินที่กำลังจ้องเขม็งมาที่ตนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
คีรินขบกรามแน่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีเยועหยันและตั้งแง่ของเรน เด็กนี่กำลังถอยห่างและตีตัวออกห่างจากเขาอย่างชัดเจน เพียงเพราะคำพูดกำกวมของผู้หญิงคนอื่น
"เข้าใจผิดเรื่องอะไรล่ะครับเรน..." คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาหาเรนทีละก้าวอย่างกดดัน ดวงตาคมกราบกรานจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มไหวระริก "หรือว่าคุณกำลังกลัว... กลัวว่าความสัมพันธ์ของเรามันจะเลยคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลจนคุณรับมือไม่ไหวกันแน่"
รินรดานั่งมองภาพเบื้องหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเริ่มแข็งค้าง ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศในห้อง รินรดากวาดตามองระหว่างคีรินผู้ชายที่เธอหมายปอง กับเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่เพิ่งก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาไม่นาน ความระแวงสงสัยที่เคยมีเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นในใจ
รินรดาแสร้งหัวعาเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบ "ดูท่าทางพวกคุณสองคนจะสนิทสนมกันเกินกว่าเจ้านายลูกน้องทั่วไปจริงๆ นะคะเนี่ย... หรือว่าข่าวลือที่รินได้ยินมาช่วงนี้ จะเป็นเรื่องจริง?"
เรนหันไปมองรินรดา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "ข่าวลืออะไรเหรอครับคุณริน ช่วยขยายความให้ผมฟังหน่อยสิครับ เผื่อผมจะได้รู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงจุดไหนในบริษัทนี้กันแน่"
คีรินหยุดยืนอยู่ห่างจากเรนเพียงแค่ก้าวเดียว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวเอาไว้หลวมๆ ไม่ยอมให้คนปากเก่งหลบหนีไปไหนได้อีก สายตาคมกริบหันไปจ้องมองรินรดานิ่งสนิทด้วยบรรยากาศที่เยียบเย็นจนน่ากลัว
"อย่าล้ำเส้นเกินไปนะครับคุณริน เรื่องของผมกับใคร... คุณไม่มีสิทธิ์มาคาดคั้น" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันเฉียบขาด
เรนก้มมองมือหนาที่กุมข้อมือตนเองไว้แน่น ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านมาถึงผิวเนื้อ แต่มันกลับทำให้หัวใจของเรนรู้สึกหนาบเหน็บอย่างประหลาด ความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นเริ่มกัดกินความมั่นใจของเขาจนหมดสิ้น หรือจริงๆ แล้ว... เขาเป็นแค่เกมแก้เบื่อในสายตาของประธานหนุ่มคนนี้เท่านั้น
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็กรีดร้องทำลายความเงียบ เธอก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคีรินด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับ
"รินคงไม่ต้องคาดคั้นอะไรแล้วล่ะค่ะคีริน..." รินรดาหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้คีรินและเรนเห็นภาพถ่ายปาปารัสซี่ที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ ภาพของคีรินและเรนที่กำลังยืนใกล้ชิดกันริมหน้าต่างเมื่อคืนก่อน พร้อมข้อความปริศนาที่ระบุว่า *'ประธานหนุ่มคีรินแอบซุกเด็กใหม่กลางดึก เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้?'*
เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คีรินหน้าตึงเครียดขึ้นทันทีในพริบตาเดียว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" ด้วยดีเสมอมานะครับ
ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 14
ความเข้าใจผิดที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!