ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 15

คำสารภาพที่ไม่ชัดเจน

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
ความเงียบงันภายในห้องทำงานเพנט์เฮาส์หรูยามวิกาลไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับทำหน้าที่เหมือนห้องกักเก็บแรงดันอากาศที่กำลังรอวันระเบิด เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คีรินหน้าตึงเครียดขึ้นทันทีในพริบตาเดียว! บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มทั้งสองคนอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตจากคำพูดที่เพิ่งหลุดรอดออกไปเมื่อครู่ คีรินยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองโลกด้วยความเย่อหยิ่งและเฉยชาในยามปกติ บัดนี้กลับไหววูบราวกับคนทำของสำคัญหล่นแตก "คุณ... พูดว่าอะไรนะ" เรนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก ทั้งประหลาดใจ หวาดระแวง และเตลิดเปิดเปิงอย่างควบคุมไม่ได้ คีรินเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งเป็นสันคมยามที่เขาผ่อนลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง ประโยคเมื่อครู่เกือบจะพ่นคำว่า 'รัก' ออกไปอยู่แล้วเชียว... คำศัพท์ต้องห้ามที่เขาไม่เคยคิดจะใช้กับใครตลอดชีวิตสามสิบปี คำศัพท์ที่เขาเคยเยาะเย้ยว่าเป็นเรื่องไร้สาระของพวกอ่อนแอ แต่วินาทีที่เห็นเรนยืนสั่นเทาด้วยความโกรธปนน้อยใจอยู่ตรงหน้า สมองส่วนเหตุผลของเขากลับพังทลายลงในพริบตา "ผมไม่ได้พูดอะไร" คีรินตอบเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความตื่นตระหนกด้วยการเชิดหน้าขึ้นแล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม "คุณหูฝาดไปเอง เรน" "หูฝาดเหรอ?" เรนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยาะหยหยันอย่างไม่ยอมแพ้ "เมื่อกี้คุณทำหน้าเหมือนคนกำลังจะสารภาพบาป หรือไม่ก็กำลังจะบอกว่าขาดผมไม่ได้... ถ้าหูผมฝาด งั้นสมองคุณคงเริ่มมีปัญหาแล้วล่ะครับ ท่านประธานคีริน" ปากเก่งไม่เปลี่ยน... แม้กระทั่งในสถานการณ์ที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นระรัวจนแทบทะลุกระดูกซี่โครง เรนก็ยังเลือกที่จะใช้คำพูดเชือดเฉือนเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวเอง คีรินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเรนอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มตัวสูงกว่าบังคับให้เรนต้องถอยหลังจนสะโพชนุ่มไปชนกับขอบโต๊ะทำงานด้านหลังโดยไม่มีทางหนี มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับขอบโต๊ะ กักขังร่างเพรียวบางเอาไว้ในอาณาเขตของตัวเอง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับความเร่าร้อนเฉพาะตัวของคีรินโชยปะทะนาสิกจนเรนเผลอกลั้นหายใจ "ปากดีแบบนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนเรน ขนลุกซู่ "คิดว่าตัวเองเก่งมากสินะ ที่ทำให้ผมเสียอาการได้ขนาดนี้" "ผมไม่ได้ปากดี... ผมพูดความจริง" เรนเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงน้อย แต่ก็ทำได้เพียงเสี้ยววินาทีเพราะมืออีกข้างของคีรินเอื้อมมาเชยคางมนให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ในนั้นมีทั้งความดื้อรั้น ความท้าทาย และแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธ คีรินมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกยากจะระงับใจ เขาอยากจะปิดปากดื้อๆ นี้ด้วยริมฝีปากของตัวเองนัก... อยากจะกลืนกินทุกคำพูดอวดดีให้หมดสิ้น แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีสติพอที่จะรู้ว่า ถ้าทำแบบนั้น เขาก3ลังจะพ่ายแพ้ให้กับเด็กตรงหน้าอย่างราบคาบ "ถ้าคุณยังพูดมาก... ผมจะทำให้คุณพูดไม่ออกไปตลอดคืน" คีรินขู่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความหมายสองแง่สองง่าม แต่แววตาที่ทอดมองกลับอ่อนแสงลงอย่างปิดไม่มิด "คุณมันเผด็จการ..." เรนพึมพำเสียงเบา ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนพวงแก้มเนียนอย่างห้ามไม่ได้ "ชอบใช้อำนาจ บีบบังคับคนอื่นตลอดเวลา..." "แล้วไม่ชอบหรือไง" คีรินย้อนถามทันควัน น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "ถ้าไม่ชอบ ทำไมถึงยืนให้ผมกักตัวอยู่แบบนี้ล่ะ... ทำไมไม่ผลักผมออกไปซะ" เรนเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมด เหตุผลที่เขาไม่ผลักอีกฝ่ายออกไป ไม่ใช่เพราะไม่มีแรง แต่เป็นเพราะลึกๆ แล้ว เขาก็กลัว... กลัวว่าถ้าผลักคีรินออกไปตอนนี้ ระยะห่างที่เพิ่งถูกลดทอนลงจะกลับมา "กว้าง" เท่าเดิม กลัวว่าความอบอุ่นที่ปลายนิ้วของอีกฝ่ายส่งผ่านมา จะเป็นเพียงภาพลวงตา "ถ้ารู้ตัวว่าพูดจาชวนเข้าใจผิด ก็เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแล้วพูดความจริงออกมาสักทีสิครับ" เรนตัดสินใจสวนกลับด้วยประโยคที่ซ่อนความคาดหวังเอาไว้ลึกสุดซึ้ง ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตานิลกาฬของประธานหนุ่ม ค้นหาคำตอบที่ค้างคาอยู่ในใจ "ที่คุณทำอยู่ทั้งหมดนี่... มันหมายความว่าอะไรกันแน่ คีริน" ชื่อแรกที่หลุดออกจากปากโดยไม่มีคำนำหน้าตำแหน่ง ทำให้คีรินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจของเขาเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบซ้ำๆ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่คอยห้ามปรามพังทลายลงในวินาทีนั้น เขาเกือบจะอ้าปากพูดความจริงทั้งหมดออกไปแล้ว... เกือบจะสารภาพว่าผู้ชายจอมเผด็จการคนนี้พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มและการเถียงคำไม่ตกฟากของเรนตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ริมฝีปากหยได้รูปขยับน้อยๆ คล้ายกำลังจะเอื้อnเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนสถานะของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล เรนกลั้นหายใจรอฟัง หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ทว่า... ในวินาทีที่สำคัญที่สุดนั้นเอง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต! คีรินหน้าตึงขึ้นในทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ขณะที่เรนรีบใช้จังหวะชุลมุนนี้ดันอกคีรินให้ออกห่างแล้วกระโดดถอยหลังไปตั้งหลักที่อีกมุมหนึ่งของโต๊ะ ประตูกว้างเปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวบางของรินรดาที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมั่นใจเต็มประดา มือถือแฟ้มเอกสารบางอย่างในมือ "คีรินคะ รินเอาเอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหม่มาให้... อุעם! ขอโทษค่ะ รินเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าคะเนี่ย" รินรดาแสร้งทำเป็นตกใจเมื่อเห็นสภาพของคีรินที่ยืนอยู่ชิดโต๊ะทำงานเกินความจำเป็น และเรนที่ยืนหายใจหอบอยู่ไม่ไกล แต่รอยยิ้มในแววตาของเกลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและรู้ทัน คีรินขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา "ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาห้องผม รินรดา" "รินเคาะประตูแล้วนะคะ แต่สงสัยพวกคุณจะ... กำลังคุยกันเพลินจนไม่ได้ยิน" รินรดากวาดสายตามองเรนด้วยหางตาก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้คู่หมั้นทางธุรกิจ "แต่ก็ดีแล้วค่ะที่รินมา เพราะมีเรื่องด่วนมากๆ ที่คุณต้องรู้ทันที... เรื่องที่คุณพ่อของคุณเพิ่งสั่งการลงมาเกี่ยวกับตัวเรนคนนี้ค่ะ" เรนชะงักไป ดวงตาเรียวรีหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของประธานใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล คีรินหันขวับกลับมามองรินรดา ทันทีที่ได้ยินประโยคถัดมาของเธอ หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "คุณพ่อต้องการให้เรนพ้นจากโปรเจกต์นี้ และ... ถูกเนรเทศออกจากบริษัทภายในคืนนี้ค่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดีลร้ายคุณชายสายดุ" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%