แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกกระทั้นลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองเสียงดังสนั่น สะท้อนก้องความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท คีรินยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างสูงสง่าในชุดสูททําเนียบเนี๊ยบไร้รอยยับแผ่รังสีความกดดันระดับสูงสุด ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองผู้ชายตัวเล็กกว่าที่ยืนไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ราวกับว่าเสียงปะทะเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงใบไม้ร่วงหล่น
"คุณกล้าดียังไงถึงแก้ตัวเลขในโปรเจกต์นี้ด้วยตัวเอง โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากผม" คีรินเปิดฉากด้วยน้ำเสียงต่ำทุบกระชากความอดทน สายตาคาดคั้นพยายามกดดันให้อีกฝ่ายก้มหัวสำนึกผิด
เรนชำเลืองมองแฟ้มเอกสารที่ถูกดี W กลับมาทางตนเองอย่างไม่แยแส ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ท้าทายและทรงพลังพอจะทำให้เส้นเลือดข้างขมับของคนเป็นประธานปูดโปนขึ้นมาได้
"ถ้าผมรอการอนุมัติจากคุณ คีริน... โปรเจกต์นี้คงกลายเป็นเศษกระดาษขาดวิ่นไปตั้งแต่วันจันทร์แล้วครับ" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทุกคำพูดเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความถือดีของอีกฝ่าย "ในฐานะที่ผมเป็นผู้รับผิดชอบหน้างาน ผมมีสิทธิ์ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อบริษัท มากกว่าจะมายืนรอฟังคำสั่งจากคนเอาแต่ใจตัวเองที่มองเห็นแค่ตัวเลขในกระดาษ"
"คุณว่าใครเอาแต่ใจ!" คีรินก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่ก้าวเพียงก้าวเดียวก็ลดระยะห่างระหว่างเขากับเรนจนแทบชิด แรงกดดันจากความเป็นผู้นำและอำนาจเบ็ดเสร็จพรั่งพรูออกมาข่มขวัญ "จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณไว้ เรน ที่นี่คืออาณาจักรของผม ทุกตัวอักษร ทุกตัวเลข และทุกการตัดสินใจ ต้องผ่านตาผมก่อนเสมอ ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับเด็กฝึกงานที่เพิ่งเรียนจบและเก่งแต่ปากแบบคุณ"
เรนไม่ถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว ดวงตากลมโตสบตากับคนตรงหน้าตรงๆ ไร้ความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่ลุกโชนอยู่ในนั้น
"ปากผมอาจจะเก่ง... แต่สมองผมทำงานเร็วกว่าอีโก้พองโตของคุณก็แล้วกันครับ" เรนย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "ถ้าคุณใช้เวลาเอาชนะความรู้สึกส่วนตัวแล้วหันมามองกราฟผลประกอบการจริงๆ คุณจะเห็นว่าสิ่งที่ผมแก้ ทำให้บริษัทประหยัดงบไปได้ตั้งหลายสิบล้าน หรือว่า... ศักดิ์ศรีจอมปลอมของคุณมันสำคัญกว่าผลกำไรของบริษัทกันแน่ครับ ท่านประธาน"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที คีรินชะงักไปชั่วขณะ
ลมหายใจอุ่นร้อนของประธานหนุ่มปะทะเข้ากับกรอบหน้าของคนอวดดี ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง นี่เป็นครั้งแรก... ครั้งแรกตั้งแต่เขาก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา ที่มีพนักงานใหม่กล้าย้อนเขากลับมาด้วยเหตุผลและคำพูดที่เจ็บแสบจนเขาหาข้อโต้แย้งไม่ได้ในทันที
ปกติแล้ว ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือพนักงานเก่าแก่ต่างก้มหน้าหลบสายตาและยอมรับคำบัญชาของเขาอย่างว่าง่าย แต่เรน... กลับยืนกอดอก เชิดหน้าสู้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและท้าทาย
หัวใจของคีรินกระตุกวูบอย่างประหลาด ความโกรธเกรี้ยวที่ควรจะพุ่งพล่านกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่อธิบายไม่ได้—ความรู้สึกหงุดหงิดที่ผสมปนเปไปกับความทึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ
"คุณกล้ามากนะเรน..." คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงก้มตัวลงต่ำจนใบหน้าอยู่ห่างจากคนตัวเล็กกว่าเพียงคืบ ลมหายใจร้อนรุ่มรดรินอยู่ใกล้ชิดจนเรนเริ่มรู้สึกถึงความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย "ที่กล้าต่อปากต่อคำกับผมแบบนี้ คิดว่าผมจะไล่คุณออกไม่ได้หรือไง"
"ถ้าคุณจะไล่ผมออกเพียงเพราะผมทำงานได้ดีกว่าที่คุณคิด และเพราะอีโก้ของคุณมันเปราะบางเสียจนรับความจริงไม่ได้ เชิญเลยครับ..." เรนกระตุกยิ้มมุมปาก ท้าทายกลับด้วยความถือดีไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตสบประสานนิ่งสนิท "แต่อย่าลืมประกาศให้บอร์ดบริหารรู้ด้วยล่ะครับ ว่าคุณไล่คนที่ช่วยกอบกู้โปรเจกต์หลักของบริษัทออก แค่เพราะเขาเถียงคุณชนะ"
คีรินนิ่งค้างไปสนิท
คำพูดของเรนราวดับธนูที่ปักเข้ากลางใจ ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองคนเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่ระอุร้อน เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ คีรินจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว—จากความเกรี้ยวกราด กลายเป็นความอยากจะสยบความพยศนั้นให้ราบคาบด้วยวิธีอื่นที่รุนแรงและใกล้ชิดกว่านี้
มือหนาของคีรินขยับยกขึ้น หมายจะคว้าจับคางอิ่มนั้นให้เงยขึ้นมารับบทลงโทษจากวาจาร้ายกาจ
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้สัมผัสผิวเนียน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยการบิดลูกบิดเปิดเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
"คีรินคะ รินมีเรื่องด่วน..."
เสียงหวานคุ้นเคยของรินรดาเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดแฟชั่นแบรนด์เนมก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเธอกลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อเเห็นประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังยืนโน้มตัวเข้าใกล้เรนในระยะประชิด ชนิดที่ว่าหากขยับอีกเพียงนิดเดียวริมฝีปากคงจะแตะโดนกันอยู่แล้ว
คีรินชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ขณะที่เรนเบนสายตาไปมองผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกโล่งอกปนรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะ
รินรดากวาดสายตามองทั้งสองคนสลับกันด้วยแววตาวาวโรจน์ ความริษยาและระแวงฉายชัดบนใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 4
ปากดี vs ปากจัด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!