"เซ็นชื่อซะ"
แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกวางลงบนโต๊ะกระจกหรูหราด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอจะเรียกสติของเรนให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางของคีรินดูจะกดทับลมหายใจของคนตัวเล็กกว่าให้ติดขัด แต่กระนั้น เรนก็ยังเชิดหน้าขึ้น แม้ปลายนิ้วที่กำชายเสื้อจะสั่นระริกอยู่บ้าง
"นี่มันอะไรครับ?" เรนถาม พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในหัวกำลังประมวลผลเรื่องราวเมื่อคืนที่กลายเป็นชนวนเหตุให้เขาต้องมานั่งเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายในร่างนักธุรกิจที่นี่
คีรินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองใบหน้าของเด็กจบใหม่ที่บังอาจเห็นในสิ่งที่เขา 'ไม่ควร' ให้ใครเห็น
"สัญญาจ้างงานในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว... และสัญญาจ้าง 'ปิดปาก' สำหรับเรื่องเมื่อคืน" คีรินพูดพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่น่ารำคาญใจ "ถ้าเธอเซ็น เงินในบัญชีจะเพิ่มขึ้นอีกหลายหลัก แต่ถ้าไม่... ฉันก็ไม่รับประกันว่าอนาคตการทำงานของคนไม่มีโปรไฟล์แบบเธอจะสดใสขนาดไหน"
เรนหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความขบขัน "คุณคีรินครับ ผมไม่รู้ว่าในโลกธุรกิจของคุณการใช้อำนาจกดขี่เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า แต่สำหรับผม ความถูกต้องไม่ใช่สิ่งที่เอามาขายกันได้ง่ายๆ แค่เพราะคุณกลัวความลับรั่วไหล"
"ความถูกต้อง?" คีรินเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน เขาโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเขากับเรนเหลือเพียงไม่กี่คืบ "ในโลกที่ฉันอยู่ ไม่มีที่ยืนให้คนโลกสวยหรอกเรน มีแต่ผู้ล่ากับผู้ถูกล่า... และคืนนั้นเธอก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือไงว่าใครคือผู้ล่า"
เรนชะงัก สายตาที่เขาสบกลับคีรินเต็มไปด้วยร่องรอยของความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้ ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้นผุดขึ้นมา... ภาพลักษณ์ของชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่เขามองเห็นในเงามืด มันต่างจากภาพประธานหนุ่มผู้แสนสมบูรณ์แบบที่ใครต่อใครพากันเทิดทูน
"ถ้าผมไม่เซ็นล่ะ" เรนท้าทาย
"เธอก็แค่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะหายไปจากวงการนี้ตั้งแต่วันนี้" คีรินหยิบปากกาด้ามหรูวางลงตรงหน้าอีกฝ่าย "เลือกเอา ระหว่างเป็นหมาจนตรอก หรือเป็นมือขวาของคนที่กุมอำนาจไว้ในมือ"
เรนมองปากกาด้ามนั้นราวกับมันเป็นอาวุธร้าย หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความสับสนและโมโหในเวลาเดียวกัน คนตรงหน้าเขาไม่ใช่แค่เผด็จการ แต่เป็นคนที่เข้าใจวิธีสร้างพันธนาการให้คนอื่นได้อย่างช่ำชองที่สุด
"คุณมันบ้า" เรนพึมพำ
"แล้วเธอล่ะ... ใจกล้าพอจะปฏิเสธไหม?" คีรินท้าทายกลับ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความว่างเปล่าชั่ววูบที่เรนไม่สามารถอ่านออกได้ว่ามันคือความอ้างว้างหรือความต้องการบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
เรนหยิบปากกาขึ้นมา เขาไม่ได้มองสัญญา แต่เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของคีริน พยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมคนที่มีทุกอย่างถึงต้องพยายามควบคุมทุกสิ่งรอบตัวขนาดนี้ บางที... ภายใต้เปลือกนอกที่ดุดันและปากร้าย เขาอาจจะเป็นแค่คนขี้เหงาที่พยายามสร้างกำแพงกั้นผู้คนออกไป
"ถ้าผมรับงานนี้ ผมไม่ได้ทำเพราะกลัวคุณหรอกนะ" เรนเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความหนักแน่น "ผมรับเพราะอยากจะเห็นเหมือนกันว่า... คุณจะเก่งได้นานแค่ไหน ก่อนที่จะล้มลงด้วยน้ำมือของตัวเอง"
คีรินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอ เป็นครั้งแรกที่เรนเห็นมุมที่ดูเป็นมนุษย์ของชายผู้นี้ "ปากดีนักนะ... ดี งั้นก็เริ่มงานตั้งแต่วินาทีนี้เลย"
คีรินเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเรนเบาๆ แต่สัมผัสนั้นกลับทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วร่างของทั้งคู่ เรนพยายามจะดึงมือออกแต่คีรินกลับกระชับมันไว้มั่น ก่อนจะดึงตัวเรนเข้ามาใกล้จนชิดกับขอบโต๊ะ
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นและบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งอย่างมีจังหวะ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
"คุณคีรินคะ รินมีเรื่องจะคุยด้วย... และดูเหมือนว่ารินจะมาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญอยู่หรือเปล่าคะ?"
ร่างระหงของรินรดาเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยยาพิษ ดวงตาคู่สวยตวัดมองเรนด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง มือที่ถือแฟ้มงานของคีรินยังคงกุมไว้แน่นจนเห็นเส้นเลือด เรนรีบสะบัดข้อมือออกทันทีพร้อมก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
คีรินไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ เขาเพียงแค่จัดปกเสื้อให้เข้าที่แล้วหันไปมองคู่หมั้นทางธุรกิจด้วยสายตาที่เย็นชากว่าเดิม "การที่เธอเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตแบบนี้ รินรดา... มันไม่ใช่มารยาทที่ฉันสอนเธอไว้"
"รินก็แค่เป็นห่วงค่ะ" เธอเว้นวรรคจ้องมองเรนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ คีรินด้วยสายตาที่กรีดลึก "เห็นคุณยุ่งอยู่กับพนักงาน 'ระดับล่าง' จนอาจจะลืมเรื่องที่คุยกันไว้เมื่อเช้า"
เรนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปทันที ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากคีรินทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหว รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ค่อยๆ วางแฟ้มของเธอทับลงบนสัญญาที่เรนเพิ่งจะเซ็นไปเมื่อครู่
"ดูเหมือนคุณจะมีเรื่องที่ต้องจัดการเยอะนะครับคุณคีริน" เรนกล่าวพยายามถอยฉากออกไป "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปเตรียมตัวทำงานก่อน"
"ใครบอกให้เธอไป?" คีรินเอ่ยแทรกด้วยเสียงเรียบดุจน้ำแข็ง "ในเมื่อเธอคือ 'ผู้ช่วยส่วนตัว' ของฉันแล้ว... เธอก็ต้องอยู่ฟังทุกอย่างที่รินรดาพูดด้วย"
เรนชะงักกึก หันกลับมามองคีรินที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านความหมาย ขณะที่รินรดากำลังยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ... หรือเธอกำลังจะเปิดเผยเรื่องที่เรนเองก็ยังไม่เคยรู้มาก่อน
"ได้ครับ... ถ้าคุณต้องการให้ผมอยู่" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะนิ่งสงบ แม้ในใจจะรู้ดีว่านับจากวินาทีนี้ไป เขาได้ก้าวเข้าสู่เกมที่เดิมพันด้วยความลับของคีรินอย่างเต็มตัวแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของเรนและคีรินนะครับ "นาโนบอทมาสเตอร์" จะตั้งใจรังสรรค์ทุกบรรทัดให้ถึงใจผู้อ่านทุกท่านครับ
ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!