ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 9

เมื่อประธานเริ่มเปลี่ยนไป

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวมัทฉะราคาแพงลอยละลิ่วอยู่กลางห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของอาคารคีรินทร์กรุ๊ป ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้รื่นรมย์ตามกลิ่นหอมนั้นเลยแม้แต่น้อย "เรายังคุยกันไม่จบเรื่องที่คุณรู้ความลับของผม... เตรียมตัวรับบทลงโทษได้เลยครับคนเก่ง" คำประกาศกร้าวที่ทิ้งไว้เมื่อคืนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเรนราวกับเสียงกระซิบข้างใบหู ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือเรียวถือแฟ้มเอกสารรายงานการประชุมโครงการใหม่แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นทั้งเจ้านายและ 'คู่กรณี' ที่กำลังนั่งไขว่ห้างเซ็นเอกสารด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้น คีรินในยามนี้ดูอันตรายและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรมนั้นไม่แม้แต่จะเงยขึ้นมามองผู้บุกรุกที่ยืนรอรับบทลงโทษมาเกือบสิบนาทีแล้ว "ถ้าท่านประธานจะให้ผมยืนเป็นหุ่นไล่กาประดับห้องไปจนถึงเที่ยง ผมเกรงว่างานออกแบบเฟสใหม่คงจะไม่เสร็จตามกำหนดนะครับ" เรนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงใสติดจะประชดประชันเล็กน้อยตามนิสัยที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ คีรินชะงักปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือ ดวงคมกริบสีเข้มเงยขึ้นสบตา ชายหนุ่มมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาคนมองใจกระตุกวูบ "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... สมกับที่เป็นคนแอบรื้อค้นลิ้นชักความลับของผมดีนี่ครับ" คีรินวางปากกาลงช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดร่างโปร่งทีละน้อยจนเรนต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกใสที่มองเห็นวิวเมืองหลวงเบื้องล่าง เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของอีกฝ่ายโชยเข้าจมูกจนแทบขาดสติ "ทะ... ท่านประธานจะทำอะไรครับ ถอยไปเลยนะ" "กลัวเหรอครับ?" คีรินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมปลาบนั้นสำรวจใบเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความพึงพอใจ "เมื่อวานยังทำตัวเป็นนักสืบใจกล้าอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ หืม... คุณเรน" "ผมไม่ได้กลัว แค่... ถอยไปให้ห่างจากพื้นที่ส่วนตัวของผมก็พอครับ" เรนเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวระรัวเหมือนกลองเพล แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่กักตัวเขาไว้ทำให้ความนิ่งสงบเมื่อครู่กระเจิงไปหมด คีรินไม่ยอมถอย แต่สิ่งที่ทำกลับเหนือความคาดหมาย นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตตัวเองออกอย่างไร้ความเกรงใจ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเรนที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ "ทำอะไรของคุณน่ะ!" เรนร้องเสียงหลง มือเล็กพยายามจะดันอกแกร่งออก แต่กลับถูกมือใหญ่ว้าจับข้อมือทั้งสองข้างรวบขึ้นไปเหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย "บทลงโทษของคนรู้มาก... คือการต้องมานั่งเคลียร์เอกสารกองนี้ทั้งหมดแทนผม ในฐานะที่คุณทำตัวเป็นสายลับจำเป็นไงครับ" คีรินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ "และข้อหาที่คุณต่อปากต่อคำเมื่อกี้... คุณต้องดื่มชานมไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ผมสั่งมาให้หมดแก้วด้วย ห้ามเหลือแม้แต่เม็ดเดียว" เรนกะพริบตาปริบๆ สมองที่ประมวลผลเรื่องความเครียดและดราม่ามาทั้งคืนแทบจะช็อตไปชั่วขณะ "ห๊ะ? ชานมไข่มุก... หวานร้อยเปอร์เซ็นต์?" "ใช่ครับ" คีรินปล่อยข้อมือของเรนเป็นอิสระ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ทำงานตามเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ผมรู้ว่าคุณชอบแอบกินของหวานตอนดึกๆ แล้วก็บ่นว่าน้ำหนักขึ้น แต่วันนี้... คุณต้องกินต่อหน้าผมให้หมด แก้วนั้นอยู่บนโซฟาโน่นครับ" เรนยืนอ้าปากค้าง มองเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านที่พลิกบทบาทจากซาตานทวงหนี้มาเป็น... คนสั่งชานมไข่มุกดักทางเขาได้อย่างหน้าตาเฉย ความห่วงใยแบบแปลกประหลาดที่แฝงมากับความเผด็จการนี้คืออะไรกันแน่? "ผมไม่กินครับ ผมกำลังลดน้ำหนักอยู่" เรนสะบัดหน้าหนี พยายามกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา "ถ้าคุณไม่กินภายในห้ามนทีนี้... ผมจะหักเงินเดือนคุณครึ่งหนึ่งข้อหาขัดคำสั่งผู้บริหาร และถ้ายังดื้อ... ผมคงต้องใช้วิธี 'ป้อน' ให้คุณกินด้วยวิธีของผมเอง" คีรินพูดหน้าตาเฉยพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา "เริ่มนับหนึ่งล่ะนะครับ" "คุณมัน... เผด็จการที่สุด!" เรนกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจ แต่ก็จำใจต้องเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังไปหยิบแก้วชานมไข่มุกบนโซฟามาถือไว้ด้วยความจำยอม คีรินมองตามหลังร่างบางที่กำลังฮึดฮัดดูดชานมเข้าปากด้วยสีหน้าขัดใจ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของประธานหนุ่มถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึมอย่างมิดชิด ความอ้างว้างที่เกาะกินหัวใจเขามานานนับปี ดูเหมือนจะเริ่มมีรอยร้าวจากความสดใสและดื้อรั้นของคนตรงหน้าทีละน้อย ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศชวนอมยิ้มในห้องทำงาน ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างเพรียวระหงในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงของ 'รินรดา' ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่ไปไม่ถึงดวงตา "คีรินคะ รินเอาเอกสารโครงการรีสอร์ทมาให้เซ็น... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ รินรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณกับเด็กฝึกงานคนนี้หรือเปล่าคะเนี่ย" รินรดาชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นเรนยืนถือแก้วชานมอยู่ใกล้กับโต๊ะทำงาน สายตาคมปลาบกวาดมองทั้งคู่ด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่ปิดไม่มิด คีรินขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโดยพลัน "คุณเข้ามาทำไมโดยไม่เคาะขออนุญาตก่อนครับ รินรดา" เรนที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิในห้องที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว เขาวางแก้วชานมลงบนโต๊ะเตรียมจะขอตัวถอยฉากออกไปเพื่อเปิดทางให้คู่หมั้นทางธุรกิจได้คุยกันตามลำพอง ทว่า... ก่อนที่เรนจะได้ก้าวเท้าเดิน รินรดาคليพพุ่งสายตาคมกริบมาที่เขา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม "ไม่ต้องรีบไปไหนหريكคะ คุณเรน... พอดีว่ารินมีเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับ 'ความลับ' ของคุณเรนที่จะทำให้ท่านประธานหูตาสว่าง มาเล่าให้ฟังพอดีเลยค่ะ" รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองเรนด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะหันไปสบตากับคีรินด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ "คุณรู้ไหมคะว่าเด็กคนนี้ไม่ได้เข้ามาทำงานในบริษัทเราด้วยความบังเอิญ... แต่เขาจงใจเข้ามาเพื่อสืบเรื่อง 'อุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน' ที่ทำให้ครอบครัวคุณต้องพังพินาศต่างหากล่ะคะ!" สิ้นคำพูดนั้น อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เรนหน้าถอดสี หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ส่วนคีรินชะงักค้าง ดวงตาสีเข้มหันขวับกลับมามองหน้าเรนด้วยประกายตาดุดันที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เรนเคยเห็นมา! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังเดือดพล่านนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%