“ถอยไป”
เสียงของเรนสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยแรงขับดันที่พยายามกั้นกำแพงใจเอาไว้ ในขณะที่คีรินยังคงจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ราวกับพายุที่สงบนิ่งก่อนจะโหมกระหน่ำ มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมมาคว้าข้อมือของเรนไว้แน่น ไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มั่นคงจนไม่อาจขัดขืน
“ตอบผมมาสิเรน... ที่ผ่านมาน่ะ มันคือความแค้นที่เธออยากเอาคืนผม หรือเธอแค่หาข้ออ้างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ผมกันแน่?”
น้ำเสียงของคีรินทุ้มต่ำ มันไม่ใช่น้ำเสียงของประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลที่ใครๆ ต่างเกรงกลัว แต่มันคือเสียงของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังโหยหาคำตอบที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
เรนแค่นยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่ดวงตาร้อนผ่าว “คุณคีรินครับ... คนเรามักจะเข้าใจว่าตัวเองกำลังทำอะไร แต่พอเอาเข้าจริง เราก็แค่ทำตามสัญชาตญาณที่มันตะโกนบอกในหัว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันคือการ ‘แก้แค้น’ ให้กับความภูมิใจที่ถูกคุณเหยียบย่ำ หรือมันคือการ ‘เรียกร้อง’ ให้คนใจร้ายอย่างคุณหันมามองผมบ้าง”
คีรินนิ่งค้างไป ประโยคนั้นเหมือนหมัดฮุกที่ต่อยเข้ากลางใจ ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานหรูหราจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของกันและกัน รอยร้าวในสัญญาที่เคยตกลงกันไว้ว่าจะเป็นเพียง ‘คู่ขาทางธุรกิจ’ กำลังแตกสลายลงอย่างช้าๆ
ชายหนุ่มค่อยๆ คลายมือออก แล้วเปลี่ยนเป็นใช้นิ้วโป้งลูบไล้ไปตามแนวขากรรไกรของเรนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ต่างไปจากทุกที มันเต็มไปด้วยความสับสนและอ่อนโยนจนน่าใจหาย
“ถ้ามันเป็นอย่างหลัง...” คีรินเว้นจังหวะ สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อน “เธอก็ทำสำเร็จตั้งนานแล้ว”
เรนกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เขาพยายามจะเบี่ยงหน้าหนี แต่คีรินกลับกระชับมือที่ประคองใบหน้าเขาไว้ให้มั่นคงกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความร้อนรุ่มที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
“คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ครับ” เรนถามเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด “คุณมีรินรดาอยู่แล้ว เธอคือคนที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ คนที่คุณควรจะสร้างอนาคตด้วย... ไม่ใช่คนอย่างผม”
คีรินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ดูสมเพชตัวเอง “รินรดาคือความเหมาะสม... แต่เธอน่ะ คือสิ่งที่ผม ‘ต้องการ’ และผมเพิ่งตระหนักได้ว่า พักหลังมานี้ผมเริ่มเกลียดรอยยิ้มปลอมๆ ของคนอื่น แต่กลับบ้าคลั่งทุกครั้งที่เห็นเธอทำหน้ามุ่ยใส่ผม”
เรนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง คำสารภาพที่ดูไม่เป็นภาษานี้คืออะไรกันแน่? มันคือความรัก หรือแค่ความหลงใหลในความดื้อรั้นของเขา? ก่อนที่เรนจะได้ทันเอ่ยถามอะไรต่อ ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทอยู่ก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้มีการเคาะบอกล่วงหน้า
“คีรินคะ! เลขาบอกว่าคุณติดประชุม แต่ทำไมถึง...”
รินรดาชะงักกึก ภาพเบื้องหน้าทำให้เธอนิ่งค้างไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดมองคีรินที่ยืนประชิดตัวเรนด้วยท่าทีที่ใครเห็นก็ต้องตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เธอเห็นประกายไฟในตาของคีริน และความสับสนในแววตาของเรน
คีรินไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับดึงเรนให้มายืนอยู่ข้างหลังตนเองแทน เป็นการประกาศอาณาเขตที่ชัดเจนที่สุดโดยไม่ต้องใช้คำพูดแม้แต่คำเดียว
“ริน... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เคาะประตู” คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยความเย็นชาที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าเสีย
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอเปลี่ยนสีหน้าจากตกใจเป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ “ขอโทษด้วยค่ะ พอดีรินมีเรื่องสำคัญจะคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่... ดูเหมือนว่าวันนี้รินจะมาผิดเวลาจริงๆ ด้วยนะคะ”
เธอกวาดสายตามองเรนด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหันหลังกลับ แต่ก่อนที่จะก้าวพ้นประตู เธอก็หยุดกะทันหันแล้วหันกลับมาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ
“คีรินคะ อย่าลืมนะคะว่างานเลี้ยงการกุศลคืนพรุ่งนี้ ใครคือคู่ควงของคุณ... ถ้าไม่อยากให้หุ้นของบริษัทสั่นคลอนเพราะข่าวลือเสียหาย ก็ทำตัวให้สมกับตำแหน่งประธานหน่อยนะคะ”
บานประตูไม้บานใหญ่ปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง คีรินพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันมามองเรนที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
“เรน... ฟังผมนะ”
เรนเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แววตาของเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีก มีเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม “คุณคีรินครับ... คำตอบของผมคือ ‘ผมไม่เคยแค้นคุณ’ และนั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผม”
ก่อนที่คีรินจะทันได้คว้าตัวเขาไว้ เรนก็หมุนตัวเดินตรงไปที่ประตู แรงผลักจากด้านนอกทำให้ประตูเปิดอ้าออกอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่รินรดา แต่เป็นชายหนุ่มชุดดำท่าทางคุ้นตาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ
“คุณคีรินครับ... ผมว่าคุณต้องดูเอกสารชิ้นนี้ด่วนที่สุดครับ ข้อมูลรั่วไหลจากระบบรักษาความปลอดภัย... และมันมีชื่อของ ‘คุณเรน’ อยู่ในรายการผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง”
เรนชะงักกึก หันกลับมามองใบหน้าของคีรินที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างที่สุด ในขณะที่รอยร้าวในสัญญาที่เกือบจะประสานกันได้ เริ่มขยายตัวออกจนกว้างกว่าเดิม... จนยากจะเยียวยา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวครั้งใหม่นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 10
รอยร้าวในสัญญา
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!