"ถ้าคุณยังก้าวถอยหลังอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังหนีความจริง... และคนอย่างคีรินไม่ชอบผู้แพ้ที่วิ่งหนีปัญหาครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดใส่กระจกหน้าต่างของรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นกลางหุบเขา บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เมื่อพายุฤดูร้อนโหมกระหน่ำจนเสาไฟฟ้าหลักของอำเภอโค่นล้ม ทำให้ไฟฟ้าทั้งรีสอร์ทดับสนิท เหลือเพียงแสงเทียนสีส้มสั่นไหวที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของคนทั้งคู่
เรนชะงักกึก หันกลับมามองใบหน้าของคีรินที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างที่สุด ในขณะที่รอยร้าวในสัญญาที่เกือบจะประสานกันได้ เริ่มขยายตัวออกจนกว้างกว่าเดิม... จนยากจะเยียวยา
"ผมไม่ได้หนีครับคุณคีริน" เรนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "ผมแค่ถอยออกมาเพื่อรักษาระยะห่าง... ระยะที่ปลอดภัยจากคนเอาแต่ใจตัวเองอย่างคุณต่างหาก"
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยจนเรนต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับผนังห้องเย็นเฉียบ ประตูห้องพักถูกล็อกสนิทจากด้านใน พื้นที่แคบๆ นี้บีบให้รัศมีห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"ระยะที่ปลอดภัยงั้นเหรอ?" คีรินโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ห่างจากปลายจมูกของอีกฝ่ายเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของเรน "แล้วคุณคิดว่าตัวเองปลอดภัยจริง ๆ หรือเปล่าล่ะ... เรน"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงฝนที่ตกหนักด้านนอกราวกับเป็นฉากกั้นโลกทั้งใบให้อยู่ข้างนอก ในขณะที่ข้างในนี้มีเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่คอยดึงรั้งเขาทั้งสองไว้ด้วยกัน คีรินมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเรน สายตาของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง มันไม่ใช่แววตาของผู้บริหารที่กำลังเจรจาธุรกิจ แต่มันคือสายตาของ "ผู้ล่า" ที่กำลังจ้องมองเหยื่อตัวแสบที่พยศจนน่าจับมาลงทัณฑ์ให้เข็ดหลาบ
"เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักทีครับ" เรนเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่กลับถูกปลายนิ้วอุ่นจัดของคีรินเชยคางขึ้นบังคับให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
"สายตาแบบไหนล่ะ?" คีรินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนทำให้ขนลุกซู่ "สายตาที่อยากจะกลืนกินคุณเข้าไปทั้งตัว... หรือสายตาที่กำลังโกรธที่คุณทำตัวดื้อด้านใส่ผมตลอดเวลา"
"คุณคีริน! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยครับ เรามาดูงานนะ ไม่ได้มา..."
"งานอะไรล่ะในเมื่อเอกสารสัญญาบ้าๆ นั่นมันฉีกขาดไม่เป็นชิ้น ริบหรี่ไปพร้อมกับไฟที่ดับลงแล้ว" คีรินขัดขึ้น น้ำเสียงจริงจังขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่แดงก่ำด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยความเขินอายที่เจ้าตัวไม่ยอมรับ) "คุณตั้งใจรื้อเรื่องนั้นขึ้นมาเองนะ เรน เรื่องที่รินรดาพยายามยัดเยียดให้เราจบความสัมพันธ์ทางธุรกิจ... ทำไม? กลัวว่าถ้าสัญญานี้ขาดสะบั้นลงจริงๆ แล้วคุณจะต้อง "ออกไป" จากชีวิตผมอย่างถาวรหรือไง"
เรนเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ คำพูดแทงใจดำนั้นเหมือนถูกเข็มเล่มเล็กๆ มาสะกิดต่อมความรู้สึกที่พยายามกดทับไว้ แต่วินาทีนี้ความอวดดีมีมากกว่าความอ่อนแอ เรนจึงยิ้มเยาะที่มุมปาก สวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นไม่แพ้กัน
"หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะครับ ประธานคีริน... ใครจะไปอยากอยู่ในชีวิตผู้ชายเผด็จการ ปากร้าย และไม่มีเหตุผลอย่างคุณกันล่ะครับ? ถ้าไม่มีเรื่องสัญญาค้ำคออยู่ ผมคงบินหนีไปต่างประเทศตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าต้องมาทำงานร่วมกับคุณแล้ว!"
สิ้นคำพูดนั้น แววตาของคีรินก็วับวายขึ้นมาอย่างน่ากลัว ความโกรธระลอกใหม่พุ่งพล่านขึ้นในอก แต่มันกลับเจือปนไปด้วยความเจ็บแปลกประหลาดที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ มือหนาที่เชยคางอยู่เปลี่ยนเป็นเลื่อนมาโอบเอวบางไว้แน่น รั้งเข้าหาตัวจนแนบชิด ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของอีกฝ่ายให้จมหายไปกับอกแกร่ง
"ปากดีนักนะ..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปาก ระยะห่างเหลือเพียงศูนย์เซนติเมตร "ถ้าปากเก่งนัก... ก็ลองพูดคำเดิมใส่หน้าผมอีกทีซิ ถ้ารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ทำไมมือถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะ เรน"
เรนสะดุ้งวาบ ก้มมองมือตัวเองที่เผลอไปกำชายเสื้อเชิ้ตของคีรินไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีด้วยความจำนนต่อหลักฐาน
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน และริมฝีปากของคีรินกำลังโน้มต่ำลงมาหาเป้าหมายเพื่อปิดกั้นคำเถียงทั้งหมดด้วยการกระทำอันเอาแต่ใจ...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากด้านนอกที่ทำให้โลกสีชมพูเจือความดราม่าพังทลายลงในพริบตา
"คุณคีรินคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ พอดีฉันให้คนซ่อมเครื่องปั่นไฟสำรองเสร็จแล้ว ไฟมาแล้วนะคะ เปิดประตูให้รินหน่อยค่ะ!"
เสียงของ "รินรดา" ดังทะลุความเงียบเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังพยายามหมุนเปิดเข้ามาจากด้านนอกอย่างถือวิสาสะ!
คีรินชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและหงุดหงิดสุดขีดในเสี้ยววินาที ในขณะที่เรนผลักอกแกร่งออกสุดแรงด้วยความตกใจ พร้อมกับลมหายใจที่หอบกระชั้น
และก่อนที่รินรดาจะดันประตูเข้ามาเห็นสภาพล่อแหลมของคนทั้งคู่ คีรินก็คว้าข้อมือเรนไว้แน่น ดวงตาคมกริบส่งประกายดุดันระคนท้าทายเป็ฯครั้งสุดท้ายก่อนกระซิบเสียงลอดไรฟัน
"เกมนี้ยังไม่จบ... และจำไว้ ว่าผมไม่มีทางปล่อยให้คุณหลุดมือไปไหนทั้งนั้น"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของคีรินและเรนนะครับ!
ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 11
ทริปดูงานที่ไม่ได้มีแค่เรื่องงาน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!