ซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของคีรินถูกวางกระแทkลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *'ปัง'* จนแก้วค็อกเทลทรงสูงสั่นสะเทือน ของเหลวสีอำพันกระฉอดยอดออกมาเล็กน้อย ทว่าเจ้าของร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มกลับไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้ชายแปลกหน้าในชุดสูทขาวที่ยืนประชิดตัวเรนอยู่ก่อนแล้วด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"ขอโทษนะครับ... ตรงนี้เขามีเจ้าของแล้ว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระAเบิดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของคีรินทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาทักทาย ชายหนุ่มขยับก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างเรนกับหนุ่มรุ่นพี่จากแผนกการตลาดที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักอย่างถือวิสาสะ สายตาของประธานหนุ่มวัยสาม十จ้องเขม็งไปยังคู่สนทนาของนายเอกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เรนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจที่เพิ่งจะเต้นผิดจังหวะจากปมปัญหาเรื่องรินรดาเมื่อครู่ กลับต้องมาสะดุดกึกอีกรอบกับการปรากฏตัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของ ‘เจ้าหนี้’ ปากเสียคนนี้ ร่างบางเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย พลางส่งสายตาไม่สบอารมณ์กลับไปทันทีตามสัญชาตญาณความปากเก่งที่ไม่เคยยอมใคร
"คุณคีริน... นี่คุณพูดจาอะไรไม่เกรงใจชาวบ้านเขาเลยนะครับ ผมคุยธุระอยู่กับรุ่นพี่เขาดีๆ" เรนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันเล็กน้อยตามฟอร์ม "แล้วนี่คุณโผล่มาทำไมไม่ทราบ? หรือว่างานเลี้ยงต้อนรับของบริษัทผม มันไม่มีที่จอดรถวีไอพีจนต้องมาลงที่ผมแทน?"
"หุบปากไปก่อนเลยเรน" คีรินหันขวับมาตอกกลับทันที สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นนูนเป็นสัน เมฆหมอกแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธมาตลอดทางกำลังพวยพุ่งทะลักออกมาทางสีหน้าและแววตา "ผมอุตส่าห์รีบเคลียร์งานแล้วถ่อสังขารมาที่นี่ เพื่อจะมาเห็นคุณยืนทำตาหวานให้ไอ้หน้าอ่อนนี่งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
หนุ่มรุ่นฝ่ายการตลาดหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อเจอรัศมีกดดันระดับร้อยแรงม้าของท่านประธานใหญ่ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์เบื้องลึกเบื้องหลังคืออะไร แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกชัดเจนว่าควรเผ่นก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็นศพแรกของงาน
"เอ่อ... งั้นผมขอตัวก่อนนะครับน้องเรน ไว้ค่อยคุยกันใหม่เรื่องโปรเจกต์" ชายหนุ่มรีบโค้งตัวแล้วเดินจ้ำอ้าวหายลับไปกับฝูงชนในห้องจัดเลี้ยงทันที
เรนมองตามหลังรุ่นพี่คนนั้นแล้วหันขวับกลับมามองต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียหน้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม มือบางยกขึ้นกอดอกแน่น ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องเต็มพิกัด
"คุณไล่เขาไปทำไมวะครับ! คนกำลังคุยกันเรื่องงานอยู่แท้ๆ ประธานบริษัทนี้นิสัยเสียมารยาทแบบนี้ทุกคนเลยหรือไง?"
"ใช่! เฉพาะกับคนที่มายุ่งกับ 'ของของผม' คนเดียวเท่านั้นแหละ" คีรินสวนกลับเสียงกร้าว ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยความแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเรนจนแผ่นหลังบางเกือบจะติดกับขอบโต๊ะบาร์ด้านหลัง "คุณนี่มันดื้อด้านเป็นบ้าเลยนะเรน บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปยิ้มเรี่ยราดให้ใครใส่ หน้าตาตัวเองก็รู้ว่ามันอันตรายต่อหัวใจคนอื่นขนาดไหน ทำไม? ชอบนักหรือไงที่มีผู้ชายมารุมล้อมเอาอกเอาใจ?"
เรนรู้สึกเหมือนเลือดในกายพุ่งขึ้นมาตีรวนที่ใบหน้า ร้อนผ่าวจนต้องเบือนหน้าหนีสายตาเร่าร้อนที่จ้องมองมา คลื่นความรู้สึกแปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมาในอกอีกครั้ง—นี่มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความปั่นป่วนที่เกิดจากคำว่า *'ของของผม'* ที่อีกฝ่ายพ่นออกมาหน้าตาเฉย!
"พูดจาบ้าอะไรของคุณเนี่ย ใครไปยิ้มเรี่ยราดให้ใครไม่ทราบ! แล้วอีกอย่าง... ผมจะเป็นของใคร มันก็เรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย ปล่อยเลยนะ! คนมองกันทั้งงานแล้ว!" เรนพยายามดันแผงอกกว้างที่กั้นขวางทางหนีไว้ออก แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของนักศึกษาจบใหม่จะสู้แรงของประธานหนุ่มสายเผด็จการคนนี้ได้
"ไม่ปล่อย!" คีรินตอบเสียงแข็ง มือหนาคว้าข้อมือบางข้างที่พยายามผลักไสเขาไว้รวบเดียวแล้วกดแนบไว้ข้างลำตัว ระยะห่างระหว่างกันตอนนี้แทบจะไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนเรนต้องกลั้นหายใจ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากเสียงเพลงและผู้คนในงาน สัมผัสจากมืออุ่นจัดที่กุมข้อมือเขาไว้ส่งกระแสความร้อนวูบวาบวิ่งพล่านไปทั่วร่าง คีรินก้มมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ความดุดันเมื่อครู่เจือจางลง เหลือเพียงประกายความเว้าวอนและหวงก้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฟอร์มจัด
"คุณมันเผด็จการ... เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง" เรนพึมพำเสียงเบาลงอย่างคนจนมุม ความเก่งกาจที่เคยมีเริ่มระเหิดหายไปเมื่อเจอสายตาคู่นี้รุกไล่
"รู้ตัวก็ดี..." คีรินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นอ่อนลงจนคนฟังใจสั่นสะท้าน "และจำใส่สมองเอาไว้ด้วยว่า... อย่าคิดไปอ่อยใครที่ไหนอีก ไม่อย่างนั้นผมจะจูบคุณกลางงานนี่แหละ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย"
คำขู่หน้าไม่อายทำเอาเรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยกมืออีกข้างขึ้นปิดปากตัวเองอัตโนมัติ ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความเขินอายตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก ได้แต่ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนฉวยโอกาสที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยเคมีคู่กัดที่ทั้งหวานทั้งแสบ ร่างเพรียวระหงของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังของคีรินเสียก่อน น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นเอ่ยแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
"อ้าว... คุณคีรินอยู่ที่นี่เองเหรอคะ รินตามหาตั้งนาน... แล้วนี่... กำลังคุยอะไรรierๆ กับน้องเรนอยู่เหรอคะ ดูท่าทางสนิทสนมกันดีจัง"
รินรดายืนส่งยิ้มหวานหยดมาให้ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษ สายตาคู่สวยกวาดมองข้อมือของเรนที่ยังอยู่ในอุ้งมือของคีรินด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
คีรินถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความรำคาญใจอย่างที่สุด เขายังไม่ทันได้หันกลับไปตอบคู่หมั้นทางธุรกิจตัวแสบ เรนอาศัยจังหวะชุลมุนนี้สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุม แล้วถอยหลังกรูดออกห่างจากร่างสูงทันทีด้วยความกระอักกระอ่วน
"ถ้าคุณมีธุระกับคู่หมั้นของคุณ... ก็เชิญตามสบายเลยนะครับ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน!"
เรนทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีสถานการณ์สามเส้าอันน่าปวดหัวนี้ไปทันที ทิ้งให้คีรินยืนหน้าตึงด้วยความหงุดหงิดที่เหยื่อของเขากำลังบินหนีไปต่อหน้าต่อตา
ชายหนุ่มหันกลับมามองรินรดาด้วยแววตาเย็นชาไร้เยื่อใย ร่างสูงเตรียมจะเอבปากไล่ผู้หญิงน่ารำคาญคนนี้ให้ออกไปให้พ้นทาง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนใดๆ ออกมา รินรดากกลับยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย พร้อมกับยื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดค้างไว้มาตรงหน้าเขา
"รินว่าคุณควรดูนี่ก่อนดีกว่านะคะ คุณคีริน... ภาพลับหลุดว่อนเน็ตของเด็กที่คุณกำลังตามตามตื้ออยู่คนนี้ กำลังจะทำให้บริษัทของคุณพังพินาศในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้านี้แล้วล่ะค่ะ!"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความสนุกมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 7
หวงก้างแบบซึนเดเระ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!