หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานสว่างวาบขึ้นในความเงียบงัน พร้อมกับชื่อ "ชayapol" ที่ปรากฏหราพร้อมข้อความสั้นๆ แต่มีอานุภาพทำลายล้างสูงพอกลบเกลื่อนบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ให้พังครืนลงในพริบตา
คีรินชะงักกรามขบเข้าหากันจนสันนูน ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเยียบเย็นเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความระอุที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เรนเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบนั้นโดยบังเอิญ ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เจ้าตัวแสบแห่งทีมเลขาฯ ปิดท้ายด้วยการยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะหยันเล็กน้อยตามสไตล์คนปากเก่งที่ไม่เคยกลัวตาย
"ดูท่าทางคู่หมั้นของคุณจะไม่ได้อยากให้คุณอยู่เคลียร์งานกับผมตามลำพังซะแล้วล่ะครับท่านประธาน" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความกวนประสาทไว้อย่างแนบเนียน "รีบไปตอบเถอะครับ เดี๋ยวคุณชายชาญยุทธเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าคุณกำลังทำมิดีมิร้ายลูกน้องตาดำๆ อย่างผมอยู่... ซึ่งเอาจริงๆ เขาก็คงคิดแบบนั้นอยู่แล้ว"
"หุบปากไปเลยนะเรน" คีรินตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ดวงตาดุจพญาราชสีห์ตวัดกลับมามองร่างโปร่งที่ทำลอยชายอยู่ตรงหน้า "นายคิดว่าตัวเองฉลาดมากนักใช่ไหมที่พูดจายั่วโมโหฉันแบบนี้"
"ผมไม่ได้ยั่วโมโหครับ ผมพูดความจริง" เรนเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งในระยะประชิด "แต่ถ้าคุณคีรินรู้สึกว่ามันคือการยั่ว... งั้นผมคงต้องทบทวนวิชาชีพใหม่แล้วล่ะครับว่าควรเปลี่ยนไปสมัครเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสดีไหม เพราะดูท่าทางคุณจะอารมณ์ขึ้นง่ายเหลือเกินช่วงนี้"
ให้ตายเถอะ เด็กนี่มันรั้นจนน่าจับตีให้ลายจริงๆ!
คีรินกัดฟันกรอด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเรนเอาไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ได้จะทำร้าย แต่มันคือปฏิกิริยาของคนหงุดหงิดที่ต้องการหาที่ยึดเหนี่ยว "ปากดีแบบนี้ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะเรน งานเลี้ยงบริษัทคืนนี้... นายไม่รอดแน่"
"อ้าว พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงครับ ขู่ผมเหรอ" เรนขมวดคิ้วมุ่น พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมแต่ไม่เป็นผล "ผมเป็นพนักงานสุภาพนะครับ ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎบริษัท ทำไมผมต้องไม่รอดด้วย"
"เพราะฉันนี่แหละที่จะเป็นคนจัดการนายเอง" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนเรนต้องผับตาหนีด้วยความประหม่า น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เตรียมตัวรับมือให้ดี งานเลี้ยงคืนนี้... นายต้องอยู่ใกล้ฉันตลอดเวลา ห้ามเดินหนี ห้ามคุยกับคนอื่น และที่สำคัญ... ห้ามทำหน้ายั่วโมโหแบบนี้ใส่ใครเด็ดขาดเข้าใจไหม!"
พูดจบ คีรินก็สะบัดมือออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแล้วเดินกระแทកเท้าออกจากห้องทำงานไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้เรนยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่เบื้องหลังกับความมึนงงที่ก่อตัวขึ้นในอก
*อะไรของเขาเนี่ย? สั่งอะไรเอาแต่ใจเป็นบ้า!*
***
แสงไฟนีออนสลัวสีอำพันภายในห้องจัดเลี้ยงส่วนล่างของโรงแรมหรูระดับห้าดาวสะท้อนระยิบระยับกับแก้วคริสตัลในมือ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวerาะเคล้าเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ พนักงานนับร้อยชีวิตต่างแต่งกายด้วยชุดสูทและชุดราตรีสไตล์กึ่งทางการเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของไตรมาสที่ผ่านมา
ทว่า... สำหรับเรนแล้ว งานเลี้ยงนี้ไม่ต่างอะไรจากสนามรบย่อมๆ
ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนยืนพิงเสาอยู่มุมหนึ่งของห้อง พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับผนังมากที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของใครบางคนที่คอยกวาดตามองหาเขาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้างานมา
"นี่ เรน ทำไมมายืนหลบอยู่ตรงนี้ล่ะ นายควรจะไปหาอะไรกินนะ อาหารฝั่งโน้นอร่อยมากเลยรู้ไหม" เสียงสดใสของเพื่อนร่วมรุ่นดังขึ้น พร้อมกับที่เพื่อนสาวเข้ามาสะกิดเบาๆ
"ฉันยังไม่หิวหรอกครับแก้ว ไปกินก่อนเลย เดี๋ยวฉันขอสูดอากาศแป๊บ" เรนส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนร่วมงาน
"ระวังเถอะ ยืนหลบมุมแบบนี้ เดี๋ยวก็โดนท่านประธานเรียกตัวไปเฉ่งข้อหาไม่ร่วมกิจกรรมหรอก วันนี้ท่านประธานดุเป็นพิเศษเลยนะ ยืนหน้ายักษ์ตั้งแต่เปิดงานจนป่านนี้ยังไม่เห็นยิ้มให้ใครสักคน" แก้วกระซิบกระซาบด้วยความหวาดหวั่น
เรนหัวเราะในลำคอเบาๆ "ดุเป็นปกติอยู่แล้วมั้งแก้ว คนอะไรเกิดมาพร้อมฮอร์โมนความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน"
"นินทาอะไรฉันอยู่หรือเปล่า เรน"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาเรนสะดุ้งสุดตัว ขนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง แก้วเพื่อนร่วมงานรีบโค้งศีรษะทำความเคารพแทบไม่ทันก่อนจะรีบปลีกตัวหนีหายไปอย่างรวดเร็วราวกับเห็นผี ทิ้งให้เรนต้องเผชิญหน้ากับประธานหนุ่มจอมเผด็จการตามลำพัง
เรนค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ปั้นหน้ายิ้มแย้มแบบพนักงานดีเด่น "อ้าว ท่านประธาน... มายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย ลมเพลมพัดอะไรถึงพามาแถวนี้ล่ะครับ"
คีรินในชุดสูทสีดำสนิทไร้ที่ติ ทรงผมเซ็ตเปิดหน้าผากยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาราวกับพระเอกภาพยนตร์ ดวงตาสีเข้มกวาดมองสำรวจเรือนร่างโปร่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตากลืนกินที่ทำเอาเรนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ฉันเดินตามหากลุ่มคนที่ชอบฝ่าฝืนคำสั่งต่างหากล่ะ" คีรินก้าวเข้าไปใกล้เรนอีกก้าว จนเรนต้องขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "ฉันบอกนายว่ายังไงหืมน, เรน? ฉันบอกว่าห้ามเดินหนี ห้ามไปยืนหลบมุมไม่ใช่เหรอ"
"ผมไม่ได้หลบมุมสักหน่อย ผมแค่... มาพักผ่อนสายตาจากการมองหน้าคุณต่างหาก" เรนสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อวงแขนแกร่งยกขึ้นกักตัวเขาไว้กับผนังด้วยการท้าวแขนทั้งสองข้าง
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยมาปะทะจมูก "อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าฉันจูบปิดปากนายตรงนี้ พนักงานคนอื่นจะว่ายังไงดี"
"คุณคีริน!" เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ "นี่มันงานเลี้ยงบริษัทนะ! จะมาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ไม่ได้!"
"ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อนายเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของฉัน... ฉันจะทำอะไรกับเลขาฯ ตัวเองก็ได้ทั้งนั้น" คีรินกระซิบเสียงพร่า แววตาคมปลาบฉายประกายความเจ้าเล่ห์ที่เรนไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่แววตานิ่งเฉยและเย็นชา แต่มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังระอุถึงขีดสุด ความใกล้ชิดที่แนบ
"พี่คีรินคะ! อยู่นี่เอง รินตามหาตั้งนานแน่ะ"
เสียงหวานใสที่ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ลงในพริบตา รินรดาในชุดราตรีสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มเย้ายวน มือเรียวเนียนเอื้อมมาเกาะแขนแกร่งของคีรินไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับส่งสายตาคมปลาบมายังเรนที่ยืนตัวเกร็งอยู่ชิดผนัง
คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ร่างสูงถอยห่างจากเรนเล็กน้อยอย่างจำใจ แต่สายตายังคงจับจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"รินมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับพี่คีรินเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่พอดีค่ะ ไปคุยกันตรงโน้นนะคะ" รินรดาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับออกแรงดึงแขนชายหนุ่มเบาๆ
คีรินหันกลับมามองเรนชั่วเสี้ยววินาที ราวกับกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่เรนไม่อาจคาดเดาได้ ก่อนที่ร่างสูงจะยอมขยับตัวเดินตามรินรดาไปอย่างเสียไม่ได้
เรนยืนหอบหายใจเบาๆ อยู่มุมห้อง ยกมือขึ้นลูบอกตัวเองเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
ทว่า... ในวินาทีที่คีรินกำลังจะเดินลับตาไปทางระเบียงด้านนอก ร่างสูงก็ชะงักฝีเท้ากะทันหัน ดวงตาคมกริบหันกลับมามองตรงมาที่เรนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับริมฝีปากหยักที่ขยับพูดไร้เสียงแต่เดาคำได้แม่นยำว่า...
*"รอดูก่อนเถอะ นายโดนแน่..."*
หัวใจของเรนกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาในอก ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทันคิดอะไรต่อ ประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็เปิดผางออกเสียงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของใครอีกคน—บุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในงานนี้ และเป็นคนที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเรนด้วยสีหน้าเรียบเฉย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ
ดีลร้ายคุณชายสายดุ•ตอนที่ 6
ความใกล้ชิดหลังเลิกงาน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายคุณชายสายดุ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!