เสียงถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนิลกระทบลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าในห้องพักแพทย์ฉุกเฉินยุคแปดสิบ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ หลินอวี้เหมยมิได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนยามวิกาล ปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมถุงมือยางยังคงบรรจงคีบเศษกระสุนโลหะออกจากบาดแผลฉกรรจ์บนต้นแขนของสายลับพรรคคอมมิวนิสต์ด้วยความนิ่งสงบดุจผืนน้ำในบึงลึก
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ล้างแผล สร้างบรรยากาศอันดิบเถื่อนและตึงเครียด แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ตามกระแสไฟที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของโรงพยาบาลชุมชนอำเภอห่างไกลแห่งนี้ ยิ่งขับเน้นให้เงาร่างของบุรุษผู้ยืนกอดอกพิงกรอบประตูดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, อวี้เหมย"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาหิมะ จ้าวเฟยหรงในชุดเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มทหารยุคปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววความดุดันของแม่ทัพผู้ผ่านศึกนองเลือดมานับร้อยสนาม เขาปรายตามองบุรุษบนเตียงด้วยแววตาราวกับมองซากศพไร้ค่า ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ "คนผู้นี้เป็นสายลับสองหน้า องครักษ์เสื้อแพรตกยุคที่แฝงตัวมาขโมยพิมพ์เขียวทางทหาร หากเจ้าช่วยชีวิตมันตอนนี้... กองบัญชาการใหญ่จะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่"
หลินอวี้เหมยหยุดมือชั่วขณะ นางถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดออกช้าๆ โยนลงถาดสเตนเลสอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับสามีผู้กุมอำนาจสูงสุดในเขตทหารนี้ ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายประกายเย้ยหยันและเด็ดเดี่ยว "ท่านแม่ทัพจ้าว... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ท่านกลายเป็นสุนัขรับใช้ผู้หวาดกลัวเงาหัวตัวเอง? หน้าที่ของข้าคือการรักษาชีวิต มิใช่การตัดสินว่าใครสมควรตายบนเตียงผ่าตัด"
"ข้าไม่ได้กลัวความตาย!" จ้าวเฟยหรงก้าวเข้าประชิดตัวในสามก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันจนนางต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน แววตาของเขาไหววูบด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราด มือหนาคว้าจับข้อมือนางไว้แน่นพอเหมาะ "แต่ข้ากลัว... กลัวว่าความเมตตาของเจ้าจะกลายเป็นคมดาบย้อนกลับมาปลิดชีพเจ้าเอง แผ่นดินกำลังเปลี่ยนผ่าน หมากกระดานนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ หากเจ้าเดินพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ทั้งตระกูลของเราจะต้องกลายเป็นปุ๋ยใต้รากสน!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองระอุขึ้นด้วยแรงปะทะทางอารมณ์และอุดมการณ์ หลินอวี้เหมยไม่สะดุ้งสะเทือน นางเงยหน้าสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "ถ้าเช่นนั้น ท่านจะเลือกอะไร ระหว่างการก้มหัวให้ความอยุติธรรมเพื่อรักษาเก้าอี้แม่ทัพ หรือจะร่วมมือกับหมอเถื่อนเช่นข้า... เพื่อพลิกกระดานแผ่นดินนี้เสียใหม่?"
คำถามนั้นดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน จ้าวเฟยหรงนิ่งงันไปชั่วอึดใจ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าอันแน่วแน่ของภรรยา ความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามา ทั้งความโกรธ ความทึ่ง และความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว เขาพ่นลมหายใจยาวเหยียด ยอมรับในความดื้อรั้นของนางตั้งแต่พบกันครั้งแรกในมิติอดีตจนถึงยุคปัจจุบันนี้
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยถ้อยคำใดเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็จันทร์กระทันหันสามครั้งติดต่อกันตามรหัสลับ ทหารยามหน้าห้องผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
"ท่านแม่ทัพครับ! สำนักความมั่นคง... ส่งโทรเลขด่วนที่สุดจากเมืองหลวงมาถึงท่านแล้วครับ!"
จ้าวเฟยหรงรับกระดาษแผ่นเล็กมาคลี่อ่านด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก รัศมีสังหารรอบตัวเขาก็ระเบิดออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที เขากำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินหยั่งถึง
"ไม่ใช่การชิงบัลลังก์ธรรมดาแล้ว..." จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความเยียบเย็น "พวกมันออกคำสั่งลับประหารชีวิตเราทั้งคู่... ในฐานะสายลับต่างชาติ"
ดวงตาของหลินอวี้เหมยหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างเพรียวบางทันที ในเมื่อพวกมันเลือกทางเดินนี้เอง นางก็พร้อมจะแสดงให้เห็นว่าศัลยแพทย์จากโลกอนาคตพร้อมมีดผ่าตัดในมือ จะเชือดเฉือนอำนาจมืดให้ย่อยยับได้อย่างไร
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงปลดล็อกไกปืนกลหนักที่จ่อตรงมายังประตูห้องพักแพทย์แห่งนี้อย่างพร้อมเพรียง
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ บรรทัดนี้ครับ
ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 26
ชิงบัลลังก์หรือกู้ชาติ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!