กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งหนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้ในอากาศ รัตติกาลนอกหน้าต่างบ้านพักอิฐบล็อกยุคแปดสิบดูมืดมิดและโหดร้ายราวกับเป็นใจให้พญายมมาเยือน บนเตียงไม้เนื้อแข็ง ร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟยหรงนอนนิ่งสนิท ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ เสื้อผ้าอาภรณ์เนื้อหยาบของยุคสมัยนี้ถูกกรรไกรคมกริบตัดขาดออกจากกัน เผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าอกด้านซ้าย รอยกระสุนปืนและรอยดาบโบราณที่แทงทะลุผ่านเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวหนาเตอะ เลือดสีเข้มยังคงไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
หลินอวี้เหมยยืนนิ่งอยู่หน้าเตียง มือเรียวที่ปกติเคยนิ่งสนิทดั่งหินผายามจรดเข็มเงินบัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อย นางไม่ใช่ศัลยแพทย์สนามธรรมดา แต่นี่คือยุคแปดสิบที่ไร้ซึ่งเครื่องมือแพทย์ทันสมัย ไร้เครื่องวัดสัญญาณชีพ ไร้ไฟฟ้าเสถียร มีเพียงตะเกียงน้ำมันพียrสลัวๆ และชุดเครื่องมือผ่าตัดฉุกเฉินที่นางแอบซ่อนไว้ในมิติวิญญาณเท่านั้น
"อวี้เหมย..." เสียงแหบพร่าและสั่นเครือดังขึ้นจากริมฝีปากซีดเผือดของชายหนุ่ม จ้าวเฟยหรงฝืนลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งดุจพญาอินทรีบัดนี้โรยรา แต่ยังคงความลึกล้ำมั่นคงยามที่มองสบตานาง "ข้า... ไม่ตายง่ายๆ หรอก เจ้า... วางใจเถอะ"
"หุบปากซะ ท่านแม่ทัพ!" นางตวาดเสียงกร้าวเพื่อกดความตื่นตระหนกในอก "ถ้าท่านยังไม่อยากตาย ก็จงเก็บแรงไว้หายใจ อย่าพูดมาก!"
น้ำเสียงของนางเด็ดขาดและเฉียบคมดั่งคมดาบ แต่ดวงตาคู่สวยกลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ภายใต้ความเยือกเย็นของหมอเทวดา ไม่มีใครรู้เลยว่าหัวใจของนางกำลังถูกบีบขยี้จนแหลกสลายเพียงใด ชายหนุ่มผู้นี้คือคนที่เคยปกป้องนางจากเงื้อมมือของศัตรูในราชสำนักข้ามภพ เป็นคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขฝ่าฟันความอัปยศอดสูในหมู่บ้านจัดสรรยุคแปดสิบมาด้วยกัน จะให้ตamatรงนี้ได้อย่างไรเล่า
นางสูดหายใจเข้าลึก3 เพื่อดึงสติกลับคืนมา มือที่สั่นเทากลับมามั่นคงอีกครั้งเมื่อหยิบมีดผ่าตัดเล่มเล็กขึ้นมา ถอดหน้ากากอนามัยชั่วคราวออกแล้วขบกริมฝีปากแน่น
"ข้าจะลงมือแล้วนะ... ความเจ็บปวดนี้ท่านต้องอดทนให้ได้"
นางเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะจรดปลายมีดคมลงบนผิวหนังของเขาที่มีกระสุนฝังอยู่ลึก เสียงครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวดทรมานดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของจ้าวเฟยหรง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากหนา กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งกระตุกด้วยสัญชาตญาณ แต่มือหนากลับเอื้อมขึ้นมาคว้าข้อมือนางไว้แน่น บีบมันไว้ราวกับต้องการส่งผ่านความเชื่อมั่นครั้งสุดท้าย
"ข้า... เชื่อมือเจ้า..." เขาเค้นเสียงกระซิบผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น
หลินอวี้เหมยกัดฟันกรอด ขอบตาร้อนผ่าว แต่มือไม่อาจลังเล นางใช้คีมคีบโลหะชิ้นเล็กๆ คีบกระสุนเหล็กที่อาบไปด้วยคราบเลือดออกมากระทบกับถาดสแตนเลสเสียงดัง *กริ๊ง* ท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักยามวิกาล ตามมาด้วยการเย็บบาดแผลอย่างเร่งรีบและแม่นยำ ทุกฝเข็มดั่งการร้อยเรียกด้ายชีวิตของเขากลับคืนมาจากยมโลก
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งลมหายใจของจ้าวเฟยหรงเริ่มสม่ำเสมอขึ้น บาดแผลถูกพันด้วยผ้าก๊อซสะอาดเรียบร้อย หลินอวี้เหมยทรุดกายลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง อาภรณ์ของนางชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเลือดของชายหนุ่ม นางหอบหายใจถี่กระชั้น ยามมองร่างที่นอนนิ่งไปเพราะความอ่อนเพลีย หัวใจที่เคยระทึกรัวค่อยๆ สงบลง
ทว่า... ความเงียบสงบในยามวิกาลมักเป็นสัญญาณเตือนของพายุลูกใหญ่
*ปัง!*
เสียงประตูไม้เก่าๆ ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์หลายนายในชุดสูทสากลร่วมสมัย แต่พกพาอาวุธปืนพกสั้นติดตัวอย่างเปิดเผย กลิ่นอายอำมหิตแผ่ซ่านเข้ามาในห้องพักทันที
ผู้นำกลุ่มก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนมุมปากหนา มือข้างหนึ่งถือกระดาษโทรเลขลับที่มีตราประทับราชสำนักโบราณผสมผสานกับสัญลักษณ์ลับของยุคปัจจุบัน
"หมอหลิน... ฝีมือการรักษาของท่านช่างน่าชื่นชมยิ่งนัก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วย "แต่... เกรงว่าท่านแม่ทัพจ้าวคงไม่มีวาสนาได้ลืมตาตื่นขึ้นมาดูความสำเร็จของท่านในรุ่งอรุณหรอกกระมัง"
หลินอวี้เหมยดีดตัวลุกขึ้นยืนขวางหน้าเตียงทันที ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว มือข้างหนึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ พร้อมที่จะหยีดยาพิษอัมพาตที่นางปรุงขึ้นเองออกไปทุกเมื่อ
"พวกเจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงถึงบุกเข้ามาในเขตหวงห้าม!" นางเอ่ยเสียงกร้าว น้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจไม่แพ้ผู้ชาย
ชายผู้นั้นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะชูด้ามปืนขึ้นเล็งตรงมาที่หน้าผากของนางโดยไม่ลังเล "ข้าคือคนที่มารับศพ... และทำลายหลักฐานทั้งหมดว่าท่านแม่ทัพผู้น่าเกรงขาม หาได้มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว"
นิ้วชี้ของมือสังหารกำลังจะเหนี่ยวไกปืนในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
มือข้างหนึ่งที่ควรจะหมดสติอยู่บนเตียง กลับเอื้อมขึ้นมาคว้าข้อมือของหลินอวี้เหมยไว้เบาๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้นข้างหูของนาง
"ถอยไป... เมียข้า... คนพวกนี้ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 25 จนจบ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
---
*เฉินเว่ยสายลุย*
ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 25
วิกฤตเฉียดตาย
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!