ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 27

บทสรุปของผู้ทรยศ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ก* สองครั้งซ้อน คือสัญญาณเตือนภัยที่เด็ดขาดเสียยิ่งกว่าประกาศิตจากราชสำนัก ปลายกระบอกปืนกลหนักรุ่นปีแปดศูนย์ถูกดันทะลุผ่านบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามาในห้องพักแพทย์ฉุกเฉิน กลิ่นอายดินปืนและสนิมเหล็กโชยปะปนกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อจนฉุนกึก ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่สามารถเหนี่ยวไกปลิดชีพคนได้ในเสี้ยววินาที หลินอวี้เหมยกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางยังคงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวคีบเข็มเงินยาวสามนิ้ว ปักลงบนจุดชีพจร 'เน่ยกว่าง' ของชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นถึงอดีตหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเขตอุตสาหกรรม ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้อำนาจมืดบีบคั้นให้ตระกูลของนางต้องกระจัดกระจาย "มือวางลงซะ หมอหลิน!" เสียงตะคอกด้วยความหวาดระแวงดังขึ้นจากผู้กองซ่ง นายตำรวจมือขวาของกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น "เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่? การกระทำของเธอนับเป็นกบฏต่อคณะกรรมการปฏิวัติ!" อวี้เหมยค่อยๆ ชักเข็มเงินออกอย่างเชื่องช้า นางใช้ผ้ากอซสีขาวสะอาดเช็ดคราบโลหิตสีดำคล้ำที่ขับพิษออกมาอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้กองซ่งผ่านกรอบแว่นตากลมบาง แววตาของศัลยแพทย์สาวยุคแปดสิบที่ผ่านสมรภูมิชีวิตมาทั้งสองภพชาติไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันคือนัยน์ตาของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง "กบฏงั้นหรือครับ ผู้กองซ่ง?" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น นางปรายตามองไปยังชายชราบนเตียงที่ตอนนี้ริมฝีปากเริ่มเขียวชอุ่ม "คนที่กำลังจะตายด้วยพิษกู่โบราณที่พวกท่านร่วมมือกันลักลอบนำเข้าจากชายแดนใต้ต่างหาก คือกบฏตัวจริง... และถ้าท่านกล้าเหนี่ยวไกปืนกระบอกนั้นแม้แต่นิติกิเลสเดียว ข้าขอรับรองว่าต่อให้หมอเทวดาจากปริมณฑลใด ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตอดีตสหายผู้ทรยศของพวกท่านให้พ้นจากปรโลกได้ทันก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าแน่นอน" บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของผู้กองซ่งดังแข่งกับเสียงนาฬิกาแขวนผนัง ทุกคนต่างรู้ดีว่าความรู้ทางการแพทย์ผสมผสานกับศาสตร์โบราณของหลินอวี้เหมยนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด นางสามารถรักษาคนให้หายได้ในพริบตา และก็สามารถทำให้คนตายอย่างทรมานโดยไม่ทิ้งหลักฐานได้เช่นกัน ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นดุจเสียงกลองศึกในค่ายทหารก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก *ตึง! ตึง! ตึง!* ไม่ใช่เสียงของตำรวจท้องถิ่น หรือกองกำลังอาสาสมัครพิทักษ์เขต แต่เป็นเสียงรองเท้าคอมแบตหนังแท้กระทบพื้นปูนอย่างพร้อมเพรียงและทรงพลัง เป็นจังหวะที่ผ่านการฝึกฝนจากสนามรบจริงมาอย่างโชกโชน ผู้กองซ่งหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มทหารประจำการ ก้าวผ่านกลุ่มนายตำรวจเข้ามาด้วยรัศมีอำนาจที่กดทับจนทุกคนแทบไม่กล้าหายใจ จ้าวเฟยหรง... ท่านแม่ทัพผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จแห่งกองบัญชาการทหารภาคเหนือ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองสถานการณ์ภายในห้องเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่น หากแต่เป็นรอยยิ้มของมัจจุราชที่พร้อมจะเก็บเกี่ยววิญญาณของผู้ที่บังอาจล้ำเส้น "ใครมันบังอาจ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังก้องกังวาน สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในที่นั้น "กล้าเอาปืนมาจ่อภรรยาของเปิ่นหวัง?" คำว่า 'เปิ่นหวัง' หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้สวมวิญญาณแม่ทัพโบราณในร่างนายทหารยุคแปดสิบ แม้บริบทสังคมรอบตัวจะไม่เอื้ออำนวย แต่มหาอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นกลับชัดเจนเสียจนผู้กองซ่งถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ปืนพกในมือหลุดร่วงกระทบพื้นเสียงดังสนั่น "ท่าน... ท่านคือ..." ผู้กองซ่งละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัว ข่าวลือเรื่องนายทหารระดับสูงผู้ลึกลับที่เพิ่งถูกส่งมาควบคุมเขตชายแดนและปราบปรามการทุจริตเป็นความจริง และเขาก็เพิ่งเอาปืนไปจ่อหัวภรรยาของพญามารผู้นี้เข้าให้แล้ว อวี้เหมยถอนหายใจเบาๆ นางวางเครื่องมือแพทย์ลงบนถาดสแตนเลสอย่างใจเย็น เดินเข้าไปหาชายหนุ่มร่างสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว มือหนาของจ้าวเฟยหรงเอื้อมมาโอบเอวบางไว้ทันที ปลายนิ้วกร้านศึกไล้เบาๆ ที่พวงแก้มเนียนเพื่อสำรวจว่านางได้รับอันตรายใดๆ หรือไม่ "ท่านมาช้าไปสามลมหายใจนะ, ท่านแม่ทัพ" อวี้เหมยกระซิบเบาๆ ด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "ข้ามัวแต่จัดการพวกสวะที่คิดจะลอบกัดเจ้าที่ด้านนอกต่างหาก ยอดดวงใจของข้า" จ้าวเฟยหรงก้มลงกระซิบตอบชิดริมหีบหู น้ำเสียงอ่อนโยนที่ใช้กับนางช่างตัดกับสายตาดุดانที่หันกลับไปมองกลุ่มคนทรยศด้านหลังลิบลับ "จัดการเสร็จหรือยัง? หนี้เลือดครั้งนี้ ถึงเวลาต้องทวงคืนให้สาสมแล้ว" หลินอวี้เหมยหันกลับไปมองอดีตหัวหน้าพรรคผู้ทรยศที่นอนตัวสั่นเทาอยู่บนเตียง นางหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุของเหลวสีชาเข้มข้นขึ้นมา ถ้วยยาพิษที่ถูกปรุงขึ้นจากตำรับลับของตระกูลแพทย์ทหารโบราณ เพื่อลงทัณฑ์ผู้ที่ไร้ซึ่งสัจจะโดยเฉพาะ "ยังครับ..." นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "นี่คือบทสรุปสุดท้ายของผู้ทรยศ... ดื่มมันเข้าไปเสีย แล้วไปชดใช้กรรมในนรกซะ" ทว่า ก่อนที่ถ้วยยาจะถูกกรอกลงคอของผู้ป่วย เสียงเคาะประตูสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากหน้าต่างด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของสายลับคนสนิทที่กระโดดเข้ามาพร้อมกระดาษโทรเลขฉบับเร่งด่วนในมือ ใบหน้าของสายลับผู้นั้นซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด "ท่านแม่ทัพ! นายท่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... คำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... คนที่ชักใยเบื้องหลังทั้งหมดไม่ใช่แค่กลุ่มผู้กองซ่ง แต่เป็น..." สายลับชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อมองไปยังชื่อที่ปรากฏอยู่บรรทัดสุดท้ายของโทรเลขลับฉบับนั้น ท่านอ่านตอนที่ 27 จบแล้ว อย่าลืมติดตามตอนต่อไปที่ความลับทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผยนะครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%