ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 3

ตบหน้าให้หายซ่า

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานไม้กฤษณาที่ถูกจุดไว้มุมห้องโถงเรือนใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอันตึงเครียดผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เสียงฝีเท้าของหญิงสาวสองนางที่ก้าวเข้ามาอย่างจงใจลงน้ำหนักให้เกิดเสียงดังกระทบพื้นไม้ขัดมัน เป็นการประกาศการมาเยือนอย่างไร้มารยาทโดยแท้ "คารวะท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ... ดิฉันได้ยินมาว่ามี 'แขกนอกเรือน' เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมชายคา จึงนำน้ำชาสมุนไพรบำรุงธาตุมาคารวะเพื่อแสดงความยินดีเจ้าค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยที่เจือด้วยความอวดดีแสร้งทำเป็นอ่อนน้อมดังขึ้น ชิวชิว อนุภรรยาผู้ทะเยอทะยานในเรือนของจ้าวเฟยหรง นางสวมชุดผ้าแพรต่วนสีชมพูสดปักลายดอกโบตั๋นซึ่งเกินฐานะอนุไปไกลโข ด้านหลังมีสาวใช้คนสนิทนามว่าชุนหานถือถาดกระเบื้องเคลือบลายครามบรรจุถ้วยชา ท่าทางเชิดหน้าชูตาของทั้งคู่เหมือนกำลังมาพิพากษาโทษมากกว่ามาต้อนรับผู้อาศัยใหม่ หลินอวี้เหมยยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายโบราณ นางสวมชุดเสื้อผ้าฝ้ายตัดเย็บแบบเรียบง่ายสไตล์ยุค 80 ทว่ากลับขับเน้นให้เห็นถึงความสง่างามเยือกเย็นอย่างประหลาด ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังบรรจงเช็ดเครื่องมือแพทย์สเตนเลสชิ้นเล็กด้วยแอลกอฮอล์อย่างใจเย็น ราวกับว่าเบื้องหน้าของนางไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ก้าวเข้ามาเลยแม้แต่น้อย จ้าวเฟยหรงที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้รับรองตัวหลัก ปรายตามองอนุภรรยาและบ่าวรับใช้ด้วยแววตาคมกราบดุจใบมีดโกน มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน ทว่าเขากลับเลือกที่จะนั่งนิ่งเงียบราวกับผู้ชมที่กำลังรอชมการแสดงงิ้วฉากใหญ่ที่ภรรยาเอกของตนกำลังจะจัดแสดง "ดูท่า... เรือนหลังนี้คงกว้างขวางเกินไปกระมัง ถึงได้มีสุนัขจรจัดหลุดเข้ามาเห่าหอนถึงในห้องโถงได้โดยไม่ต้องขออนุญาต" อวี้เหมยเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ โดยที่ดวงตายังคงไม่เงยขึ้นมองผู้มาเยือน ชิวชิวหน้าถอดสีทันที ริ้วรอยแห่งความโกรธเกรี้ยววาดผ่านดวงตาที่แต่งแต้มมาอย่างประณีต นางกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะฝืนย่นยิ้มแล้วก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชามากขึ้น "ฮูหยินกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ดิฉันเพียงแต่หวังดี เกรงว่าท่านซึ่งมาจากแดนไกลและ... ไร้ซึ่งหัวนอนปลายเท้า จะไม่คุ้นชินกับกฎระเบียบของตระกูลจ้าว ดิฉันในฐานะอนุผู้ดูแลเรือนจึงต้องมาอบรมสั่งสอนให้รู้ความเหมาะสมเสียบ้าง" "อบรมสั่งสอน?" อวี้เหมยค่อยๆ วางสำลีลงช้าๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับชิวชิว รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนหนาวเยือก "เจ้ามีศักดิ์เป็นเพียงอนุภรรยา มีหน้าที่ปรนนิบัติสามีและเจียมตัวอยู่ในเรือนพักของตน ไยจึงอาจหาญเทียบชั้นมาสั่งสอนภรรยาเอกที่ทางการและราชสำนักแต่งตั้งอย่างถูกต้อง? หรือว่ากฎมณเณียรบาลของต้าเฉินในสายตาของเจ้า เป็นเพียงกระดาษชำระที่ใช้แล้วทิ้ง?" คำพูดที่เฉียบคมราวกับคมหอกพุ่งตรงเข้าเสียบอกของชิวชิวจนนางสะดุ้งเฮือกถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชุนหานผู้เป็นสาวใช้เห็นนายหญิงเสียหน้าจึงรีบก้าวออกมารับหน้าแทน ด้วยความที่คิดว่าตนเองถือหางผู้มีอำนาจในเรือนหลังมานาน จึงเชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าววาจาอวดดี "ฮูหยินอย่าได้ตรัสวาจารunreasonableเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ! คุณชิวชิวติดตามท่านแม่ทัพมาแรมปี ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ย่อมมีความชอบมากกว่าสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าที่เพิ่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้อย่างท่านเสียอีก ชาถ้วยนี้หากท่านไม่ดื่ม แสดงว่าท่านหยิ่งยโสไม่ไว้หน้าคุณชิวชิวและท่านแม่ทัพ!" สิ้นเสียงของสาวใช้ บรรยากาศในห้องพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ความกดดันระดับร้อยชั่งกดทับลงบนบ่าของชุนหานจนนางเริ่มหายใจติดขัด เมื่อหันไปสบตากับท่านแม่ทัพจ้าวเฟยหรงที่นั่งมองอยู่ นางก็เกือบจะเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น เพราะแววตาคู่นั้น... มันคือแววตาของพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลา ทว่าหลินอวี้เหมยกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไพเราะทว่าเย็นยะเยือก นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปหาชุนหานทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวสะท้อนถึงอำนาจที่ไม่อาจต่อกร "เจ้าบอกว่า... ชาถ้วยนี้แสดงถึงความจริงใจอย่างนั้นหรือ?" อวี้เหมยหยุดยืนตรงหน้าสาวใช้ กลิ่นอายกดดันจากตัวแพทย์สาวทำให้ชุนหานต้องผถอยหลังจนสะดุดชายผ้าตัวเองเกือบล้ม "มะ... ไม่ใช่..." ชุนหานละล่ำละลักตอบ เสียงสั่นพร่า "ถ้าเช่นนั้น เจ้าคงไม่รังเกียจที่จะดื่มมันพิสูจน์ให้ข้าดูกระมัง ว่าในน้ำชาถ้วยนี้ไม่มีสิ่งเจือปนที่เรียกว่า 'ผงระคายคอ' หรือ 'ยาขับเลือด' ที่พวกเจ้ามักใช้กำจัดศัตรูในเรือนหลัง" อวี้เหมยเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาจากถาดกระเบื้องด้วยท่าทางสง่างาม ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าชุนหาน "ขะ... ข้าเป็นเพียงบ่าว จะอาจหาญดื่มชาของเจ้านายได้อย่างไรเจ้าค่ะ!" ชุนหานหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า นางหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากชิวชิว แต่อนุชิวชิวเองก็กำลังยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวไม่แพ้กัน "ในเมื่อเจ้าบอกว่ามันคือความหวังดี การดื่มแสดงความบริสุทธิ์ใจย่อมสมเหตุสมผลที่สุด" อวี้เหมยหรี่ตามองพล Gรบเร้าด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ดื่มเสีย... หรือจะให้ข้าใช้เข็มเงินยาวสามนิ้วฝังลงไปที่จุดชีพจรใต้คางของเจ้า เพื่อช่วย 'บังคับ' ให้กลืนลงไปทีละหยดดีล่ะ?" รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของหลินอวี้เหมยในยามนี้ ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับจ้าวเฟยหรงเสียจนน่าตกใจ ความเด็ดขาดและไร้ความปรานีนี้ ทำให้สาวใช้ชุนหานสติแตกกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว นางปัดถ้วยชาในมืออวี้เหมยจนกระเด็นตกลงแตกกระจายบนพื้น น้ำชาสีดำส่งกลิ่นฉุนประหลาดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวอย่างดีว่าในชามีสิ่งเจือปนอยู่จริงๆ ชิวชิวหน้าซีดขาวราดกระดาษ นางทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร "ท่านแม่ทัพ... โปรดให้ความเป็นธรรมแก่ดิฉันด้วยนะเจ้าค่ะ บ่าวไพร่เหล่านี้ล้วนแต่พลั้งปาก ดิฉันไม่ได้ตั้งใจ..." จ้าวเฟยหรงลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังหลินอวี้เหมย มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างภรรยาเอกผู้นี้อย่างไร้เงื่อนไข ดวงตาคมกริบกวาดมองอนุภรรยาที่ตัวสั่นเทาด้วยความระอา "คนในเรือนของข้า... ข้าเป็นผู้จัดสรร หากผู้ใดคิดริษยาและล้ำเส้นจนเกินงาม ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ประดับเรือนให้รกหูรกตา" จ้าวเฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "ชิวชิว... เจ้าทำหน้าที่ดูแลเรือนบกพร่อง ปล่อยให้บ่าวไพร่กำแหงหาญ วาจาสามหาวถึงขั้นวางยาฮูหยิน โทษฐานนี้... สมควรโบกยี่สิบไม้ แล้วเนรเทศไปอยู่คอกม้านอกจวนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!" "ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพโปรดเมตตาด้วยเจ้าค่ะ! ท่านแม่ทัพ..." เสียงกรีดร้องคร่ำครวญของชิวชิวและชุนหานดังระงม ก่อนที่ทหารองครักษ์จะกรูเข้ามาลากตัวพวกนางออกไปจากห้องโถงอย่างไม่ไยดี เสียงโวยวายค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ถูกลากตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความสะอาดสะอ้านที่ถูกจัดระเบียบใหม่โดยสิ้นเชิง อวี้เหมยเบี่ยงตัวหลุดจากการโอบกอดของชายหนุ่ม นางหันไปมองหน้าเขาด้วยแววตานิ่งสนิท "ท่านแม่ทัพใช้มือของข้าเป็นเครื่องมือในการกวาดล้างบ้านเรือนของตนเอง ช่างเป็นการยืมมือฆ่าคนที่แยบยลยิ่งนัก" จ้าวเฟยหรงยิ้มมุมปาก โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มของนาง "ข้าเพียงแต่แสดงจุดยืนให้ฮูหยินได้เห็นต่างหากเล่า ว่าในอาณาเขตของข้า... เจ้าคือผู้มีอำนาจสูงสุดรองจากข้า" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยความใกล้ชิดและความพึงพอใจในชัยชนะชั่วคราว เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านจางก็ดังขึ้นจากนอกประดู พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเฟยหรงแข็งค้างทันที "เรียนท่านแม่ทัพ! มี... มีราชโองการด่วนจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงมือท่านฮูหยิน! ประทับตราลับจากองค์จักรพรรดิ... และ... และในราชโองการระบุชื่อของฮูหยิน เป็นนักโทษกบฏที่ต้องถูกควบคุมตัวกลับไปรับโทษประหารทันทีขอรับ!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคไปกับความรักอันมั่นคงและไหวพริบอันเฉียบคมของท่านแม่ทัพและหมอเหมืองคนเก่งของเรานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%