ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 20

จดหมายเหตุที่ถูกซ่อน

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอับของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนราคาถูกในห้องเก็บพัสดุหลังสหกรณ์ตำบล ช่างเป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดเสียจนหลินอวี้เหมยต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการกรีดผิวหนังและเย็บแผลมานับไม่ถ้วน บัดนี้กำลังบรรจงพลิกหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์เก่าครึ่งศตวรรษที่ถูกซ้อนทับไว้ใต้พื้นไม้กระดานผุ ๆ อย่างระมัดระวัง แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดวับแวมสาดส่องกระทบตัวอักษรจีนตัวเต็มที่เลือนราง ทว่ายังคงคมชัดพอบันทึกเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวในอดีต "ไม่น่าเชื่อว่าสตรีที่ผู้คนในยุคแปดศูนย์นี้ต่างรุมประณามว่าเป็น 'หญิงแพศยาผู้ไร้ยางอาย' เมื่อหลายสิบปีก่อน จะมีเบื้องหลังที่โยกย้ายสลับซับซ้อนถึงเพียงนี้..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน จ้าวเฟยหรงก้าวเข้ามาประชิดร่างบางอย่างเงียบเชียบ ปลายจิณณ์ของเสื้อคลุมทหารสีเขียวเข้มไหววูบตามแรงลมยามค่ำคืน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทรงอำนาจแผ่ไอเย็นเยียบออกมาตามสัญชาตญาณนักรบ มือหนาเอื้อมมาวางทับลงบนหลังมือเรียวของนาง แผ่ซ่านความอบอุ่นอันมั่นคงเข้าสู่ผิวเนื้อที่เย็นเฉียบ หลินอวี้เหมยช้อนสายตาขึ้นมองคู่ชีวิตของนาง แววตาของศัลยแพทย์สาวผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนฉายแววครุ่นคิด นางไม่ได้สะดุ้งตกใจกับการปรากฏตัวของเขา เพราะคราบเขม่าดินปืนและกลิ่นอายบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพผู้นี้ เป็นสิ่งที่นางคุ้นเคยยิ่งกว่าเงาของตนเองเสียอีก "ท่านแม่ทัพคิดว่า... บันทึกหน้าสุดท้ายนี่ เขียนขึ้นเพื่ออำพรางความจริง หรือจงใจชี้โพรงให้กระรอกกันแน่คะ... อภัยด้วยค่ะ ข้าติดปาก... ท่านคิดเห็นอย่างไรหรือครับ ท่านแม่ทัพ?" นางเผลอตัวใช้สำนวนยุคปัจจุบันตามความเคยชิน ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงและสรรพนามให้เข้ากับสถานการณ์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งค้อนวงงามไปให้บุรุษข้างกายที่ยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน จ้าวเฟยหรงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย เขาย่อกายลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งเคียงข้างนาง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นดินทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ "เจ้าเรียกข้าอย่างไรก็ย่อมได้ทั้งนั้น อวี้เหมย... แม้เจ้าจะเรียกข้าว่าสุนัขรับใช้ ข้าก็ยินดีน้อมรับ" แววตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มกวาดมองตัวอักษรในสมุดบันทึกสีเหลืองกรอบอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "บันทึกเล่มนี้ ไม่ใช่ของมารดาเจ้าที่ชาวบ้านเข้าใจกัน แต่เป็นสำนวนลับของหน่วยข่าวกรองลับในยุคราชวงศ์วรวงศ์ที่หลบหนีภัยการเมืองมาซ่อนตัวในคราบชาวนาเมื่อสามสิบปีก่อน และเจ้า... หลินอวี้เหมย คือทายาทสายตรงผู้ถือครอง 'ตราประทับพยัคฆ์ทมิฬ' ที่เหล่าขั้วอำนาจเก่ากำลังตามล่าหาตัว" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ หลินอวี้เหมยขมวดคิ้วมุ่น นางจำได้แม่นยำว่าร่างที่นางทะลุมิติมาสิงสู่นี้ เป็นเพียงแพทย์หญิงชนบทผู้ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนต้องจบชีวิตลงด้วยความตรอมใจ แต่เหตุใด... เบื้องหลังของเจ้าของร่างเดิมจึงพัวพันถึงความลับระดับแผ่นดินเช่นนี้? "ตราประทับพยัคฆ์ทมิฬ?" นางทวนคำ แววตาคมปลาบฉายแววท้าทาย "ถ้าเช่นนั้น การตายของเจ้าของร่างนี้เมื่อสามเดือนก่อน ก็ไม่ใช่เพราะความอับอายขายหน้าจากข่าวลือชู้สาวอย่างที่คนในหมู่บ้านกุเรื่องขึ้นมาสิคะ... อ่า ข้าหมายถึง... ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน" "ถูกต้อง" จ้าวเฟยหรงใช้นิ้วเรียวยาวแตะลงบนรอยประทับนิ้วมือสีแดงชาดที่แห้งกรังบนหน้ากระดาษ "มีคนต้องการฆ่าตัดตอน เพื่อไม่ให้ความลับเรื่องคลังสมบัติหลวงที่สูญหายไปเมื่อครั้งสงครามกลางเมืองถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง และพวกมัน... กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในอำเภอนี้แล้ว" บรรยากาศภายในห้องเก็บพัสดุดูอึมครึมลงทันตาเห็น ลมหนาวพัดโชยลอดช่องหน้าต่างไม้เก่าเอี๊ยดอาดราวกับเสียงกระซิบของผู้ตาย ทว่าท่ามกลางความกดดันนั้น แววตาทั้งคู่กลับประสานกันอย่างมั่นคง หลินอวี้เหมยหาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้ศัตรูต้องขนหัวลุก ในฐานะศัลยแพทย์ผู้เคยชินกับการถือมีดผ่าตัดท่ามกลางความเป็นความตาย นางไม่เคยเกรงกลัวความตายอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อมีแม่ทัพผู้เกรียงไกรยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่เช่นนี้ เกมการเมืองในยุคแปดศูนย์นี้ ช่างน่าสนุกเสียยิ่งกว่าการผ่าตัดเปิดกะโหลกเสียอีก "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมเปิดโปงอดีตนัก..." หลินอวี้เหมยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นตามชายเสื้อด้วยท่าทีสง่างามดั่งนางพญา นัยน์ตาสุกสกาวทอประกายวับวับ "เราก็ควรจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ ให้สมเกียรติกับความพยายามของพวกมันหน่อยมิใช่หรือคะ... อ๊ะ ท่านแม่ทัพ... ข้าหมายถึง 'ขอรับ' ต่างหากเล่า!" จ้าวเฟยหรงลุกขึ้นยืนตาม เขายื่นมือออกไปโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมคายโน้มลงกระซิบข้างใบหูจนร่างบางรู้สึกซ่านสท้านไปทั่วสรรพางค์กาย "ตามใจภรรยาข้าทุกประการ... ใครขวางทางเจ้า คมดาบของข้าจักไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น" ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและกลิ่นอายอันตราย เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่ได้รับอนุญาต ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาภายในห้องจนสว่างวาบ เงาร่างของชายชราในชุดสูทจีนโบราณปักลายกระเรียนผู้หนึ่งก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้ายับย่น พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบสะดุด "ท่านแม่ทัพ... ไม่นึกเลยว่าท่านจะมาซ่อนตัวอยู่กับ 'นักโทษกบฏ' ในสถานที่โสมمเช่นนี้... เกรงว่าจดหมายเหตุฉบับนั้น คงต้องตกเป็นของทางการแล้วกระมังครับ?" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดานอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%