กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและชาผู่เอ่อร์เก่าเก็บลอยอวลอยู่ภายในห้องรับรองชั้นในของจวนแม่ทัพ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงนำเทียบเชิญจากสกุลหลี่มาซ่อนไว้ใต้กระถางบอนไซในเรือนของข้า, อนุชุน?"
น้ำเสียงของหลินอวี้เหมยราบเรียบ ทว่าทรงพลังกดดันจนแม่บ้านวัยกลางคนถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นพรมปักลายเมฆา มือเรียวบางภายใต้แขนเสื้อผ้าไหมปักดิ้นทองกำลังบรรจงใช้มีดผ่าตัดขนาดเล็กเขี่ยก้านสมุนไพรแห้งบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างใจเย็น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความสง่างามเยือกเย็น ดุจพญาเสือดาวที่กำลังหยอกล้อเหยื่อก่อนตะปบ
ชุนฮวา อนุภรรยาอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในเรือนหลังได้ไม่ถึงสามเดือน ตัวนางมีใบหน้างดงามหยาดเยิ้มตามแบบฉบับหญิงสาวยุคแปดสิบที่แต่งตัวด้วยเสื้อโค้ทผ้าสักหลาดสีแดงเพลิงตัดกับกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้ม แต่ยามนี้ เม็ดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายเต็มหน้าผากจนเครื่องสำอางเลือนราง
"ฮูหยิน... ท่าน... ท่านพูดเรื่องอันใด หม่อมฉันไม่เข้าใจ..." นางยังคงดื้อดึงเสียงสั่นเครือ พยายามเงยหน้าขึ้นสู้สายตา
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?" หลินอวี้เหมยเงยหน้าขึ้น ดวงตาดั่งหงส์หรี่ลงเล็กน้อย ทอประกายคมปลาบราวกับคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก "กระดาษสาเนื้อดีที่ใช้ทำเทียบเชิญนี้ เป็นกระดาษนำเข้าจากมณฑลทางใต้ มีเพียงขุนนางระดับสูงในกระทรวงโยธาธิการเท่านั้นที่ใช้ และบังเอิญเหลือเกิน... ญาติผู้พี่ของเจ้าที่อ้างว่าเป็นเพียงพ่อค้าเร่ขายผ้า กลับมีตราประทับลับของหน่วยข่าวกรองศัตรูประทับอยู่มุมกระดาษ เจ้าคิดว่าสติปัญญาของศัลยแพทย์อย่างข้า จะดูไม่ออกหรือว่ารอยเย็บแผลเป็นเทียมที่ต้นคอของเจ้านั้น เป็นสัญลักษณ์ของหน่วยเงาพยัคฆ์ทมิฬ?"
คำพูดประโยคสุดท้ายราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ชุนฮวาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความลับที่ซ่อนเร้นมานานถูกเปิดโปงอย่างไม่เหลือชิ้นดี นางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ ความเย่อหยิ่งทระนงตนมลายหายไปสิ้น
ในขณะเดียวกัน ที่ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัว ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายพยัคฆ์ทะยานฟ้าของท่านแม่ทัพจ้าวเฟยหรงกำลังยืนไขว่ห้างทอดสายตามองสายน้ำนิ่งสนิท มือหนาสัมผัสด้ามดาบประจำกายอย่างเหม่อลอย ใบหน้าหล่อเหลาดุดันไร้รอยยิ้ม ทว่าแววตากลับฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
"ท่านแม่ทัพ..." องครักษ์เงาจ้าวอวิ๋นก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ประสานมือคุกเข่าลง "สายสืบที่แทรกซึมเข้ามาในจวนระลอกนี้ ถูกฮูหยินกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่เว้นแม้แต่พ่อบ้านซุนที่แอบส่งบัญชีคลังอาวุธให้ฝ่ายตรงข้าม นางใช้เวลาเพียงชั่วยามเดียวในการสืบสาวราวเรื่องทั้งหมดโดยไม่ต้องลงมือทรมานเลยแม้แต่น้อย"
จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเบาๆ "ภรรยาของข้าผู้นี้... วันๆ เอาแต่บดยาและผ่าตัดกบฏในจวน ชักจะทำให้ศัตรูของเราไม่มีที่ยืนเสียแล้วสิ เจ้าว่าพวกมันจะรู้ตัวหรือไม่ ว่าการส่งสายสืบเข้ามาในจวนแม่ทัพ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าห้องประหารด้วยตนเอง"
"เรียนท่านแม่ทัพ อนุชุนสารภาพหมดสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ ว่าเบื้องหลังมีองค์ชายรองคอยหนุนหลัง เพื่อหวังขโมยแผนที่ค่ายกลคุนหลุนที่ท่านเก็บไว้"
จ้าวเฟยหรงโบกมือไล่อองครักษ์เงาให้ถอยไป ดวงตาคมกริบทอประกายวับวาดด้วยกลยุทธ์อันล้ำลึก หมากกระดานนี้องค์ชายรองเป็นฝ่ายเดินพลาดเสียแล้ว ที่กล้าส่งคนเข้ามาในถ้ำเสือเช่นนี้ เขากำลังคิดจะใช้โอกาสนี้ตัดแขนตัดขาอีกฝ่ายให้สิ้นซาก
ตัดกลับมาที่ห้องรับรอง หลินอวี้เหมยใช้ปลายนิ้วเรียวคีบเทียบเชิญมรณะโยนลงไปในเตาผิง ถ่านสีแดงฉานลุกโชนขึ้นกลืนกินกระดาษแผ่นนั้นจนกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา นางหันไปมองอนุชุนที่ถูกทหารองครักษ์คุมตัวออกไปอย่างเย็นชา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก3เพื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะหยิบถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อดับกระหาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟยหรงจะก้าวเข้ามา ประกายไฟจากเตาผิงสะท้อนลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ฮูหยินของข้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว..." สามีผู้เกรียงไกรเดินเข้าไปใกล้ภรรยา โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่แฝงความนัย "จัดการกวาดขยะในบ้านเรียบร้อยแล้ว เช่นนั้นคืนนี้... เราควรมา 'ชำระบัญชี' ความดีความชอบของเจ้ากันดีหรือไม่?"
หลินอวี้เหมยค้อนขวับให้นางหนึ่งที นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระแทกเสียงดังเล็กน้อย "ท่านแม่ทัพ... ท่านนี่ช่างฉวยโอกาสเสียจริง งานราษฎร์งานหลวงยังไม่ทันสะสาง ท่านยังจะมีอารมณ์มาพูดจาเหลวไหลอีกหรือ?"
"เรื่องของเจ้ากับข้า คือเรื่องสำคัญที่สุดในแผ่นดินนี้" จ้าวเฟยหรงรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นระส่ำท่ามกลางบรรยากาศอันลึกซึ้ง เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"เรียนท่านแม่ทัพ! ด่วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงของจ้าวอวิ๋นตะโกนลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ม้าเร็วจากชายแดนเหนือควบตะบึงมาถึงหน้าจวนแล้วแจ้งว่า... ตราประทับหยกของกองทัพพยัคฆ์บูรพาที่ท่านฝากไว้ที่คลังหลวง ถูกประกาศว่าสูญหาย และตอนนี้... ราชโองการลับจากฮ่องเต้กำลังมุ่งหน้ามาที่จวน เพื่อปลดท่านออกจากตำแหน่งแม่ทัพฐานกบฏพ่ะย่ะค่ะ!"
ถ้วยชาในมือของหลินอวี้เหมยชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของจ้าวเฟยหรงเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาทั้งคู่หันขวับไปสบกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งในห้องรับรอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 11
อนุภรรยาขวัญกล้า
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!