ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 10

ข้อตกลงใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
สนองพระราชโองการลับฉบับที่สามตระกูลจ้าวถูกเผาทำลายจนมอดไหม้เป็นจุล เหลือเพียงเศษเถ้าถ่านสีเทาหม่นที่ลอยละล่องไปตามแรงลมยามราตรี กลิ่นอายของดินประสิวและควันไฟยังคงคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศรอบจวนแม่ทัพใหญ่ แม้กาลเวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ยามเฉิน (07:00-08:50 น.) ของยุคสาธารณรัฐจีนปี 1980 ที่ความเจริญแบบตะวันตกเริ่มเข้ามาแทนที่กลิ่นอายโบราณ ทว่าโครงสร้างเรือนไม้สักทองสไตล์สี่ประสานแห่งนี้ยังคงเก็บงำความลับอันดำมืดและอำนาจที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสงบเรียบร้อย "เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาสมุนไพรตัวนี้มาผสมลงในน้ำแกงบำรุงของข้า หลินอวี้เหมย... เจ้าคิดจะวางยาปลิดชีพแม่ทัพผู้คุมกำลังพลสามแสนคนเช่นข้าอย่างนั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความเยือกเย็น แววตาคมกริบดั่งพญานอินทร์จ้องมองสตรีตรงหน้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาคัดแยกตัวยาจีนโบราณบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง จ้าวเฟยหรงในชุดเสื้อคลุมยาวผ้าไหมสีดำปักลายมังกรห้ากรงเล็บ (ซึ่งเป็นรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาปฏิเสธจะละทิ้งแม้จะข้ามมิติมาอยู่ในยุคสมัยใหม่) กำลังโน้มตัวลงมาประชิดจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของบุรุษผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน หลินอวี้เหมยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตา นางเพียงแค่ใช้ปลายเล็บเรียวงามคัดแยกรากโสมตังกุยออกจากเปลือกไม้แห้งด้วยความแม่นยำดุจศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดหัวใจผู้ป่วย ปลายจิ้มลิ้มเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ท่านแม่ทัพจ้าว... หากหม่อมฉันต้องการปลิดชีพท่านจริง เกรงว่าท่านคงหมดลมหายใจไปตั้งแต่ตอนที่ก้าวเท้าเข้ามาในเรือนพยาบาลของฉันเมื่อสามวันก่อนแล้ว ไม่ต้องรอให้มาตั้งคำถามโง่ๆ เช่นนี้หรอกเพคะ... อ้อ โทษที ฉันลืมตัวไปว่าที่นี่ไม่ใช่ราชสำนักต้าเฉิง แต่เป็นค่ายพักพิงชั่วคราวในมณฑลทางเหนือของจีนยุค 80 ท่านช่วยกรุณาเรียกฉันว่า 'คุณหมอหลิน' จะถูกต้องตามกาลเทศะมากกว่านะท่านนะ" คำพูดที่เจือไปด้วยความเย้ยหยันแต่นิ่งสงบทำให้มุมปากหยักลึกของจ้าวเฟยหรงกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสงครามไม่ได้บ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยว หากแต่แฝงไว้ด้วยความท้าทายและความพึงพอใจอย่างประหลาด บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกำมือ ไม่เคยมีสตรีหน้าไหนกล้าต่อปากต่อคำกับเขาเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่หลุดพ้นเข้ามาในห้วงเวลาอันบิดเบี้ยวนี้ มีเพียงนาง... ศัลยแพทย์สาวจากศตวรรษที่ 21 ที่มีวิญญาณและเลือดเนื้อของยอดกุนซือผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด นางไม่เพียงแต่รักษาบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากกระสุนปืนและคมดาบให้เขาด้วยเครื่องมือแพทย์ประหลาด แต่นางยังอ่านแผนการทางทหารและการเมืองของเขาออกทะลุปรุโปร่ง ราวกับว่าดวงตาสีดำคู่นั้นมองเห็นทะลุไปถึงอนาคต "เจ้าช่างปากคอเราะร้ายสมกับที่เป็นหมอเถื่อนจริงๆ..." จ้าวเฟยหรงยื่นมือหนาออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้สบตา ทว่าหลินอวี้เหมยกลับไวกว่า นางตวัดปลายเข็มเงินเล่มยาวที่ใช้ฝังเข็มขึ้นมาจ่อที่ชีพจรบริเวณข้อมือของเขาอย่างแม่นยำ รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางจนน่าตกใจ "ถ้าท่านไม่อยากให้เส้นเลือดใหญ่ที่ข้อมือแตกจนพิการไปตลอดชีวิต กรุณาเก็บมืออันทรงเกียรติของท่านกลับไปเสีย ท่านแม่ทัพ..." นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสุกใสแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกสะท้อนภาพใบหน้าของบุรุษผู้ทรงอิทธิพล "เรามาตกลงกันให้ชัดเจนดีกว่า การที่ฉันช่วยชีวิตท่านไว้ ไม่ได้แปลว่าฉันยอมเป็นหมากในกระดานอำนาจของท่าน และในทางกลับกัน... การที่ท่านให้ความคุ้มครองฉันจากพวกสายลับพรรคคอมมิวนิสต์สายฮาร์ดลายนั่น ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันติดหนี้บุญคุณท่านจนต้องยอมขายวิญญาณ" ห้องโถงกว้างตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังรุ่นเก่าที่ดังติ๊กๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของคนทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางการเมืองและการปะทะกันทางจิตวิทยา จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายอมลดมือลงอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างาม สายตาคมปลาบกวาดมองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยขวดโหลยาสมุนไพรและตำราแพทย์แผนปัจจุบันสลับกับคัมภีร์โบราณ "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว หลินอวี้เหมย... คนฉลาดมักอายุสั้นในยุคสมัยแห่งความโกลาหลเช่นนี้" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย เจือด้วยความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ภายใต้มาดขรึม "พวกสายลับฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีแค่กลุ่มที่เจ้าเพิ่งผ่ากระสุนออกให้เมื่อวาน ตอนนี้ข่าวลือเรื่อง 'โอสถทิพย์' ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ภายในชั่วข้ามคืนแพร่สะพัดไปถึงหูของผู้นำระดับสูงในปักกิ่งแล้ว พวกเขากำลังส่งคนมาตรวจสอบที่นี่... และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาไม่ใช่ตัวข้า แต่คือ 'ตัวเจ้า'" คิ้วเรียวของหลินอวี้เหมยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ความเยือกเย็นบนใบหน้าสั่นคลอนไปชั่วขณะ นางรู้ดีว่าเทคโนโลยีการแพทย์และตัวยาแผนปัจจุบันที่นางแอบนำออกมาจากห้องผ่าตัดฉุกเฉินในยุคอนาคตก่อนทะลุมิติมานั้น ล้ำหน้าเกินกว่ายุค 1980 ไปหลายขุม หากถูกทางการเพ่งเล็ง นางย่อมตกเป็นเป้าหมายของการทดลองหรือถูกบังคับให้ผลิตอาวุธชีวภาพอย่างแน่นอน "แล้วท่านต้องการอะไรจากฉัน..." นางเอ่ยถามเสียงเบาลง ความระแวดระวังถูกแทนที่ด้วยการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ จ้าวเฟยหรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดคลุมก้าวเข้ามาประชิดตัวนางอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่มีรังสีคุกคาม มีเพียงความอบอุ่นและกลิ่นอายบุรุษที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรอบข้างแก้มของนางให้อย่างอ่อนโยน ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนี้ทำเอาศัลยแพทย์สาวผู้เยือกเย็นถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว "เป็นพันธมิตรกับข้าสิ..." จ้าวเฟยหรงโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวราวกับมนต์สะกด "เอาความรู้และฝีมือแพทย์ของเจ้ามาอยู่ใต้การคุ้มครองของกองทัพข้า แลกกับการที่ข้าจะใช้กองกำลังทั้งหมดที่มีกวาดล้างศัตรูที่คิดจะแตะต้องตัวเจ้าให้สิ้นซาก... ไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายคนของจ้าวเฟยหรงได้ แม้แต่เงาของความตายก็ไม่มีสิทธิ์" คำว่า 'คนของจ้าวเฟยหรง' หนักแน่นดุจขุนเขาและอบอุ่นราวกับเปลวเพลิงในฤดูหนาว หัวใจที่ด้านชาจากการผ่านความตายและการทรยศหักหลังในอดีตของหลินอวี้เหมยกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นางเงยหน้าขึ้นมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาความเสแสร้ง ทว่าสิ่งที่พบกลับมีเพียงความจริงจังและมั่นคงดุจหินผา ก่อนที่นางจะได้ทันเอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารยามก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จากหน้าประตูกลางเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนก "ท่านแม่ทัพครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." ทหารนายนั้นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า สีหน้าซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด ในมือถือแผ่นกระดาษโทรเลขที่เพิ่งถูกส่งมาสดๆ ร้อนๆ "มีคำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... กองกำลังพิเศษของรัฐบาลกลางกำลังเคลื่อนพลมาปิดล้อมจวนของเราในรัศมีสามกิโลเมตรแล้วครับ! และผู้นำที่นำกำลังมาในครั้งนี้ คือ... คือ 'หลี่อวี้เฉิน' อดีตคู่หมั้นของท่านหมอหลิน ที่ประกาศกร้าวว่าจะมาทวงตัวเชลยศึกคืน!" ทันทีที่สิ้นเสียงรายงาน แววตาของจ้าวเฟยหรงก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกลูบคม รังสีสังหารแผ่กระจายไปทั่วห้องจนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ ก่อนจะหันมามองหลินอวี้เหมยที่ใบหน้าถอดสีลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%