ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 13

คำสารภาพของแม่ทัพ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายของสมุนไพรจีนเคี่ยวกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นกระดาษหนังสือพิมพ์ยุคแปดศูนย์อบอวลอยู่ในห้องรักษาโรคหลังสถานีอนามัยอำเภอ หลินอวี้เหมยกำลังง่วนอยู่กับการบดรากโสมป่าด้วยโม่หินขนาดเล็ก แสงไฟนีออนสีนวลสาดส่องลงบนกรอบหน้าด้านข้างที่สะท้อนความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว นางในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา ตัดกับเรือนผมสีดำสนิทที่รวบไว้ด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ทว่าสง่างามดั่งภาพวาดโบราณที่หลุดลอยเข้ามาสู่ห้วงเวลาอันดิบกระด้างของยุคสมัยแห่งการปฏิรูป "หมอหลิน... นี่คือจดหมายจากสำนักงานเขตที่ท่านรองผู้ว่าฯ ฝากให้ผมเอามาส่งครับ" เสียงทุ้มห้าวของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐดังขึ้นที่หน้าประตู ชายผู้นั้นคือ 'สหายเฉิน' รองหัวหน้าแผนกพาณิชย์อำเภอผู้มีใบหน้าคมคายและรอยยิ้มอบอุ่น เขามักจะมีข้ออ้างในการแวะเวียนมาหาหญิงสาวจากยุคโบราณผู้นี้เสมอ ครั้งนี้ในมือของเขามีกล่องขนมเปี๊ยะห่อกระดาษสีน้ำตาลอย่างดี ซึ่งเป็นของหายากยิ่งในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ อวี้เหมยหยุดมือที่กำลังบดสมุนไพร นางเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มสุภาพตามมารยาทแพทย์ "ลำบากสหายเฉินแล้วครับ ช่วงนี้งานที่สำนักงานคงยุ่งมากกระมัง ยังอุตส่าห์แวะเอาเอกสารมาให้อีก" "เพื่อหมอหลินแล้ว ต่อให้งานยุ่งแค่ไหนผมก็แบ่งเวลาได้เสมอครับ..." สหายเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานล้ำของหญิงสาวด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง พร้อมกับยื่นมือออกไปราวกับจะช่วยปัดปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียข้างแก้มของนาง ทว่า... *เคร้ง!* เสียงถ้วยชามเซรามิคกระทบกันอย่างรุนแรงจนแตกละเอียดที่มุมห้องทำลายบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ลงในพริบตา ทั้งสองหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นห้อง สมุดบันทึกทางการแพทย์ในมือหนาถูกบีบจนยับย่น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของ 'จ้าวเฟยหรง' หรี่ลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของอดีตแม่ทัพผู้กุมอำนาจกองทัพในอดีตชาติอย่างไร้ความปรานี แม้ในยามนี้เขาจะสวมใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายแบบชาวจีนยุค 80 ทว่าท่าทีและอภินันทนาการกดขี่ข่มเหงผู้คนกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย "มือของท่าน... คงจะว่างมากสินะ สหายเฉิน" น้ำเสียงของจ้าวเฟยหรงเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาหิมะ เขาเดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างหลินอวี้เหมยและเจ้าหน้าที่หนุ่ม ไหล่กว้างบังร่างบอบบางของหญิงสาวไว้มิดชิดราวกับประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สหายเฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้จะไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าผู้นี้เป็นใครและเหตุใดจึงมีท่าทีดุร้ายปานเสือดาวเช่นนี้ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็บอกให้เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "อะ... เอ้อ ท่านคือ..." "ข้าคือสามีของนาง มีปัญหาอันใดอีกหรือไม่?" จ้าวเฟยหรงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนสั้นและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทำให้ห้องทั้งห้องราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศา อวี้เหมยขมวดคิ้วเล็กน้อย นางวางแท่งบดสมุนไพรลงบนโต๊ะ ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา นางเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น และเส้นเลือดที่ปูดโปนบริเวณขมับของเขา ชายผู้นี้... กำลังโกรธ เปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำกำลังเผาผลาญความเยือกเย็นที่เขาสั่งสมมานานนับแรมปี "ท่านแม่ทัพจ้าว..." อวี้เหมยเอ่ยเสียงเรียบ นางเอื้อมมือไปแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ เพื่อปราม "อย่าเสียมารยาทกับแขกของสถานีอนามัย" จ้าวเฟยหรงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเรียวนั้นสัมผัสโดน เขาหันกลับมามองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจผสมผสานกับความดื้อรั้น "เจ้าปกป้องมันหรือ อวี้เหมย? เจ้าส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้มัน ทั้งที่กับข้า... เจ้าไม่เคยพูดจาดีเช่นนี้เลยสักครั้ง!" คำตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ทำให้สหายเฉินถึงกับอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง ส่วนอวี้เหมยเองก็ชะงักงัน นางไม่เคยคิดเลยว่าบุรุษผู้เย่อหยิ่งจองหองและถือดีในศักดิ์ศรีค้ำฟ้าผู้นี้ จะมีมุมที่เอ่ยปากหึงหวงนางราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสาเช่นนี้ บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรำไปตามจังหวะของความรู้สึกที่ซับซ้อน สหายเฉินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบโค้งตัวคำนับลวกๆ "อะ... งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ หมอหลิน ไว้เอกสารส่วนที่เหลือผมค่อยเอามาให้อใหม่วันหลัง!" ว่าแล้วเจ้าหน้าที่หนุ่มก็รีบสาวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากสถานีอนามัยอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย ประตูด้านนอกปิดลงแล้ว ทิ้งให้คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางกลิ่นอายสมุนไพรที่เริ่มจางหาย จ้าวเฟยหรงยังคงยืนนิ่ง ไหล่กว้างตึงเครียด ดวงตาคมปลาบมองตามทิศทางที่ชายหนุ่มคนนั้นเดินจากไป ก่อนจะตวัดกลับมาจ้องมองภรรยาสาวด้วยความไม่พอใจอย่างเปิดเผย "เหตุใดเจ้าจึงต้องไปยิ้มแย้มให้มัน ไอ้มดปลวกไร้ค่าผู้นั้นมีดีอันใด เจ้าเป็นสตรีที่มีสามีแล้วนะอวี้เหมย!" หลินอวี้เหมยถอนหายใจเบาๆ นางกอดอกแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความขบขันปนหมั่นไส้ "ท่านแม่ทัพ... ท่านกำลังหึงหวงข้าอยู่หรือครับ?" คำถามที่ตรงประเด็นราวกับลูกศรปักเข้ากลางใจทำให้จ้าวเฟยหรงชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม ทว่าใบหูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด "เหลวไหล! ข้า... แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เช่นข้าเนี่ยนะจะไปหึงหวงสตรีปากร้ายอย่างเจ้า ข้าแค่รำคาญที่พวกแมลงหวี่แมลงวันมารบกวนเวลาทำงานของสถานีอนามัยก็เท่านั้น!" เขาปฏิเสธเสียงแข็ง สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่รู้ทันของนาง อวี้เหมยมิได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง นางเพียงแต่สาวเท้าเข้าไปใกล้เขาช้าๆ กลิ่นกายสะอาดสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ของนางลอยเข้ามาแตะจมูก ทำให้จ้าวเฟยหรงต้องหันกลับมามองโดยสัญชาตญาณ ทว่า ก่อนที่อวี้เหมยจะได้เอ่ยปากเย้าแหย่เขาต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจของเด็กน้อยเฝ้าไข้ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง "หมอหลินครับ!แย่แล้วครับ! ที่... ที่บ้านพักของท่าน... มีคนบุกรุกเข้าไปรื้อค้นสิ่งของ และพวกเขากำลังเผาเอกสารสำคัญของคุณปู่ท่านทิ้งครับ!" จ้าวเฟยหรงและหลินอวี้เหมยสบตากันทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างของอดีตแม่ทัพอีกครั้งในเสี้ยววินาที ความหึงหวงเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้ผู้ใดก็ตามที่กล้าแตะต้องสิ่งของของภรรยาเขา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%