กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนต้มเคี่ยวจนงวดลอยอวลอยู่ทั่วเรือนไม้หลังน้อยในเขตนิคมอุตสาหกรรมยุคแปดสิบ ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ หลินอวี้เหมยใช้ปลายนิ้วเรียวสวยคีบเข็มเงินเล่มยาวขึ้นมาพินิจภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าด แสงสีส้มสั่นไหวทาบทับดวงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเด็ดขาด นางไม่ได้สนใจเสียงเครื่องจักรกลการเกษตรจากโรงงานด้านนอกที่ดังอึกทึก เพราะสมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดด้วยคราบสีดำคล้ำที่ปลายเข็มเงิน—สารพิษโบราณจากราชสำนักต้าเหลียงที่ถูกส่งผ่านมาทางพัสดุไร้ที่มา
"พิษอู๋กู่... ช่างสรรหาวิธีการที่แยบคายเสียจริง" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง จ้าวเฟยหรงก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตผ้าฝ้ายสีเขียวขี้ม้าตามยุคสมัย แต่ท่วงท่าการเดินและการแบกรับกลิ่นอายอำนาจนั้นยังคงความเป็นแม่ทัพผู้ผ่านสมรภูมิเลือดมาอย่างโชกโชน เขายื่นมือหนาเข้าโอบกอดร่างบางจากด้านหลัง คางแข็งแกร่งเกยลงบนลาดไหล่บอบบาง สัมผัสอุ่นซ่านที่ถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้าช่วยบรรเทาความตึงเครียดในห้องลงได้บ้าง "เจ้ากังวลหรือ, อวี้เหมย"
"ข้าไม่ได้กังวลเรื่องพิษงูพิษแมลงเหล่านี้หรอกครับท่านแม่ทัพ..." หลินอวี้เหมยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมปลาบ นางหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามีผู้ข้ามกาลเวลามาด้วยกัน "แต่ข้ากำลังคิดว่า... มือที่ยื่นเข้ามาในยุคสมัยนี้ เริ่มยาวเกินไปแล้ว"
นับตั้งแต่พวกเขาทะลุมิติจากราชสำนักที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจมาสู่ยุคแปดสิบอันผันผวน ทั้งสองพยายามปรับตัวใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบ หลินอวี้เหมยใช้ความรู้แพทย์แผนปัจจุบันผสมผสานกับตำรับยาโบราณเปิดคลินิกเล็กๆ รักษาชาวบ้าน จนเป็นที่เคารพรัก ส่วนจ้าวเฟยหรงใช้พละกำลังและมันสมองระดับกุนซือเข้ามาช่วยบริหารจัดการโรงงานท้องถิ่นจนกิจการรุ่งเรือง แต่ความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาสำหรับผู้มีสายเลือดแห่งราชวงศ์ที่ถูกเนรเทศ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามรหัสลับที่นัดEหหมายไว้ บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นในทันที จ้าวเฟยหรงส่งสัญญาณมือให้ภรรยาถอยไปด้านหลัง ร่างสูงก้าวไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง ทว่าเบื้องหน้ากลับไม่มีผู้ใดปรากฏกาย มีเพียงกล่องไม้สนแกะสลักลวดลายประณีตแบบโบราณวางอยู่บนพื้น ธรณีประตู มีกระดาษสาพับสามทบเสียบคาไว้ พร้อมกับตราประทับครั่งสีชาดรูปมังกรห้าเล็บ—ตราประทับจากองค์เหนือหัวแห่งต้าเหลียงที่ควรจะสูญสลายไปตามกาลเวลาแล้ว
จ้าวเฟยหรงหยิบกล่องไม้นั้นขึ้นมา หัวใจของยอดแม่ทัพกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำหนักและความคุ้นเคย เขากางกระดาษสาแผ่นนั้นออกภายใต้แสงตะเกียง ตัวอักษรพู่กันจีนที่เขียนด้วยหมึกชาดสีแดงสดปรากฏแก่สายตาคม
*‘ทรราชนอกรีต ขุนศึกผู้ไร้แผ่นดิน... โทษฐานหนีราชอาญา มีพระบรมราชโองการให้ประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร ไม่เว้นแม้แต่หมอหญิงผู้เป็นกบฏต่อแผ่นดิน...’*
เนื้อความในราชโองการลับฉบับนั้นมิได้เขียนขึ้นด้วยกระดาษของยุคแปดสิบ แต่มันคือกระดาษไหมแพรชั้นดีที่เคลือบสารกันความชื้นแบบโบราณ หมายความว่า... หนอนบ่อนไส้จากฝ่ายตรงข้าม ไม่เพียงแต่ข้ามมิติมาได้เช่นเดียวกับพวกเขา แต่ยังใช้อำนาจและเครือข่ายบางอย่างในโลกยุคปัจจุบันเพื่อส่ง "ประกาศิตมรณะ" นี้มาถึงมือพวกเขาโดยตรง!
หลินอวี้เหมยชะโงกหน้าเข้ามาอ่านข้อความในกระดาษ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากเรียวสวย นางแค่นหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างไม่เกรงกลัว "หึ... ถึงกับลงทุนส่งราชโองการข้ามภพข้ามชาติมาเชียวหรือครับ พวกมันคงคิดว่าการที่เรามาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ จะทำให้เรากลายเป็นเสือสิ้นลายกระนั้นสินะ"
"พวกมันประเมินเจ้าและข้าต่ำไป..." จ้าวเฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ดุจพายุหิมะที่กำลังก่อตัวขึ้นในยามวิกาล แววตาดุดันฉายประกายสังหารอันน่าสะพรึงกลัว มือหนาขยำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่ในพริบตา "ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใครหน้าไหนที่กล้าตามมารังควานถึงที่นี่ ข้าจะใช้ดาบเล่มนี้ส่งพวกมันกลับนรกภูมิด้วยมือของตนเอง"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดหนึ่งก็ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่ฝีเท้าของชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเดินที่เป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับทหารฝึกหัด และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... มีเสียงก๊อกแก๊กของกลอนประตูหน้าบ้านที่กำลังถูกใครบางคนพยายามสะเดาะด้วยลวดเหล็กอย่างเงียบเชียบ!
จ้าวเฟยหรงตวัดสายตากลับไปยังประตูด้านหน้าทันที มือหนาเอื้อมไปแตะด้ามมีดสั้นพกพาที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าโดยสัญชาตญาณ หลินอวี้เหมยขยับตัวเข้าประชิดด้านข้าง พร้อมกับซ่อนเข็มพิษอาบยาชาไว้ระหว่างปลายนิ้วทั้งห้า ทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาที—ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใด ความเข้าใจอันลึกซึ้งจากการร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่มานับครั้งไม่ถ้วนทำให้รู้ทันทีว่า ผู้มาเยือนยามวิกาลผู้นี้มิใช่แขกผู้,
และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว กลอนประตูไม้เก่าแก่ก็ดีดผึ่งออก เสียงเอี๊ยดอาร์ดของบานประตูที่ถูกผลักให้เปิดกว้างเผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิท ใบหน้าภายใต้หมวกฮู้ดถูกอำพรางด้วยความมืดมิด ทว่ากลิ่นอายอันคุ้นเคยที่โชยมากับสายลมหนาวกลับทำให้ลมหายใจของสองสามีภรรยาต้องสะดุดกึก—กลิ่นอายของยาพิษตระกูลหลินที่สูญหายไปพร้อมกับการล่มสลายของแคว้นเก่า!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 14
ภัยมืดจากในวัง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!