"ถ้าท่านขยับอีกเพียงนิ้วเดียว คมมีดในมือข้าจะไม่ได้มีไว้แค่กรีดเปิดแผล แต่จะฝังลงไปตัดขั้วหัวใจของท่านให้ขาดสะบั้น ณ บัดนี้!"
เสียงตวาดก้องของหลินอวี้เหมยราวกับสายฟ้าฟาดกลางป่าทึบยามวิกาล ดวงตาคู่คมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวและดุดันจนร่างกำยำของจ้าวเฟยหรงที่พยายามจะฝืนยันกายลุกขึ้นถึงกับชะงักงัน
เลือดสีเข้มหลั่งรินจากบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าท้องของท่านแม่ทัพย้อมผืนหญ้าสีเขียวขจีให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นไอฝนและดินโคลนในยุคทศวรรษที่แปด สภาพแวดล้อมรอบตัวช่างโหดร้ายและบีบคั้น ร่างกายของจ้าวเฟยหรงเริ่มเย็นเฉียบ ชีพจรเต้นอ่อนลงทุกขณะ พิษร้ายจากลูกธนูอาบยาพิษที่เพิ่งถูกดึงออกกำลังกัดกินอวัยวะภายในอย่างรวดเร็ว
แม้ในยามปกติบุรุษผู้นี้จะเป็นดั่งพญาอินทรีผู้กุมอำนาจกองทัพ เยือกเย็น ดุร้าย และไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด ทว่าในยามนี้ยามที่ความตายทาบทับอยู่เบื้องหน้า เขากลับทำได้เพียงมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกล้ำและซับซ้อน
"เจ้า..." จ้าวเฟยหรงเค้นเสียงลอดไรฟัน ริมฝีปากแห้งผากซีดเผือด "ข้า... ยังตายไม่ได้..."
"ถ้าไม่อยากตายก็หุบปากแล้วนอนนิ่งๆ!" หลินอวี้เหมยตวาดกลับทันควัน มือเรียวบางที่เปื้อนคราบเลือดมิได้สั่นเทาแม้แต่น้อย นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ผ่านสมรภูมิความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนในโลกอนาคต กลับต้องมาลงมือผ่าตัดฉุกเฉินท่ามกลางแมกไม้ในยุคที่ไร้ซึ่งเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ มีเพียงชุดเครื่องมือผ่าตัดเหล็กกล้าขนาดพกพาที่นางซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุม และแสงไฟจากคบเพลิงที่ลูกน้องของแม่ทัพช่วยกันถือส่องทางให้ด้วยความหวาดหวั่น
บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจรวยรินของท่านแม่ทัพ และเสียงฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปรายลงมาเพิ่มความกดดัน เหล่าองครักษ์เงาและทหารคนสนิทต่างยืนล้อมวงคุมเชิงด้วยความกระวนกระวายใจ สายตาทุกคู่จดจ้องมองการกระทำของสตรีผู้มาจากต่างมิติราวกับนางเป็นเทพเซียนผู้กุมชะตาชีวิตของแม่ทัพใหญ่
หลินอวี้เหมยไม่สนใจสายตาผู้ใด นางใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าของจ้าวเฟยหรงออกอย่างไร้ความลังเล เผยให้เห็นรอยแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่น่ากลัว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อรอบแผลเริ่มช้ำและมีสีดำคล้ำบ่งบอกถึงฤทธิ์ของพิษที่กระจายตัว
"ความดันต่ำลง ชีพจรเต้นเร็วและเบามาก..." หลินอวี้เหมยพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้น หากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่ถึงเค่อ (สิบห้านาที) ชายผู้นี้คงสิ้นใจคาหัตถ์ของนางอย่างแน่นอน
นางหยิบขวดแก้วบรรจุสารละลายล้างแผลและเข็มฉีดยาออกมาจากย่ามยุทโปรก ขยับมืออย่างคล่องแคล่วและแม่นยำดั่งหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ ท่าทางที่เด็ดเดี่ยวและเป็นมืออาชีพนี้ทำให้เหล่าทหารที่ยืนมองอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความทึ่ง
"พวกเจ้า... ถือคบเพลิงให้มั่น หากใครมือสั่นจนแสงเงาบังตาแผลของเขา ข้าจะสับหัวมันผู้นั้นแทนการรักษา!" หลินอวี้เหมยออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจนทหารหนุ่มที่ถือคบเพลิงอยู่ถึงกับสะดุ้งรีบเกร็งแขนแน่นขึ้นทันที
จ้าวเฟยหรงที่นอนอยู่เบื้องล่าง เงยหน้าขึ้นมองสตรีที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย แววตาที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งยากจะหยั่งถึง ในห้วงคำนึงของบุรุษผู้ผ่านการฆ่าฟันมาทั้งชีวิต ไม่เคยมีสตรีใดกล้าออกคำสั่งกับเขาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและองอาจเช่นนี้มาก่อน นางไม่ได้หวาดกลัวอำนาจของเขาเลยแม้แต่น้อย กลับมองเขาเป็นเพียง "คนไข้" ที่นางต้องช่วยชีวิตให้ได้เท่านั้น
"เจ้านี่... ช่างอาจหาญนัก..." จ้าวเฟยหรงฝืนเค้นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่ความเจ็บปวดจากการขยับตัวก็ทำให้เขาต้องนิหน้าซีด
"หากท่านยังพูดมาก ข้าจะเย็บปากท่านติดกันเสียตอนนี้เลยท่านแม่ทัพ!" หลินอวี้เหมยตวัดสายตาคมกริบดั่งคมดาบมามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงจดจ่อกับการผ่าตัดต่อ "อดทนหน่อย ข้ากำลังจะเริ่มกรีดเปิดเนื้อเยื่อเพื่อคว้านเอาลิ่มเลือดและพิษที่ตกค้างออก มันจะเจ็บเจียนตาย แต่ถ้าท่านไม่อยากลงไปนอนใต้หลุมศพ ก็จัดการกัดฟันแล้วรับมันซะ!"
สิ้นคำพูดของนาง ปลายมีดผ่าตัดคมกริบก็จรดลงบนผิวหนังบริเวณหน้าท้องของแม่ทัพหนุ่มทันที
*ฉึก!*
ร่างของจ้าวเฟยหรงเกร็งกระตุกขึ้นมาทันทีตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด กล้ามเนื้อหน้าท้องนูนเกร็งขึ้นอย่างรุนแรง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ทว่าเขากลับไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอดออกมาจากลำปาก มีเพียงมือหนาที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เล็บจิกเข้ากับพื้นดินจนดินทรายหลุดร่อน ดวงตาคมดุจพญาอินทรีจ้องมองใบหน้าของหลินอวี้เหมยที่ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย นางมีสมาธิแน่วแน่ มือข้างหนึ่งถือคดมีดกรีดลึกลงไปอย่างแม่นยำ ส่วนมืออีกข้างคีบซับเลือดอย่างรวดเร็วราวกับร่ายรำอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานราบนานนับปี ในความรู้สึกของทุกคนที่ยืนล้อมรอบ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดหลินอวี้เหมยก็ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ นางวางเครื่องมือลงในถาดสแตนเลสเสียงดังกระทบกันกริ๊ง
"เรียบร้อย..." หลินอวี้เหมยปาดเหงื่อที่ผากด้วยหลังมือ ลมหายใจของนางหอบถี่เล็กน้อยเนื่องจากความเหนื่อยล้าทางกายและจิตใจ "พิษถูกล้างออกหมดแล้ว บาดแผลถูกเย็บปิดด้วยเทคนิคพิเศษ ท่านแม่ทัพ... ท่านรอดตายแล้ว"
จ้าวเฟยหรงนอนแผ่หลาลงบนพื้นหญ้า ลมหายใจของเขาค่อยๆ กลับมาสม่ำเสมอและลึกยาวขึ้น สีหน้าที่เคยซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดกลับมาบ้าง ความเจ็บปวดทุเลาลงเหลือเพียงความระบม เขากวาดสายตามองสตรีที่นั่งทรุดตัวลงข้างกายด้วยความอ่อนเพลีย
นางช่วยชีวิตเขา... อีกครั้งแล้ว
บรรยากาศรอบตัวกำลังจะผ่อนคลายลง ทหารกล้าเริ่มส่งเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากและเสียงโลหะกระทบกันอย่างเกรียวกราวก็ดังแหวกความเงียบสงบของผืนป่าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ทหารคนสนิทของจ้าวเฟยหรงหน้าถอดสี รีบพุ่งเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านแม่ทัพ! ไม่ดีแล้วครับ! กองกำลังทหารลับจากสำนักตรวจสอบราชสำนัก... ตามรอยเรามาเจอแล้ว พวกมันกำลังปิดล้อมทางออกทุกด้าน!"
หลินอวี้เหมยขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองหน้าจ้าวเฟยหรงที่เพิ่งฟื้นคืนสติจากการผ่าตัดสดๆ ร้อนๆ แววตาดุดันของแม่ทัพหนุ่มกลับมาเปล่งประกายความเย็นยะเยือกอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว ลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงปักลงที่ต้นไม้ข้างตัวหลินอวี้เหมยอย่างเฉียดฉิว!
พร้อมกันนั้น เสียงหัวoเราะเยียบเย็นของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า "ฮ่าๆๆๆ... ท่านแม่ทัพจ้าว บาดเจ็บปางตายกลางป่าเช่นนี้ ดูท่า... วันนี้คงเป็นวันตายของท่านและหมอเถื่อนข้างกายท่านเสียแล้วกระมัง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 15
ผ่าตัดฉุกเฉินกลางป่า
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!