ควันสีขาวจางๆ ที่ลอยระเรื่อขึ้นมาจากซอกเสาไม้เนื้อแข็ง ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนคล้ายกลิ่นเกสรดอกท้อปนกลิ่นอับชื้นของดินหลังฝน ทว่าในสัญชาตญาณของศัลยแพทย์ผู้ผ่านสมรภูมิความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน กลิ่นนี้กลับแฝงไว้ด้วยฤทธิ์กดประสาทที่รุนแรงยิ่งกว่าคมมีดอาบยาพิษ
หลินอวี้เหมยไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี นางเพียงหรี่ตาลงเล็กน้อย ปล่อยให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัว ดุจพยัคฆ์สาวที่กำลังจ้องมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขัง มือเรียวบางภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสไตล์ยุค 80 แสร้งทำเป็นเอื้อมไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบรสชาติขมปร่า ทว่าสายตากลับกวาดมองผ่านเงาสลัวของห้องรับรองเพื่อคำนวณระยะการหลบกระสุนและจุดอับสายตา
"เจ้ากล้าดียังไงถึงเข้ามาในอาณาเขตของข้า..." เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดขยี้ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟยหรง ท่านแม่ทัพผู้กุมอำนาจกองทัพหาได้สะดุ้งสะเทือนต่อกลิ่นประหลาดนั้นไม่ เขากลับสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางด้วยความเร็วปานสายฟ้า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนางเพื่อดึงให้หลุดพ้นจากรัศมีของควันพิษ ทว่าดวงตาคมกริบกลับฉายแววห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันอย่างมิดชิด
"ปล่อยก่อนเถอะครับท่านแม่ทัพ..." อวี้เหมยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามั่นคง นางไม่ได้สะดุ้งตกใจตามที่เขาคาดคิด กลับใช้มืออีกข้างควักเข็มเงินขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างไร้เสียง ปักลงบนจุดชีพจรที่ต้นคอของตนเองอย่างแม่นยำเพื่อสกัดกั้นการดูดซึมของสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด "ถ้าท่านยังเอาแต่ใช้กำลังดึงรั้งข้า เกรงว่าคนที่นอนอยู่ด้านนอกตลาดป่านนี้คงสิ้นใจไปก่อนที่ท่านจะได้คำตอบเรื่องกบฏชายแดนแล้วกระมังครับ"
จ้าวเฟยหรงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกลงไปในดวงตานิ่งสงบของสตรีตรงหน้า เขาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทายในถิ่นของตนเองถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง สตรีผู้นี้... ไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัวอำนาจของเขา นางยังมองทะลุปรุโปร่งถึงสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้าได้อย่างรวดเร็วดั่งปีศาจ
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร เรื่องที่ตลาด..." เสียงของแม่ทัพหนุ่มเหี้ยมเกรียมลงถนัดตา
"รองแม่ทัพหลี่กำลังจะตายด้วยอาการหลอดลมตีบเฉียบพลันจากการแพ้อาหาร หรือไม่ก็ฤทธิ์ยาพิษชนิดเดียวกันกับที่พวกมันกำลังใช้ลองเชิงท่านอยู่ในตอนนี้" อวี้เหมยสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุม นางก้าวฉับๆ ไปที่ประตูไม้เก่าคร่ำครึ "ถ้าท่านยังอยากได้เบาะแสสำคัญจากปากเขา ก็จงเดินตามหมอเถื่อนคนนี้มาซะดีๆ ครับท่านแม่ทัพ!"
บรรยากาศยามบ่าย ณ ตลาดกลางเมืองในยุค 80 ที่ควรจะคึกคักไปด้วยเสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเร่ขายสินค้า กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลอลหม่าน ฝูงชนเบียดเสียดกันมุงดูเหตุการณ์ตรงหน้าแผงขายสมุนไพรเก่าๆ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดนายทหารยศสูงนอนดิ่งแน่นิ่งอยู่บนพื้นริมถนน ใบหน้าเขียวคล้ำ ริมฝีปากม่วงช้ำ ลมหายใจรดรินแผ่วเบาดั่งสายลมที่กำลังจะดับสูญ
"หลีกทางหน่อยครับ! หมอมาแล้ว!"
หลินอวี้เหมยตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่เด็ดขาดจนฝูงชนที่กำลังแตกตื่นถึงกับยอมถอยร่นเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ นางทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นฝุ่นคลุ้ง ไม่สนใจว่ากางเกงตัวเก่งจะเปื้อนเปรอะ สายตาดุดั่งเหยี่ยวหาดกวาดสำรวจอาการของผู้ป่วยในเสี้ยววินาที
"ชีพจรเต้นอ่อนมาก ความดันโลหิตตกวูบ ทางเดินหายใจบวมเป่งจนปิดสนิท..." อวี้เหมยพึมพำกับตัวเองด้วยศัพท์แสงการแพทย์ที่คนยุคนี้ไม่มีทางเข้าใจ มือเรียวเปิดกระเป๋าผ้าใบเก่าออกเผยให้เห็นอุปกรณ์การแพทย์สเตนเลสเงางามแปลกตาที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
"เจ้า... เจ้าจะทำอะไรสหายของข้า!" นายทหารติดตามผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าแขนของนางด้วยความตื่นตระหนก
*เปรี้ยะ!*
เสียงกระบี่หนักอึ้งถูกตวัดมากั้นกลางระหว่างนายทหารผู้นั้นกับร่างของหมอสาว จ้าวเฟยหรงก้าวมายืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังนาง ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตออกมารอบทิศทางจนผู้คนรอบข้างต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองฝูงชนด้วยความเย็นชา
"ใครบังaาญแตะต้องนาง... ข้าจะตัดมือนั้นเสีย" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดราวน้ำแข็งขั้วโลก ทำให้ทหารนายนั้นถึงกับหน้าซีดเผือดคุกเข่าลงทันที
อวี้เหมยเหลือบสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เย่อหยิ่งที่ยืนหยัดปกป้องนางท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อย หัวใจที่ด้านชามานานในโลกอันโหดร้ายกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมาสู่ภารกิจเบื้องหน้า เวลาเหลือไม่ถึงสองนาทีแล้ว!
"ท่านแม่ทัพ กันคนออกไปให้หมด อย่าให้ใครเข้ามาในรัศมีสามเมตร!" อวี้เหมยออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับผู้บัญชาการสนามรบ และที่น่าแปลกคือ จ้าวเฟยหรงยอมปฏิบัติตามอย่างไม่มีข้อแม้ เขากวาดสายตาดุร้ายไล่ฝูงชนให้ออกห่างทันที
นิ้วเรียวบางดึงเข็มฉีดยาบรรจุอะดรีนาลีนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปลดกระดุมเสื้อทหารของรองแม่ทัพหลี่ออกเผยให้เห็นแผงอกกว้าง นางเล็งไปที่จุดฉีดกล้ามเนื้อหัวใจอย่างแม่นยำไร้ความลังเล *ฉึบ!* แรงกดของเข็มทะลุผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ตามด้วยการเตรียมอุปกรณ์เปิดทางเดินหายใจฉุกเฉินที่นางประดิษฐ์ขึ้นเอง
ฝูงชนต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจเมื่อเห็นแท่งโลหะประหลาดถูกปักลงบนตัวคน ทว่าผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเดียว...
"แค่ก!... แค่กๆๆ!"
ร่างที่นอนแน่นิ่งราวกับคนตายไปแล้วเมื่อครู่ กลับสำลักอากาศเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกโพลงขึ้นด้วยความทรมานก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ สีหน้าที่เขียวคล้ำค่อยๆ กลับมามีเลือดฝาดขึ้นทีละน้อย รองแม่ทัพหลี่รอดพ้นจากความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน!
"สำเร็จ..." อวี้เหมยถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางเก็บอุปกรณ์เข้ากระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับจ้าวเฟยหรงที่กำลังมองนางด้วยแววตาที่ล้ำลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงชั่วขณะนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ เย็นเยียบราวกับเสียงของงูพิษก็ดังขึ้นมาจากตรอกมืดฝั่งตรงข้าม
"ช่างเป็นฝีมือการรักษาที่น่าทึ่งเสียจริง... ท่านหมอหลิน"
เงาร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้ปีกหมวกปีกกว้าง รอยยิ้มเหยียดยิ้มที่มุมปากส่งตรงมายังพวกเขาอย่างเย้ยหยัน และในวินาทีนั้นเอง ที่ปลายกระบอกปืนสั้นโบราณถูกชี้ตรงมาที่กลางหน้าอกของจ้าวเฟยหรงโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว!
"ท่านแม่ทัพ ระวัง!"
*ปัง!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงกรีดร้องของฝูงชนในตลาดจนสิ้นซาก...
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80!•ตอนที่ 8
เมื่อหมอเถื่อนเปิดตัว
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพคะ... อย่ามาดื้อกับหมอเถื่อนยุค 80! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!