“ข้าบอกเจ้าแล้วไงเอลริค... ว่าอย่าเอาปุ๋ยคอกที่ยังหมักไม่ได้ที่มาโรยหน้าดินแบบนั้น มันจะทำให้รากของต้นมะเขือเทศเทศราชินีพุพอง!”
เสียงของผมดังก้องไปทั่วแปลงผัก แต่ทว่าความสงบสุขที่ควรจะเป็นกลับถูกแทนที่ด้วยแรงกดอากาศมหาศาลที่จู่ๆ ก็กดทับลงมาจนอากาศรอบตัวหนาแน่นดั่งแก้วที่กำลังจะแตกกระจาย เอลริค ราชาปีศาจผู้กำลังถือพลั่วในมือชะงักกึก สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความหงุดหงิดเรื่องปุ๋ยอีกต่อไป แต่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“เซน... หมอบลง!”
เอลริคคำราม แต่ช้าเกินไป
ประกายแสงสีเงินวาววับแหวกผ่านอากาศข้างหูผมไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นอายของโลหะอาบยาพิษโชยมาแตะจมูก มันคือใบมีดสั้นที่ถูกซัดออกมาด้วยความเร็วเหนือเสียงจากเงามืดหลังโรงเก็บอุปกรณ์การเกษตร
*ฟึ่บ!*
เสียงตัดผ่านอากาศดังสนั่นตามมาด้วยแรงปะทะที่สั่นสะเทือนพื้นดินใต้เท้าผม แต่ผมไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือร่างสีขาวโพลนของ ‘โบนี่’ ที่พุ่งเข้ามาขวางหน้าผมไว้ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าโครงกระดูกไร้สติปัญญาจะทำได้ มือกระดูกนิ้วยาวของมันคว้าเข้าที่ด้ามมีดสั้นเล่มนั้นกลางอากาศ ก่อนที่ใบมีดจะฝังลึกลงในกะโหลกของมันจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว
“โบนี่!” ผมอุทาน เสียงสั่นด้วยความตกใจ
โบนี่ในผ้ากันเปื้อนสีชมพูตัวเก่งที่เลอะคราบปุ๋ย ไม่แม้แต่จะสั่นไหว มันค่อยๆ หันใบหน้ากะโหลกที่ถูกเสียบด้วยมีดมาทางผม ดวงตาสีฟ้าจางในเบ้าตาว่างเปล่าสั่นไหวน้อยๆ ราวกับกำลังสื่อสารอะไรบางอย่าง ก่อนที่มันจะดึงมีดเล่มนั้นออกด้วยมือเปล่าแล้วก้าวเท้าสั้นๆ ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
เงามืดที่ซ่อนตัวอยู่หลังโรงเก็บคายความจริงออกมา มันคือกลุ่มนักฆ่าในชุดคลุมสีเทาหม่นที่กลมกลืนไปกับดิน พวกมันไม่ใช่ NPC ทั่วไป แต่คือฝีมือของพวกผู้เล่นระดับท็อปที่จ้างวานมาเพื่อ ‘ลบชื่อ’ ของผมออกจากเซิร์ฟเวอร์นี้ให้ได้
“เป้าหมายขัดขืน... จัดการไอ้โครงกระดูกนั่นทิ้งซะ แล้วเอาหัวไอ้เนโครแมนเซอร์บ้านั่นมา!” หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าสั่งการ เสียงของมันเย็นเยียบและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
นักฆ่าสามคนพุ่งตัวออกมาจากเงามืดราวกับหมาป่าหิวโหย มีดสั้นในมือของพวกมันฉาบไปด้วยไอสีม่วงของพิษอัมพาต โบนี่กางแขนออกปกป้องผมอย่างเต็มที่ ผ้ากันเปื้อนสีชมพูที่มันใส่อยู่ดูขัดกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้อย่างสิ้นเชิง แต่นี่คือวินาทีที่ผมประจักษ์ว่า สิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อแค่ช่วยถอนวัชพืชนั้น... มีจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่กว่าใคร
โบนี่พุ่งเข้าปะทะกับนักฆ่าคนแรก มันใช้จังหวะที่เหนือกว่าด้วยร่างกายที่ปราศจากความรู้สึก คว้าข้อมือของนักฆ่าคนนั้นแล้วหักกระดูกข้อมืออย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังเปาะ ก่อนจะหมุนตัวใช้สันหมัดกระดูกกระแทกเข้าที่ขมับจนอีกฝ่ายร่วงลงไปกองกับพื้น
“ขยันขันแข็ง... และซื่อสัตย์เกินไปแล้วนะเจ้าโบนี่” ผมพึมพำขณะหยิบถุงเมล็ดพันธุ์พืชเวทมนตร์ขึ้นมาในมือ เอลริคที่ยืนอยู่ข้างๆ กัดฟันแน่นก่อนจะก้าวออกมาข้างหน้า
“เจ้าไม่ต้องลงมือหรอกเซน... เรื่องทำสวนเป็นหน้าที่ของเจ้า แต่เรื่องกำจัดขยะพวกนี้ ให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ” เอลริคกล่าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกดไว้ เขาไม่ใช่แค่ราชาปีศาจผู้ทะเยอทะยานอีกต่อไป ในเวลานี้เขาดูเหมือนพันธมิตรที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่มาแตะต้องฟาร์มของเขา
ทว่า ในขณะที่โบนี่กำลังจะเผด็จศึกนักฆ่าคนที่สอง โบนี่ก็ชะงักกึก กระดูกซี่โครงของมันเริ่มมีรอยร้าวมากขึ้นจากการปะทะครั้งก่อน มีดสั้นเล่มที่สองของนักฆ่าอีกลอบแทงเข้าที่กลางหลังของมันจนทะลุออกมาด้านหน้า
โบนี่ล้มลง... แต่ทว่าวินาทีที่ร่างนั้นสัมผัสพื้น มันกลับพยายามยันกายขึ้นมาอย่างทุลักทุเล มือกระดูกที่สั่นเทาพยายามคว้าผ้ากันเปื้อนสีชมพูที่เปื้อนเลือดสีดำของมันเองไว้แน่น ราวกับว่านั่นคือสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในโลก
“โบนี่!” ผมตะโกนลั่น
นักฆ่าคนสุดท้ายเงื้อมีดเตรียมจะปลิดชีพโบนี่ที่ไร้ทางสู้ แต่ทันใดนั้น แสงสีทองประกายสว่างวาบขึ้นมาจากพื้นดินรอบๆ ฟาร์ม เส้นใยของพืชเวทมนตร์ที่ผมปลูกไว้ดูเหมือนจะรับรู้ถึงความโกรธของผม พวกมันเรืองแสงและพุ่งตัวขึ้นมาจากดินพันธนาการนักฆ่าทุกคนไว้จนขยับไม่ได้
ผมก้าวเดินผ่านเอลริคไป สายตาจับจ้องไปที่โบนี่ที่ยังคงพยายามคลานมาหาผมแม้ร่างจะแทบแตกสลาย ผมหยิบขวดน้ำยาฟื้นฟูระดับสูงสุดออกมา แต่ก่อนที่ผมจะถึงตัวมัน นักฆ่าคนที่ถูกพันธนาการไว้ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“แกคิดว่าพวกเรามาแค่กลุ่มเดียวงั้นเหรอ เนโครแมนเซอร์?”
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือฟาร์มก็มืดมิดลง กองทัพมอนสเตอร์ระดับสูงหลายร้อยตัวปรากฏตัวขึ้นจากการวาร์ปผ่านมิติที่ผิดปกติ พวกมันไม่ได้พุ่งตรงมาที่ผม แต่พุ่งตรงไปที่ ‘หัวใจของฟาร์ม’ ซึ่งก็คือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ผมเพิ่งปลูกไปเมื่อวานนี้
โบนี่ที่แทบจะหมดแรงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของมันหันไปมองต้นไม้ต้นนั้น สลับกับมองผม ก่อนที่ร่างของมันจะเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าเข้มออกมาอย่างผิดปกติ แสงนั้นรุนแรงจนผมต้องยกมือขึ้นบังตา
มันไม่ได้แค่ปกป้องผม แต่มันกำลังดึงพลังงานทั้งหมดในตัวมันออกมาเพื่อทำบางอย่าง... บางอย่างที่เปลี่ยนกฎของเกมนี้ไปตลอดกาล
"อย่าโบนี่! ร่างกายเจ้าทนไม่ไหวหรอก!" ผมตะโกนสุดเสียง แต่มันไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 31 นี้ด้วยกันนะครับ เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 31
โบนี่ผู้กล้าหาญ
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!