"หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าพวกต้นไม้เวรตะไล! นั่นมือขวาข้า... ไม่ใช่ปุ๋ยหมัก!"
ผมตะโกนก้อง เสียงของผมสั่นพร่าด้วยความตกใจมากกว่าโกรธเคือง ภาพตรงหน้าคือโบนี่ โครงกระดูกผู้ซื่อสัตย์ในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูที่ดูขัดกับสถานการณ์ ถูกกิ่งไม้หนาเตอะของต้น 'วิลโลว์กระหายเลือด' พันธนาการจนกระดูกซี่โครงเริ่มส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบราวกับกิ่งไม้แห้งที่กำลังจะหัก
โบนี่ไม่ได้ตอบโต้ มันเพียงแค่ยืนนิ่งงัน ดวงตาสีฟ้าจางในเบ้าตาว่างเปล่าหันมามองผมเชิงขอความช่วยเหลือ ก่อนจะขยับมือที่ว่างอยู่ชี้ไปยังเงาร่างที่ยืนอยู่ตรงปากทางเข้าสวน
นั่นคือ เอลริค ราชาปีศาจผู้ทะเยอทะยาน... ที่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากขอทานชั้นต่ำ
"เจ้า... เจ้าจอมมารสติเฟื่อง!" ผมคำราม ลืมตัวไปชั่วขณะว่าเป้าหมายหลักของผมคือการรดน้ำผักกาดหอม ไม่ใช่การรับมือกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ "ถ้าเจ้าไม่หยุดไอ้ต้นไม้บ้านี่เดี๋ยวนี้ ข้าจะเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นส่วนประกอบของปุ๋ยคอกหมักรุ่นถัดไปแทนแกลบข้าวสาลีแน่!"
เอลริคยกมือขึ้นทั้งสองข้าง ใบหน้าของเขาซีดเผือดผิดกับฉายาผู้ครองโลกปีศาจ "ใจเย็นก่อนเซน! ข้า... ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย! ข้าแค่เดินผ่านสวนมาแล้วต้นไม้พวกนี้มันก็คลั่งขึ้นมาเอง! เจ้าไปใส่อะไรในดินของเจ้ากันแน่?"
คำพูดนั้นทำให้ผมชะงัก สายตาเหลือบไปมองพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังงานเนโครแมนซี่เข้มข้นที่ผมผสมเองกับมือ มันคือสูตรพิเศษที่เน้นให้พืช 'แข็งแกร่ง' แต่ผมลืมคำนวณไปว่า 'แข็งแกร่ง' ในพจนานุกรมของเนโครแมนเซอร์นั้นอาจหมายถึงความหิวโหยที่ไม่สิ้นสุด
"โบนี่ อดทนไว้!" ผมหยิบขวดน้ำยาที่ผสมจากน้ำมนต์เจือจางกับสารสกัดจากรากปีศาจขึ้นมา ก่อนจะสาดมันลงบนรากของวิลโลว์อย่างแม่นยำ
*ฉ่า...*
เสียงของเหลวสัมผัสเนื้อไม้ดังสนั่น ต้นวิลโลว์สะดุ้งสุดตัว กิ่งก้านที่รัดร่างโบนี่คลายออกทันที โบนี่ร่วงลงมากองกับพื้นพร้อมกับจัดผ้ากันเปื้อนสีชมพูให้เข้าที่อย่างใจเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหยิบจอบขึ้นมาจดจ้องมองเอลริคด้วยสายตาอาฆาต
"เจ้ามาทำไม?" ผมลดระดับเสียงลง แม้ความโกรธจะจางไปบ้าง แต่ความหวาดระแวงยังคงอยู่
เอลริคปัดฝุ่นออกจากชุดคลุมสีดำที่ขาดรุ่งริ่ง "ข้าไม่ได้มาเพื่อยึดครองฟาร์ม... อย่างน้อยก็ในวันนี้ ข้ามาเพื่อเตือน เจ้าคงไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เจ้าปลูกในสวนนี้ มันไม่ใช่แค่พืชพรรณธรรมดาๆ อีกต่อไปแล้ว กลิ่นอายของพวกมันกำลังดึงดูด 'ผู้ล่า' ที่น่ารังเกียจจากชั้นลึกสุดของดันเจี้ยนมา"
ผมมองไปรอบๆ สวนที่เขียวขจีอย่างน่าประหลาด ต้นไม้หลายชนิดขยับกิ่งก้านตามจังหวะการเดินของผม พวกมันไม่ได้ดูน่ากลัว แต่มันดู 'รอคอย' ราวกับสุนัขที่รอคอยเจ้าของกลับบ้าน ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ออกมาจากต้นอ่อนที่อยู่ใกล้ที่สุด มันไม่ได้มีเจตนาสังหาร แต่มันมีความ 'หวงถิ่น' อย่างรุนแรง
"ผู้ล่า?" ผมเลิกคิ้ว "ที่นี่คือฟาร์มของข้า ใครก็ตามที่กล้าเหยียบเข้ามาทำลายพืชผักของข้า ต่อให้เป็นปีศาจระดับไฮเอนด์ ข้าก็พร้อมจะฝังมันลงไปเป็นปุ๋ย"
เอลริคยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ "งั้นรึ? งั้นเจ้าก็คงไม่สนใจสินะ ถ้าข้าจะบอกว่า 'ผลึกเนโคร' ที่เจ้าฝังไว้ใต้แปลงผักกำลังส่องแสงเรียกพวกมันมา? ไม่ใช่ในฐานะศัตรู... แต่ในฐานะ 'อาหาร' ของพวกมัน"
คำพูดของเขาหยุดกึกอยู่ในใจผม ผมหันไปมองต้นวิลโลว์ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว แต่ใบไม้ของมันกลับสั่นไหวอย่างผิดจังหวะ ราวกับกำลังสื่อสารกับใครบางคนที่อยู่ไกลออกไป
"เจ้าจะบอกว่า สวนของข้าคือกับดักงั้นรึ?" ผมถามเสียงเย็น
"ไม่ใช่กับดักเซน... แต่มันคือ 'รัง' ที่กำลังจะฟักตัว" เอลริคเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอปีศาจจางๆ "เจ้าไม่ได้ปลูกผัก แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของจุดจบของดันเจี้ยนชั้นนี้ต่างหาก และข้าพนันได้เลยว่า... ทันทีที่จันทร์เต็มดวงขึ้น พืชของเจ้าจะไม่ได้กินแค่ปุ๋ยอีกต่อไป"
ในวินาทีนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของพวกเราเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ต้นวิลโลว์ที่เคยหยุดนิ่งกลับชูยอดสูงขึ้นฟ้า กิ่งก้านของมันพุ่งเข้าใส่กำแพงสวนราวกับจะทำลายอาณาเขตที่กั้นมันไว้ และจากรูโหว่ของกำแพงที่แตกออก แสงสีม่วงประหลาดก็พุ่งผ่านเข้ามา
ผมหันไปหาโบนี่ มันยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันทีที่แสงนั้นสัมผัสตัว ก่อนที่มันจะหันขวับมาทางผมพร้อมกับยกจอบขึ้นเหนือหัวด้วยท่าทีที่พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า... รวมถึงผมด้วย
"โบนี่! เจ้าทำอะไรของเจ้า!" ผมตะโกนลั่น
โบนี่ไม่ตอบ มันเพียงแค่ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอที่แห้งผาก ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เอลริคด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า แต่ทว่า... ก่อนที่จอบของโบนี่จะถึงตัวราชาปีศาจ เงาดำขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุสวนเข้ามาจากด้านหลังของผม มันไม่ใช่พืช และไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ผมเคยเจอ
มันคือมือ... มือขนาดยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยเปลือกไม้และรากแก้วที่ดูคล้ายกระดูกมนุษย์ มันคว้าตัวผมไว้ในกำมือแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะลากผมลงสู่ใต้ดินที่กำลังแยกออกเป็นรอยแยกกว้าง
"เซน!" เสียงของเอลริคดังแว่วเข้ามาขณะที่ร่างของผมถูกดึงลงสู่ความมืดมิด
สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนจะหลุดเข้าไปในความว่างเปล่า คือดวงตานับร้อยคู่ที่ลืมขึ้นในดินโคลน... ดวงตาที่ดูเหมือนของผมไม่มีผิดเพี้ยน
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการผจญภัยของเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดในฟาร์มสุดป่วนแห่งนี้เสมอมานะครับ
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 33
ป่าผีดิบที่สวยงาม
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!