"ถ้าพวกท่านยังดึงดันจะใช้เวทมนตร์ธาตุไฟจุดเตาเผาถ่านเวทมนตร์ของข้าอีกรอบ ข้าจะส่งโครงกระดูกไปแทะรองเท้าหนังของพวกท่านทีละข้างจนกว่าจะออกจากเขตฟาร์ม... ตกลงตามนี้นะครับ"
น้ำเสียงของเซนราบเรียบราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าแววตาสีเข้มภายใต้ปีกหมวกฟางกลับเยียบเย็นเสียจนผู้เล่นสายนักรบระดับสูงสามคนที่ยืนหน้าซีดเผือดถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวพลังเนโครแมนเซอร์ระดับตำนานที่เซนซุกซ่อนไว้ แต่พวกเขากลัว 'โบนี่'—โครงกระดูกสวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูสุดสะพรึงที่กำลังถือเลื่อยโซ่ยนต์เวทมนตร์ยืนลับคมอยู่ข้างกองฟางด้วยท่าทางกระตือรือร้นเกินเหตุ
บรรยากาศรอบโรงนาขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความตึงเครียดปนกลิ่นไอดินและมูลค้างคาวหมัก ผู้เล่นนับร้อยชีวิตจากหลากหลายกิลด์กำลังยืนออกันแน่นขนัด พื้นที่สีเขียวขจีที่เคยใช้ปลูกแครอทวิเศษบัดนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องประชุมกลางแจ้งชั่วคราว ป้ายไม้สนแกะสลักลวกๆ ด้วยลายมือโย้เย้ว่า 'สมาคมสหกรณ์การเกษตรแห่งดินแดนไร้พ่าย' ถูกปักไว้เด่นเป็นสง่าท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของผู้เล่นสายต่อสู้ที่ยอมละทิ้งดาบและโล่ มาถือจอบและเสียมด้วยความจำยอม
"ท่านเซน... คือว่านะ" กิลด์มาสเตอร์ของกิลด์โล่เหล็ก นามว่า 'บารอน' ผู้มีฉายาว่าขุนศึกไร้พ่าย ขยับแว่นตาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวที่มีโครงกระดูกยักษ์คอยคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง "พวกเราแค่อยากจะขอร่วมปาร์ตี้ลงดันเจี้ยนระดับ S เพื่อหาแร่เหล็กมายกระดับอาวุธ... ทำไมท่านถึงบังคับให้พวกเราต้องสอบใบประกาศนียบัตรผู้เชี่ยวชาญการกำจัดวัชพืชระดับสามก่อนล่ะครับ?"
เซนถอนหายใจยาวนาน เขาถอดถุงมือหนังที่เปื้อนคราบปุ๋ยหมักออกอย่างใจเย็น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ราชาปีศาจเอลริค—ซึ่งตอนนี้สวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้และกำลังแบกถังน้ำรดแปลงมะเขือเทศ—เพิ่งลากมาให้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง
"ท่านบารอนครับ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงแรงกดดันมหาศาล "ท่านคิดว่ามอนสเตอร์ระดับ S ในดันเจี้ยนนั้นน่ากลัวกว่าหนอนเจาะรากแครอทรึเปล่า? พวกท่านถือดาบราคาแพงลิบลิ่วเข้าไปฟันมอนสเตอร์จนตายหะ... จนหมดสภาพ แต่พอมันตาย ร่างของมันก็เน่าเปื่อยอย่างไร้ค่า ไม่มีใครรู้จักเอาซากมาทำปุ๋ยอินทรีย์ปล่อยให้เสียของ นั่นคือการทำลายระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจในเกมอย่างมหันต์! หากท่านต้องการพันธมิตรกับฟาร์มของผม ท่านต้องเรียนรู้การเคารพ 'วัฏจักรแห่งดิน' เสียก่อน"
เอลริคที่ยืนถือบัวรดน้ำอยู่ข้างๆ แอบพึมพำลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น "เจ้านี่มันบ้า... เอาจอมมารมาเป็นทาสรดน้ำต้นไม้ยังไม่พอ ยังจะตั้งลัทธิชาวนาประสาทกินนี่อีก..."
เซนเหลือบสายตาไปมองเพียงนิดเดียว เอลริคก็รีบหุบปากทันทีแล้วแกล้งทำเป็นฮัมเพลงกล่อมต้นกล้าหัวหอมอย่างขยันขันแข็ง
การก่อตั้งสมาคมเกษตรกรในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการที่ระบบเกมออนไลน์อัปเดตแพทช์ใหญ่ 'สงครามอาหารและอาณาจักร' ส่งผลให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรพุ่งสูงขึ้นจนกิลด์ใหญ่ๆ เริ่มขาดแคลนเสบียงจนไม่สามารถลงดันเจี้ยนต่อได้ ทางเลือกเดียวของเหล่าผู้เล่นกระหายการต่อสู้จึงมีเพียงการมา 'สยบแทบเท้า' เนโครแมนเซอร์ผู้ครองผืนดินผืนนี้เพื่อขอซื้อเมล็ดพันธุ์และเรียนรู้วิชาการทำนา
"เอาล่ะ" เซนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากวาดสายตามองฝูงชนนับร้อยที่เงียบกริบ "กฎของการเข้าร่วมสมาคมมีอยู่สามข้อ... ข้อแรก ห้ามใช้เวทมนตร์ทำลายหน้าดิน ข้อสอง ผลผลิตทุกชิ้นต้องแบ่งให้ฟาร์มสัดส่วนหกต่อสี่ และข้อที่สาม..."
เซนเว้นจังหวะไว้ครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากดูอบอุ่นแต่ทำเอาสันหลังของทุกคนเยือกเย็น
"หากใครแอบอัปเกรดสกิลโจมตีโดยไม่ขออนุญาต ผมจะให้โบนี่แต่งงานกับพวกท่าน... ในยามค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์"
สิ้นคำพูดนั้น โบนี่ก็ส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าในลำคอ *'กุ๊กกั๊กๆ'* พร้อมกับชูแหวนแต่งงานที่ทำจากกระดูกนิ้วก้อยขึ้นมาโชว์ สร้างความสยดสยองให้แก่เหล่าผู้เล่นชายฉกรรจ์จนบางคนถึงกับหน้าซีดเผือดอยากจะเป็นลมล้มพับตรงนั้น
บรรยากาศในฟาร์มกลับมาสงบลงอีกครั้งท่ามกลางเสียงลมพัดผ่านยอดข้าวโพดวิเศษที่กำลังเติบโต เซนรู้สึกพึงพอใจกับการจัดระเบียบสังคมในเกมนี้ไม่น้อย อย่างน้อยที่สุด เขาก็สามารถเปลี่ยนพวกชอบความรุนแรงให้กลายเป็นแรงงานชั้นดีได้สำเร็จ แผนการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางธรรมชาติของเขากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี... หรือเขากำลังคิดไปเองกันแน่นะ?
ในวินาทีนั้นเอง ทันทีที่เซนหันหลังจะเดินกลับเข้ากระท่อมเพื่อไปตรวจสอบอุณหภูมิของกองปุ๋ยหมักชีวภาพ เสียงแจ้งเตือนระบบอันแหลมคมก็ดังขึ้นในโสตประสาทของทุกคนพร้อมกัน
*[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นระดับท็อปเซิร์ฟเวอร์ 'ลุค' หัวหน้ากิลด์มังกรเพลิง ได้ประกาศสงครามแย่งชิงเขตแดนกับ 'สมาคมสหกรณ์การเกษตรแห่งดินแดนไร้พ่าย' แล้ว!]*
*[เวลาเริ่มนับถอยหลังการบุกรุก: อีก 3... 2... 1...]*
พื้นดินใต้เท้าของทุกคนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องของมังกรเพลิงดังทะลุผ่านม่านหมอกเขตแดนเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของกองทัพผู้เล่นติดอาวุธหนักนับพันคนที่ยืนตระหง่านอยู่บนเนินเขาเบื้องหน้า และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ผู้นำกองทัพนั้นไม่ได้ถือดาบหรือหอก แต่เขากำลังถือถังน้ำมันและคบเพลิงขนาดใหญ่ด้วยรอยยิ้มกระหายเลือด
เซนหยุดเดิน ช้าๆ เขาค่อยๆ ถอดหมวกฟางออก ปัดฝุ่นที่ปีกหมวกเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองหน้ากองทัพผู้บุกรุกด้วยแววตาที่หรี่แคบลงเล็กน้อย
"กล้าดียังไง..." เซนพึมพำเบาๆ กับตัวเอง "มาบุกรุกฟาร์มในยามที่ข้าวโพดยังไม่ทันสุกงอมแบบนี้... มันหยามกันเกินไปแล้วนะครับ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในฟาร์มอันแสนวุ่นวายนี้ด้วยกันนะครับ!
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 43
พันธมิตรผู้เล่นเกษตรกร
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!