เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 49

พลังของสวนดอกไม้โครงกระดูก

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"ข้าบอกพวกเจ้าแล้วว่ากองทัพโครงกระดูกพวกนั้นมีแค่กระดูกกับเศษดิน ไม่มีทางต้านทานกองพลอัศวินเพลิงทมิฬขององค์ราชาได้หรอก!" เสียงตะโกนด้วยความฮึกเหิมของแม่ทัพกริฟฟิตดังสะเทือนไปทั่วผืนป่าหมอกควัน อัศวินเกราะเหล็กนับพันนายในสังกัดของราชาปีศาจเอลริคกำลังควบม้าศึกพุ่งทะยานเข้าสู่เขตแดนฟาร์มมรณะ ดาบในมือของแต่ละคนเคลือบด้วยเปลวเพลิงสีครามที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล ทว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า กลับไม่ใช่กองทัพโครงกระดูกถือเคียวที่น่ากลัวอย่างที่ข่าวกรองรายงาน "หยุด... ทำไมม้าของข้าถึงหยุดวิ่งล่ะเฮ้ย!" อัศวินแนวหน้าคนหนึ่งรั้งบังเหียนจนสุดแรงเกิด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อม้าศึกพันธุ์ดีที่เคยดุดันกลับยืนขาแข็งทื่อ น้ำลายฟูมปาก ดวงตาเคลิบเคลิ้มราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความฝันอันแสนหวาน ไม่เพียงแค่ม้าศึกเท่านั้น ทว่าอัศวินเกราะหนักนับร้อยที่วิ่งตามมาติดๆ ต่างก็พากันทรุดเข่าลงกับพื้น อาวุธหลุดจากมือ เสียงคำรามฮึกเหิมเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหาวหวอดและเสียงพึมพำละเมอเพ้อพจน์ เซนยืนพิงด้ามจอบเก่าๆ อยู่ตรงรั้วไม้ไผ่ เขาสวมหมวกฟางใบเก่ง ปัดฝุ่นที่ไหล่อย่างใจเย็น สายตาสีดำสนิทกวาดมองกองทัพศัตรูที่กำลังสูญเสียการควบคุมด้วยความเบื่อหน่ายเล็กน้อย ข้างกายของเขา โบนี่ โครงกระดูกผู้ซื่อสัตย์ในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูสดใส กำลังบรรจงใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งก้านของ "กุหลาบวิญญาณราตรี" ดอกไม้สีม่วงเข้มที่ส่งกลิ่นหอมเย็นยะเยือกตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นหอมธรรมดา แต่มันคือ "ละอองเกสรมายามายมโลก" ที่ถูกผสมผสานเข้ากับปุ๋ยหมักสูตรพิเศษของเนโครแมนเซอร์หนุ่ม ผู้ใดสูดดมเข้าไป ประสาทสัมผัสจะถูกหลอนด้วยภาพลวงตาอันงดงาม จนหมดสิ้นซึ่งสัญชาตญาณนักรบ "นายท่าน... พวกมันดูท่าทางจะง่วงนอนกันหมดแล้วนะครับ" โบนี่เอ่ยด้วยเสียงก๊อบแก๊บในลำคอ พร้อมกับเอียงหัวน้อยๆ อย่างน่ารัก "อืม ปล่อยให้พวกเขานอนพักผ่อนเสียหน่อยเถอะโบนี่ เดินทางมาไกลตั้งแต่อาณาจักรชั้นใน คงเหนื่อยน่าดู" เซนถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผาก "อีกอย่าง ดินตรงนี้เพิ่งพรวนเสร็จ ถ้าพวกมันเหยียบย่ำแปลงดอกไม้พัง ฉันคงต้องเสียเวลาปลูกใหม่ตั้งสามวัน" ณ ใจกลางกองทัพที่กำลังปั่นป่วน ราชาปีศาจเอลริค ซึ่งนั่งอยู่บนราชรถหุ้มเกราะกระดูก มือกำขวานศึกแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาพยายามใช้เวทมนตร์ธาตุไฟกระตุ้นสติลูกน้อง แต่ละอองเกสรสีม่วงกลับซึมซับมานาของเขาจนหมดสิ้น เอลริคสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่โดยไม่ตั้งใจ ร่างกายของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่พลันเซถลา หัวใจเต้นช้าลง ภาพในหัวของเขากลับกลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่ตนเองกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อกับเหล่าเป็ดน้อย "นี่... นี่มันเวทมนตร์บ้าอะไรกัน... เซน!" เอลริคคำรามลอดไรฟัน พยายามฝืนลืมตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของสวน "เจ้า... เจ้าใช้กลอุบายสกปรกอะไรกับกองทัพอันเกรียงไกรของข้า!" เซนเดินทอดน่องเข้ามาใกล้ราชาปีศาจที่กำลังนั่งพับเพียบอย่างไร้สง่าราศี รองเท้าบู๊ตยางเปื้อนโคลนหยุดลงตรงหน้าม้าศึกของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบมองจอมมารผู้ทะเยอทะยานด้วยความเวทมนตร์เจือความเมตตา "อุบายอะไรกันครับท่านเอลริค ผมก็แค่นักเกษตรกรธรรมดาๆ คนหนึ่งที่รักสงบ" เซนย่อตัวลงเล็กน้อย หยิบกุหลาบสีม่วงดอกหนึ่งยื่นไปตรงหน้าเอลริค "ดอกไม้พวกนี้ ผมเพิ่งทดลองผสมพันธุ์ด้วยปุ๋ยซากกระดูกผสมมูลค้างคาวเมื่อสัปดาห์ก่อน กลิ่นของมันช่วยบำบัดความเครียดได้ดีเยี่ยมเลยนะ ลองสูดดูสักนิดสิครับ เผื่ออาการอยากยึดครองโลกของคุณจะทุเลาลง" "เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงเอาดอกไม้ลิเกนี่มาล่อลวงข้า!" เอลริคปัดมือเซนออกอย่างเกรี้ยวกราด แต่เรี่ยวแรงของเขากลับเหลือน้อยเต็มที ศีรษะเริ่มโคลงเคลง หนักอึ้งราวกับมีหินผามาทับไว้ "น่าเสียดายจังนะครับ กำลังบรรยากาศดีแท้ๆ" เซนส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปพยักเพยิดให้กับโบนี่ "จัดการล็อกตัวแขกผู้มีเกียรติเหล่านี้ให้เรียบร้อย อย่าให้ใครตื่นขึ้นมากลางดึกเชียว เดี๋ยวจะอดดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนตีห้า" "รับทราบครับนายท่าน!" โบนี่ชูเคียวในมือขึ้นฟ้า ส่งเสียงเฮฮาด้วยความกระตือรือร้น โครงกระดูกลูกน้องนับร้อยที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แปลงผักต่างผุดขึ้นมาพร้อมกับเชือกป่านและกระสอบทาสีชมพู พวกมันเริ่มปฏิบัติการมัดตัวเหล่าอัศวินปีศาจผู้เกรียงไกรทีละคนอย่างคล่องแคล่วว่องไว ราวกับกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูเก็บเกี่ยวไม่มีผิดเพี้ยน เอลริคกัดฟันกรอด ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะคมดาบหรือเวทมนตร์โจมตีที่รุนแรง แต่มันคือความอัปยศที่ถูกสยบด้วย "สวนดอกไม้" ของเนโครแมนเซอร์สติเฟื่องคนนี้ ภาพสุดท้ายที่จอมมารเห็นก่อนสติจะดับวูบไป คือรอยยิ้มที่เป็นมิตรจนน่าหมั่นไส้ของเซน สถานการณ์ในฟาร์มกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง กลิ่นหอมของดอกไม้โครงกระดูกยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากนอกเขตแดนฟาร์ม—ไม่ใช่เสียงม้าศึก ไม่ใช่เสียงเกราะเหล็กกระทบกัน แต่มันคือเสียงก้าวเดินที่มาพร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน เซนชะงักเท้าที่กำลังจะเดินกลับบ้านพัก เขาดึงหมวกฟางลงเล็กน้อย ดวงตาสีดำหรี่ลงเมื่อสัมผัสได้ถึงไอมานาแปลกประหลาดที่พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง "นายท่านครับ..." โบนี่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหาด้วยความตื่นตระหนก เศษกลีบดอกไม้ติดอยู่บนหัวกะโหลก "มีสัญญาณเตือนภัยจากอาณาเขตชั้นนอก... บางอย่างกำลังพังแนวป้องกันเข้ามาครับ!" ก่อนที่เซนจะทันได้เอ่ยปากตอบ หมอกควันสีดำสนิทที่ปกคลุมแนวป่าก็ถูกฉีกกระชากออกเป็น 2 ซีกด้วยคลื่นดาบเพียงครั้งเดียว ร่างของชายสวมชุดคลุมสีเงินยวดยาวลากพื้น ปีกสีดำสนิทคู่ใหญ่สยายออกกว้างจนบังแสงจันทร์มิด ดวงตาส่องประกายสีทองอร่ามจ้องตรงมาที่เซนด้วยรังสีอำมหิต "บังอาจนักนะ... ที่กล้าจับตัวสุนัขรับใช้ของข้ามาทำปุ๋ยหมัก" น้ำเสียงทรงอำนาจดังก้องไปทั่วหุบเขา พร้อมกับกระบี่ในมือที่เปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้าจนแสบตา และในวินาทีนั้นเอง เซนก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อจำใบหน้าของแขกผู้มาเยือนยามวิกาลคนนี้ได้ทันที—บุคคลที่ต่อให้พลิกแผ่นดินหา ก็ไม่คิดว่าจะมาเหยียบฟาร์มบ้านนอกแห่งนี้ด้วยตัวเอง! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาร่วมปลูกผักและลุ้นระทึกไปกับกองทัพโครงกระดูกชาวนาในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%